ข่าว

35ปี'รังนกกระจอก'สืบต่อนักข่าวรุ่นสู่รุ่น

35ปี'รังนกกระจอก'สืบต่อนักข่าวรุ่นสู่รุ่น

16 ก.ค. 2557

35ปี'รังนกกระจอก'สืบต่อนักข่าวรุ่นสู่รุ่น : สำนักข่าวเนชั่น โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง Twitter @jeerapong_nna

                สรุปซะที "ไม่ทุบ ไม่รื้อ และไม่ต้องย้าย" สำหรับ "รังนกกระจอก" หรือ "ห้องทำงานสื่อมวลชน 1" ของบรรดากระจอกข่าวสายทำเนียบรัฐบาล ที่พร้อมใจกันคอนเฟิร์มหนักแน่น จาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. และม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

                ก็ช่วยให้ "รังนกกระจอก" ที่สร้างมาตั้งแต่สมัย "พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์" นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของไทย ยังคงมีในมุมเล็กๆ ของทำเนียบต่อไป

                จุดกำเนิดของรังนกกระจอก หนึ่งในตำนานของสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้เกิดขึ้นเพราะ "พล.อ.พร ธนะภูมิ" เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ เป็นผู้อนุมัติจัดสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2522

                มีอยู่วันหนึ่ง พล.อ.พร เดินมาเห็นว่า นักข่าวทำเนียบที่มีจำนวนรวมกันไม่ถึง 10 คน นั่งรอทำข่าวอยู่ตามพื้น ตามบันได ที่ปัจจุบันยังเป็นภาพชินตาของคนทำเนียบ ที่พบเห็น ก็เกิดความเห็นใจในความลำบากของนักข่าว พล.อ.พร จึงตัดสินใจสร้างห้องพักนักข่าวเพียงห้องเดียวในขณะนั้น

                ส่วน "ทำเล" ที่ตั้งของห้องอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีเหมาะกับการทำข่าวอย่างยิ่ง คือ อยู่ฝั่งขวาของตึกไทยคู่ฟ้า ที่สมัยนั้นใช้เป็นที่ประชุม ครม. และเป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง อยู่ด้านหน้าของตึกนารีสโมสร และเยื้องๆ ตึกบัญชาการ ซึ่งยุคนั้นเป็นที่นั่งทำงานของนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เรียกว่าการเลือกทำเลถือว่าอำนวยความสะดวกในการทำข่าว ใครเข้า ใครออก ใครขึ้นตึก เห็นหมดแทบทุกองศา ใครพลาดตกข่าวก็ช่วยไม่ได้

                และที่ต้องตั้งชื่อว่า "รังนกกระจอก" ก็เพราะนิสัยโดยธรรมชาติของนักข่าวส่วนใหญ่คล้ายกับ "นกกระจอก" ที่จะพูดคุยกันจุ๊บจิ๊บจ๊อกแจ๊กจอแจกันตลอดเวลา จึงถูกเรียกว่าเป็น "กระจิบกระจอกข่าว" เมื่อสร้างห้องให้จึงเป็นเหมือนการ "สร้างรัง" ให้นกกระจอกได้มาเข้ามาอยู่อาศัย

                "แต่ก่อนนักข่าวทำเนียบรัฐบาลมีไม่มาก มีหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับ มีทีวีช่อง 7 ช่องเดียว และก็เข้ามาทำข่าวในทำเนียบก็ไม่ได้" คำบอกเล่าย้อนอดีตในชีวิตช่วงหนึ่งของการก้าวเข้ามาทำงานเป็น "กระจอกข่าวทำเนียบ" ของ "เจ๊ยุ" หรือ "นางยุวดี ธัญญสิริ" อดีตนักข่าวของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ที่ทำอาชีพนี้มากว่า 43 ปี จนสื่อรุ่นน้องรุ่นลูกรุ่นหลานยกฐานะให้เป็น "นักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล"

