ข่าว

'ราชทัณฑ์'ปัดข่าวยุบคุกหลักสี่

'ราชทัณฑ์'ปัดข่าวยุบคุกหลักสี่

16 ก.ค. 2557

'อธิบดีราชทัณฑ์' ปัดข่าวยุบคุกหลักสี่ เผยใช้งบปีละกว่าล้าน คุมขังนักโทษเพียง 22 คน

 
                            16 ก.ค. 57  นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า กระทรวงยุติธรรมมีแผนที่จะเสนอปิดเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับความขัดแย้งทางการเมืองปี 53 ว่า หลังตนเข้ารับตำแหน่ง นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการดูแลเรือนจำดังกล่าวให้ทราบ โดยปัจจุบันเหลือผู้ต้องขังในการควบคุมประมาณ 22 คน แต่ขณะนี้ยืนยันว่า ตนยังไม่ได้มอบนโยบายให้ดำเนินการใดๆ เพราะมีหลายเรื่องต้องเร่งดำเนินการก่อน 
 
                            แหล่งข่าวจากเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ระบุว่า ขณะนี้เรือนจำได้มีการเตรียมแผนดำเนินการ หากจะมีการยุบเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากเรื่องค่าใช้จ่ายในเรือนจำแต่ละปีที่ใช้งบประมาณกว่าล้านบาท ในการแยกคุมขังนักโทษเพียง 22 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 20 คน ผู้ต้องขังหญิง 2 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 53 ทั้งคดีวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี คดีครอบครองอาวุธสงคราม และคดียิงเฮลิคอปเตอร์ของทหาร ปัจจุบันผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกรายละไม่ต่ำกว่า 20 ปี นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องบุคลากรที่ดูแลเรือนจำดังกล่าว ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้ต้องขัง โดยใช้กำลังตำรวจ 15 ราย เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ 10 นาย ภายหลังการคุมขังผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องทางการเมืองปี 53 แล้ว ยังไม่มีผู้ต้องขังคดีการเมืองอื่นส่งตัวมาคุมขังเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังไม่มีคำสั่งที่ชัดเจนจากกรมราชทัณฑ์ แต่หากต้องยุบเรือนจำจริง ผู้ต้องขังทั้ง 22 คน จะถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำตามภูมิลำเนา
 
                            สำหรับเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนพลตำรวจบางเขน สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมืองวันที่ 16 ม.ค. 55 สมัยที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อแยกการคุมขังผู้ต้องขังที่กระทำผิดอันมีเหตุจูงใจทางการเมืองออกจากผู้ต้องขังคดีทั่วไป โดยผู้ต้องขังกลุ่มแรกที่นำตัวไปเข้าคุมขังมีจำนวนกว่า 50 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังที่กระทำผิดในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงทางการเมืองปี 2553