ข่าว

'สมยศ'แถลงจับรถสวมซาก

'สมยศ'แถลงจับรถสวมซาก

18 ก.ค. 2557

'พล.ต.อ.สมยศ' แถลงจับรถสวมซาก อายัดทะเบียนแล้วกว่า 500 คัน

 
                     18 ก.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปจร.ตร.) แถลงข่าวเตือนภัยประชาชน กรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพ ได้มีการนำรถที่ถูกโจรกรรมมาสวมทะเบียนกับรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุได้รับความเสียหายทั้งคัน จนไม่สามารถซ่อมได้ หรือ ขบวนการสวมซากรถ หลังจากนั้นได้นำรถสวมซากเหล่านี้ จำหน่ายให้กับเต็นท์รถมือสอง รวมทั้งประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต โดยได้มีการนำรถยนต์ที่มีการสวมซาก จำนวน 10 คัน มาร่วมแถลงข่าวด้วย
 
                     พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากข้อมูลบริษัทประกันวินาศภัย ระบุว่า ในแต่ละปี มีรถที่ได้รับเสียหายโดยสิ้นเชิงจนเป็นซากประมาณ 1,200-1,500 คัน ซึ่งรถเหล่านี้มีสภาพเสียหายหนัก จนไม่สามารถซ่อมได้ หรือ บางคันแม้จะซ่อมได้ แต่ไม่คุ้มค่า ซึ่งจะมีกลุ่มผู้ค้าซากรถ จะประมูลซากรถเหล่านี้ไปในราคาถูก และขายต่อให้กับอู่ซ่อมรถ หรือ แก็งโจรกรรมรถ จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ ก็จะนำรถที่หามาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นรถที่ได้มาจากการกระทำความผิด มาสวมทะเบียนของรถคันที่ได้รับความเสียหาย (สวมซาก) หลังจากนั้นจะนำไปขายต่อให้กับเต็นท์รถมือสอง เพื่อจำหน่ายปะปนกันรถมือสองทั่วไป หรือประกาศขายทางเว็บไซต์ รถยนต์มือสองตนในในฐานะ ผอ.ศปจร.ตร. ทราบถึงปัญหาเหล่านี้ดี จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปจร.ตร. ไปดำเนินการการสืบสวนหาข่าว ทำให้ทราบว่า สำนักงานขนส่งทางบก ที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มพ่อค้าซากรถยนต์ คือ สำนักงานขนสั่งจังหวัดปราจีนบุรี สกลนคร และบางจังหวัดในภาคอีสาน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้น “อธิบดีกรมการขนส่งทางบก" เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าว ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และอายัดการดำเนินการทางทะเบียนรถทุกคันที่ตรวจพบ (ประมาณ 500 คัน)
 
                     นอกจากนี้ ยังได้มีหนังสือสั่งการกำชับสำนักงานขนส่งทุกจังหวัดให้ตรวจสอบรถที่ประสบอุบัติเหตุ หรือรถที่ประมูลมาจากบริษัทประกันภัย และนำมาจดทะเบียนใหม่อย่างละเอียด
 
                     พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับรถที่นำมาแถลงข่าววันนี้ จำนวน 10 คัน ทุกคันประสบอุบัติเหตุ จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ แต่ด้วยความประมาท ไม่รอบคอบในการตรวจเอกสาร และตัวรถของเจ้าหน้าที่ ทำให้รถเหล่านี้ได้เกิดใหม่ และกลับเข้ามาในตลาดรถมือสอง ซึ่งรถมือสองในลักษณะนี้ มีสภาพดีมาก เหมือนรถใหม่ เป็นที่ต้องการของผู้ใช้รถมือสองมาก อีกทั้งยังมีบริการให้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน ต่างๆ ในอัตราที่สูง โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์  ซึ่งเหยื่อสำหรับกรณีนี้ คือ ประชาชน เต็นท์รถมือสองที่ถูกหลอกขายรถสวมซาก หรือสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ ธนาคาร ไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตาม  หากรถของท่านถูกอายัดทะเบียน หรือมีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ทราบว่า รถของท่านเป็นรถสวมซาก ก็สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ที่สายด่วนรถหาย 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ ศปจร.ตร. แนะนำขั้นตอนการดำเนินการ หลังจากนี้ว่าต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเอกสาร แจ้งสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อเพื่อรักษาเครดิต ขั้นตอนการเจรจากับผู้ขาย แจ้งความดำเนินคดีกับคนขาย
 