                "เจ๊ยุ" เล่าให้ฟังถึงประวัติก่อนที่จะมีรังนกกระจอกว่า "พี่เข้ามาเป็นนักข่าวทำเนียบเมื่อปี พ.ศ.2514 หรือช่วงปลายๆ รัฐบาล "จอมพลถนอม กิตติขจร" สมัยนั้นนักข่าวอยู่ได้แค่ริมรั้วริมคลองผดุงกรุงเกษม (ปัจจุบันคือประตู 7) เข้ามาในทำเนียบก็ไม่ได้ ถ้าเขาจะมีแถลงข่าวประชุม ครม.ทีเขาก็จะมาเรียกพวกเราให้เข้ามาที แต่ให้เข้ามาได้แค่ตึกนารีสโมสร ไม่ให้เดินไปไหน หรือเต็มที่ก็แจกจดหมายข่าว (Press) ที่ริมรั้ว จนกระทั่งพล.อ.พร เดินมาถามนักข่าวว่า "นักข่าวไม่มีที่พักเหรอ" จึงเป็นที่มาของการสร้าง "รังนกกระจอก" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

                ผ่านไป 35 ปี นักข่าวรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็สลับสับเปลี่ยนเจเนอเรชั่นเข้ามานั่งทำงานปะปนกับนักข่าวรุ่นเดอะในรังนกแห่งนี้

                อย่าง น.ส.พรทิพย์ สุวรรณทิชากร หรือ ฝน กระจิบข่าวสาวรุ่นใหม่จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนึ่งในสมาชิกรังเก่า เล่าถึงความผูกพันต่อรังนกกระจอกว่า เข้ามาเป็นสมาชิกรังนกเต็มตัวเมื่อปี 2552 ช่วง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เข้ามาเป็นนายกฯ

                "วันแรกที่เราเข้ามาตกใจมาก เพราะเป็นรังที่มีนักข่าวเยอะ คุยกันเสียงดัง แต่พออยู่แล้วก็อบอุ่นดี สนุกสนาน เฮฮา พี่ๆ ก็จะแนะนำการทำข่าวให้น้องๆ ก็เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์กันในรัง"

                และยิ่งถ้าพูดถึงกิจกรรมที่ "สร้างความสมานฉันท์" ของกระจิบกระจอกข่าวก็มีกิจกรรมทำร่วมกันบ้างตามเทศกาล โดยเฉพาะช่วง "เทศกาลปีใหม่" ที่จะลงขันกันจัดปาร์ตี้เล็กๆ ข้างรัง เลี้ยงกันเองกินกันเอง ใครทำกับข้าวอะไรมาก็มาแบ่งปันกัน โดยเชิญเพื่อนๆ นักข่าวรังอื่นมาร่วมงานด้วย ก็ยิ่งสร้างความผูกพันของสื่อทำเนียบทั้งหมด

                "พวกเราไม่มีการแบ่งแยกว่าใครสำนักไหน เพราะเราเป็นคนข่าวภาคสนามเหมือนกัน"

                และที่น่าสนใจกับเงินที่นำมาจัดกิจกรรมก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การเก็บเงินกองกลางจากสมาชิกในรังปีละ 500-1,000 บาท และส่วนที่สองคือ รายได้จากการขายกระดาษที่ใช้แล้ว หนังสือพิมพ์เก่า ขวดน้ำ ก็จะนำรายได้เล็กๆ น้อยๆ รวบรวมมาซื้อสิ่งของจำเป็นในรัง อาทิ ค่าน้ำยาล้างจาน รวมถึงเป็นค่าพวงหรีดสำหรับช่วยเหลือพ่อแม่หรือญาติของเพื่อนนักข่าวคนไหนเสียชีวิต

                "ก็รู้สึกใจหาย หากจะต้องย้ายออกจากรังนกกระจอก เพราะที่นี่คือความผูกพัน เพราะอยู่กันมานาน"

                แต่ถึงวันนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า "รังนกกระจอก" จะยังยืนอยู่เป็นประวัติศาสตร์คู่ทำเนียบต่อไป เพื่อให้ "กระจอกข่าว" ใช้เป็นฐานบัญชาการ รายงานความเคลื่อนไหวและตรวจสอบรัฐบาล ณ ศูนย์กลางการบริหารประเทศแห่งนี้ต่อไป

---------------

(หมายเหตุ : 35ปี'รังนกกระจอก'สืบต่อนักข่าวรุ่นสู่รุ่น :  สำนักข่าวเนชั่น โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง Twitter @jeerapong_nna)