
พายุ'รามสูร'เคลื่อนเข้าจีน-กทม.มีฝนร้อยละ80
17 ก.ค. 2557
พายุไต้ฝุ่น 'รามสูร' มุ่งหน้าสู่เวียดนาม-จีน หลังทำให้มีผู้เสียชีวิตในฟิลิปปินส์ 38 คน ขณะที่กรมอุตุฯชี้ 'ไทยตอนบน-ใต้' ฝนเพิ่ม 17-20 ก.ค. กทม.มีฝนร้อยละ 80
17 ก.ค.57 พายุไต้ฝุ่นรามสูร ที่ได้ชื่อว่ารุนแรงที่สุดที่พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ในปีนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 คน และอีกเกือบ 2 ล้านคน ทั้งในกรุงมะนิลาและอีกหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศไม่มีไฟฟ้าใช้ เป็นวันที่สองแล้ว
ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากต้นไม้หักโค่นลงมาทับ, สิ่งปลูกสร้างพังถล่มและเศษสิ่งของปลิวใส่ อันเนื่องมาจากความรุนแรงของกำลังลมขนาด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกรรโชกแรงขนาด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สภาการจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ NDRRMC เปิดเผยว่า มีผู้สูญหาย 8 คน รวมทั้งชาวประมง ที่ออกทะเลไปแม้จะได้รับคำเตือนล่วงหน้าแล้วก็ตาม และมีผู้บาดเจ็บอีก 10 คน หลังจากพายุไต้ฝุ่นรามสูร หรือ ชื่อในท้องถิ่นว่า "เกลนด้า" พัดกระหน่ำเกาะลูซอน ทำให้มีประชาชนอย่างน้อย 1,006,360 คน ได้รับความเดือดร้อน และซึ่งทางการได้เตรียมศูนย์พักพิงอย่างน้อย 1,219 แห่ง รองรับผู้ประสบภัยจากพายุ
ด้านสำนักงานพยากรณ์อากาศ ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูร กำลังเคลื่อนตัรวอยู่ห่างจากเมืองดากูปัน ซิตี้ ราว 380 กิโลเมตร เมื่อเวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศจีน และทางการได้ลดระดัรบการเตือนภัยพายุ แต่ยังคงแนะนำไม่ให้นำเรือประมงและเรือเล็กออกจากฝั่ง และยังอาจเผชิญหย่อมความกดอากาศ ที่ถูกพบอยู่ห่างจากเกาะมินดาเนา 940 กิโลเมตร
ด้านสำนักงานพยากรณ์อากาศของเวียดนาม ได้เตือนว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูร ได้เข้าสู่ทะเลเวียดนามตะวันออกแล้ว และกำลังจะพัดผ่านหมู่เกาะพาราเซล ที่เวียดนาม เรียกว่า ฮวงซา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่เกาะไหหลำของจีน เวียดนามอาจเผชิญฝนตกหนัก ขณะที่ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากฮวงซา ราว 850 กิโลเมตร เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น และพัดด้วยความแรงลม 134-149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกรรโชกแรง 201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รองนายกรัฐมนตรีฮวง จรุง ไฮ ได้เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงเกษตรกรรมและพัฒนาชนบท เตรียมแผนรักษาความปลอดภัยให้บรรดาเรือที่อยู่ชายฝั่ง ขณะที่กองกำลังสอดแนมด้านการประมง ต่างเข้าประจำการนอกชายฝั่งเกาะฮวงซาแล้ว
เรือประมง 58,400 ลำ และชาวประมง 235,000 คน ในทะเลเวียดนามตะวันออก ได้รับแจ้งเตือนเรื่องพายุแล้ว รวมทั้งเรือประมง 79 ลำ และชาวประมง 781 คน ที่ออกทะเลบริเวณเกาะฮวงซาด้วย ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศ ได้ส่งสารทางการทูตไปตามสถานทูตของหลายประเทศในภูมิภาค เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีเรือของเวียดนามตกอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็น
ด้านมณฑลกวางตุ้งและมณฑลไหหลำของจีน ได้เตรียมรับมือฉุกเฉินระดับสาม เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นรามสูร มีกำหนดจะพัดเข้าสองมณฑลนี้ในวันศุกร์ และทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ปัจจุบัน พายุพัดด้วยความเร็วลม 20-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสำนักงานบริหารความปลอดภัยทางทะเลของมณฑลกวางตุ้ง ระบุว่า เรือที่เดินทางข้ามฝากผ่านช่องแคบเฉียงโจว ที่เชื่อมระหว่างมณฑลไหหลำและมณฑลกวางตุ้ง อาจระงับให้บริการชั่วคราว
อุตุฯชี้ 'ไทยตอนบน-ใต้' ฝนเพิ่ม 17-20 ก.ค. ขณะที่กทม.มีฝนร้อยละ 80
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประเทศไทย เมื่อเวลา 04.00 น ของวันนี้ (17 กรกฎาคม 2557) พายุไต้ฝุ่น “รามสูร” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนที่ไปทางเกาะไหหลำของประเทศจีน ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีลมแรงบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนัก ดังนี้
ในช่วงวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2557 บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา - ในช่วงวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2557 บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดดังกล่าว เตรียมการป้องกันและระวังอันตรายจากฝนตกหนัก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน จะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 18–20 กรกฎาคม 2557 ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.