                     พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับวิธีสังเกตเบื้องต้นเพื่อป้องกันการถูกหลอกนำรถสวมซากแล้วนำมาขายต่อเป็นรถมือสอง ให้ตรวจสอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถว่าเป็นเล่มใหม่ ลำดับครอบครองไล่เรียงกัน หรือไม่ หากแจ้งหายทำเล่มใหม่ต้องระวัง และต้องตรวจสอบว่า เป็นรถที่ประมูลมาจากบริษัทประกันภัย หรือมีการแจ้งย้ายหลายจังหวัดหรือไม่ ซึ่งหากติดต่อผู้ครอบครองคนก่อนได้ ก็จะดีมาก และในการซื้อรถมือสอง ควรซื้อจากคนรู้จัก ถ้าเป็นเต้นท์รถมือสอง ก็ต้องเป็นเต็นท์ที่เชื่อถือได้ มีหลักทรัพย์เป็นที่ไว้วางใจได้ และเพื่อให้ผู้ซื้อได้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น มีข้อแนะนำให้ดำเนินการ คือ ให้นำรถไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองพิสูจน์หลักฐานกลาง หรือศูนย์พิสูจน์หลักฐานในส่วนภูมิภาค บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ
 
                     "ถ้าหากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถยนต์ที่มีการแก้ไขหมายเลขตัวถังรถหรือหมายเลขเครื่องยนต์ ควรมอบรถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ โดยให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานลงลายละเอียดให้ชัดเจน ให้นำบันทึกการตรวจยึดไปแจ้งต่อสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ เพื่อระงับการผ่อนชำระค่างวด เมื่อสถาบันการเงินตรวจสอบหลักฐานเป็นข้อยุติแล้วจะต้องคืนเงินในส่วนที่เราผ่อนชำระไปทั้งหมด หรือตามที่เจรจากัน ส่วนกรณีซื้อเงินสด หรือ ผ่อนหมดแล้ว ให้นำหลักฐานการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดรถไปเรียกร้องขอเงินคืนจากผู้ขาย เมื่อชดใช้เงินกันเรียบร้อยแล้ว โดยมอบภาระให้ผู้ขายในการติดต่อกับตำรวจและสำหรับกรณีการเจรจาไม่เป็นที่ตกลงหรือพอใจของท่าน ท่านสามารถไปร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ในเขตที่ท่านซื้อขายรถ ให้เป็นผู้เรียกคู่กรณีมาเจรจา หากการตกลงเจรจายังไม่เป็นที่พอใจ สคบ.มีอำนาจหน้าที่ ที่จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือใช้มาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งได้กับผู้ที่นำรถไปสวมซาก แล้วนำไปจำหน่ายให้กับสุจริตชน เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถที่ถูกโจรกรรมไป และทาง ศปจร.ตร. สามารถดำเนินการติดตามจนได้รถกลับคืนมา และได้นำมาแถลงข่าวในวันนี้ด้วย คือรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงของ นางสุจิตรา ดวงแก้ว ซึ่งหายไปจากบ้านพักในท้องที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2557 ตำรวจสภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมตัว นายถนอม สุรินทร์ อายุ 54 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหา ซึ่งขับรถคันดังกล่าวผ่านด่านตรวจในอ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อีกราย พล.ต.อ.สมยศ แถลงผลการจับกุม น.ส.โชติญา พรเพ็ง อายุ 20 ปี น.ส.อรฏา เทพกุญชร อายุ 19 ปี และนายกอบสุข พรชีวสุนทร อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารรถยนต์ และนำรถยนต์ พร้อมเอกสารคู่มือประจำรถปลอมหลอกขายให้ผู้เสียหาย โดยยึดของกลางเอกสารหลักฐานปลอมเกี่ยวกับทะเบียนและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ใบขับขี่ และรถยนต์ของกลาง จำนวน 5 คัน โดยการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบพบว่า มีการลงประกาศขายรถยนต์หลุดจำนำ พร้อมรับทำเอกสารปลอมสวมทะเบียนรถยนต์ ทางอินเตอร์เน็ต จึงแกะรอยจนพบว่ามี น.ส.โชติญา และน.ส.อรฏา นักศึกษามหาวิทยาชื่อดังย่านรังสิต เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ค ประกาศขายรถยนต์ดังกล่าว จึงวางแผนติดต่อ เพื่อขอซื้อรถยนต์จากบุคคลทั้งสอง
 
                     เมื่อถึงเวลานัดส่งมอบของกลางจึงแสดงตัวเข้าจับกุม และขยายผลจนพบว่า เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทะเบียนและการเสียภาษีรถยนต์ มีนายกอบสุข พรชีวสุนทร อายุ 47 ปี รับเป็นผู้ทำเอกสารปลอมทั้งหมด จึงดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารราชการ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยคอมพิวเตอร์ ส่วนรถยนต์ของกลางที่ยึดได้ พร้อมขยายผลต่อไปว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่
 
                     ทั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.จร.น.) ยังได้จัดทำปฎิทินหมายจับผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวอีก 50 ราย "The Most Wanted By ศปก.จร.น." พร้อมสนับสนุนรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสด้วย