ข่าว

ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจระงับ'ปู'ไปตปท.

ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจระงับ'ปู'ไปตปท.

18 ก.ค. 2557

'วิชา' ชี้ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจระงับ 'ยิ่งลักษณ์' เดินทางไปตปท. ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการอาทิตย์หน้า ด้าน 'อัยการสูงสุด' เผยตั้งคณะทำงานพร้อมรอรับสำนวน

 
                           18 ก.ค. 57  นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึง กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางออกนอกประเทศ ในวันที่ 20 กรกฎาคม ถึงวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ว่า ป.ป.ช.ไม่จำเป็นที่จะต้องแจ้งไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ระงับการเดินทาง เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องที่จะไปสั่งห้ามไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศได้ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าว กำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องส่งสำนวนให้กับอัยการสูงสุด ดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่งคาดว่าภายในอาทิตย์หน้าจะสามารถส่งสำนวนคดีไปยังอัยการสูงสุดได้ ส่วนจะเร่งรัดให้อัยการสูงสุดส่งสำนวนฟ้องร้องคดีได้ภายใน 2 วันนั้น เป็นไปไม่ได้ ซึ่งต้องเห็นใจองค์กรในการทำงาน จะเอาแต่ใจตนไม่ได้ ทั้งนี้ คสช.ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงให้ดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด
 
                           อย่างไรก็ตาม หวังว่าการดำเนินการทุกอย่างในคดีดังกล่าว จะเป็นไปด้วยความราบรื่น และขอเรียกร้องให้อัยการสูงสุด ดำเนินการฟ้องร้องด้วยตนเอง เนื่องจากทาง ป.ป.ช.มีงานมากอยู่แล้ว แต่หากอัยการสูงสุดพบว่าเอกสารที่ ป.ป.ช.ส่งให้ไม่ครบถ้วน ก็จำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมการร่วม
 
 
 
ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจระงับ'ปู'ไปตปท.
 
 
 
'อัยการสูงสุด' พร้อมตั้งคณะทำงาน รอรับสำนวน ป.ป.ช.ชี้มูล 'ยิ่งลักษณ์' 
 
 
                           นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด กล่าวถึง กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดสัปดาห์หน้า พิจารณายื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/3 ในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ถือเป็นคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชน ซึ่งตนเตรียมตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณา ประกอบด้วยรองอัยการสูงสุด อัยการอาวุโส และคณะทำงานจำนวนหนึ่ง เพื่อพิจารณาสำนวน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นรองอัยการสูงสุดคนใด ต้องพิจารณาสำนวน และความเหมาะสมก่อน ขณะที่คณะทำงานจะพิจารณาสำนวนตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย ยึดหลักความเป็นธรรม รอบคอบ สามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ตนมอบให้พนักงานอัยการทั่วประเทศปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 
 
                           ขณะที่นายตระกูล อัยการสูงสุด กล่าวย้ำว่า ไม่รู้สึกหนักใจอะไร แม้จะเป็นคดีเกี่ยวกับการเมือง เพราะอัยการจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน และให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
 

 

ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจระงับ'ปู'ไปตปท.

 

 
'โฆษกอัยการ' ย้ำ อัยการไม่มีอำนาจสั่งห้าม 'ยิ่งลักษณ์' ออกนอกประเทศ
 
 
                           นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงอำนาจการสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว ผู้ถูกกล่าวหาคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบในโครงการรับจำนำข้าว เดินทางออกนอกประเทศ ว่า ในคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่หากมีการยื่นฟ้อง ต้องยื่นต่อฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ตั้งแต่ชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.มาถึงชั้นพิจารณาสำนวนของอัยการสูงสุด ตัวผู้ถูกกล่าวหา ก็ไม่ได้อยู่ในการควบคุมตัว โดยตัวของผู้ถูกกล่าวหาจะต้องมาปรากฏตัวเมื่อฟ้องคดีและศาลฎีกา ฯ หมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีเป็นจำเลยตามขั้นตอน ดังนั้นระหว่างนี้ อัยการไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายใดที่จะสั่งห้ามผู้ถูกกล่าวเดินทางออกนอกประเทศ หรือจะร้องศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ แต่ถ้ายื่นฟ้องคดีแล้วในการพิจารณาห้ามเดินทางออกนอกประเทศอาจเป็นดุลยพินิจของศาลฎีกา ฯ ในการพิจารณากำหนดเป็นเงื่อนไข เมื่อจำเลยยื่นขอปล่อยชั่วคราวได้ ซึ่งขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศได้ ก็เป็นอำนาจของ คสช.ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่วนของอัยการสูงสุด ก็จะมีเวลา 30 วันในการพิจารณาสำนวนหลักฐาน ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งกำลังจะส่งมาให้เพียงเท่านี้ 
 
                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัยการสูงสุดในการพิจารณาสำนวนคดีเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และ 11 บัญญัติว่า เมื่อ ป.ป.ช. มีมติจะดำเนินคดีแล้ว ให้ประธาน ป.ป.ช.ส่งเอกสารพยานหลักฐานพร้อมทั้งความเห็นให้อัยการสูงสุดภายใน 14 วัน เพื่อให้ยื่นฟ้องคดีภายใน 30 วัน เว้นแต่อัยการสูงสุดจะเห็นว่าเรื่องที่ส่งมานั้นยังมีข้อไม่สมบูรณ์แล้วได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ไปยัง ป.ป.ช.เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมภายใน 14 วัน ขณะที่มาตรา 12 บัญญัติว่า หากยื่นฟ้องไม่ทันกำหนด 30 วัน ตามมาตรา 10 ก็ยังสามารถยื่นฟ้องได้ภายในอายุความ