
ปชป.รับจีบวีระเป็นพิธีกรถาม"อภิสิทธิ์"
"สาทิตย์ รับทาบ วีระมาเป็นพิธีกร ถามอภิสิทธิ์" อ้างเป็นแนวสมานฉันท์ ปัดไม่มีนัยยะการเมืองแก้เกมรัฐบาลพีอาร์ล้มแหลว
เช้าวันนี้(30มิ.ย.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทาบทามนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มรายการความจริงวันนี้ มาเป็นพีกรดำเนินรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทนกับนายกฯอภิสิทธิ์ “ ว่า ยอมรับว่าได้คุยกับนายกฯเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วบนโต๊ะอาหารว่าหากมีการเปลี่ยนพิธีกรเป็นคนของกลุ่มคนเสื้อแดงจะเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯบอกว่าท่านไม่มีปัญหาอะไร พร้อมคุยได้ ดังนั้นตนจึงส่งคนไปทาบทาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา เราไม่ได้ไปคาดคั้นอะไร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เปิดกว้างหากมีประเด็นอะไรที่สงสัยก็สามารถสอบถามได้ในรายการเลย
โดยเราจะไม่มีการสกรีนคำถามก่อน แต่จะเปิดกว้างให้ตลอด ก่อนหน้านี้เราก็เปิดกว้างเชิญน.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการจากเอเอสทีวีมาร่วมดำเนินการแล้ว ความจริงการเชิญนายวีระมาร่วมดำเนินรายการไม่ได้มีนัยยะอะไร เพราะเป็นรายการที่นายกฯจะพูดคุยกับคนทั้งประเทศ และสามารถเชิญคนที่มีความเห็นแตกต่างกันมาสัมภาษณ์ได้
“นายกฯพร้อมตอบคำถามของคนที่มีความเห็นแตกต่าง ตอนนี้ผมให้คนไปถามนายวีระว่าเขาสะดวกหรือเปล่า แต่ทางเราพร้อม นายกฯพร้อมตอบทุกคำถามเพราะเราเป็นฝ่ายเชิญเขามาเอง ถ้าตกลงก็จะต้องจัดเวลาว่าจะลงในช่วงสัปดาห์ไหน ฝ่ายรายการมีคิวที่จะจัดลงอยู่แล้วทั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะหวังให้มีจำนวนผู้ชมเพิ่มมากขึ้นหรืออะไร แต่รัฐบาลต้องการจะบอกว่าเราเปิดกว้างรับฟังทุกความคิดเห็น ทุกคนสามารถมาเป็นพิธีกรซักถามนายกฯได้ คิดถ้านายวีระตอบตกลงมา อย่างน้อยประเด็นที่นายวีระสงสัยและได้ไปพูดตามเวทีต่างๆก็จะได้ถูกนำมาถามและนายกฯจะตอบ เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจกัน จะเป็นรูปแบบที่อยู่ในกรอบที่ทุกสามารถยอมรับได้ และถือเป็นแนวคิดเชิงสมานฉันท์และไม่ได้เป็นเกมการเมืองที่รัฐบาลจะมุ่งแก้เกมที่ถูกมองว่ารัฐบาลไม่สามารถเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง ถ้าใครคิดวนอยู่กับเกมการเมืองก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แปต่ถ้ามองประเทศในแง่ดีก็มองได้ว่านายกฯเปิดกว้างรับฟังทุกความคิดเห็น รัฐบาลมองว่าการรวมพลังทุกความคิดเห็นจะทำให้ประเทศชิตพ้นวิกฟติได้“ นายสาทิตย์ กล่าว
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ในวันที่ 4 ก.ค. นี้ ที่ทำเนียบรับบาล จะมีการจัดงานโครงการ”ฉันรักประเทศไทย” ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกเพื่อช่วยกันฝ่าฟันวิกฤติของประเทศ



