
ม็อบรถบรรทุกปิดถ.ร้องสอบหน.ด่านบางไผ่
สิงห์รถบรรทุกปิดถนนสายเศรษฐกิจหลัก เมืองแปดริ้ว โวยเจ้าหน้าที่ด่านชั่งน้ำหนักกลั่นแกล้ง ร้องขอความเป็นธรรม แฉไอ้โม่งรีดส่วย หลังถูกเจ้าหน้าที่ส่งฟ้องศาลถูกปรับเงิน 1.2 หมื่นบาท ทำถนนสายกบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา อัมพาต
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน บนถนนสาย 304 บริเวณระหว่างหลัก กม.ที่ 6-7 หน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักบางไผ่ (สตน.บางไผ่) พื้นที่หมู่ 8 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ฝั่งขาเข้า ถนนสายกบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา มีกลุ่มรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ กว่า 10 คัน นำรถมาจอดปิดขวางกลางถนนทั้งสองช่องทางจราจร จนทำให้รถในเส้นทางติดขัดสะสมเป็นระยะทางยาวนับสิบกิโลเมตร ไปจนถึงเขตพื้นที่ อ.บางคล้า
นายทรงไชย เธียรปรีชา อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 1 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของบริษัท ทรงไชยรุ่งเรือง ขนส่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 88/8 หมู่ 1 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แกนนำการชุมนุมได้นำเครื่องขยายเสียงขึ้นยืนพูดท้ายรถกระบะ กล่าวโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ด่านชั่งน้ำหนักและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายทรงไชยระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มิถุนายน จนถูกส่งฟ้องศาลเสียค่าปรับเป็นเงินถึงคันละ 6,000 บาท รวม 2 คัน 12,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ทำคดีส่งฟ้องศาลเฉพาะหัวลากส่วนแม่ และไม่ได้ส่งฟ้องหางพ่วงตัวลูกด้วย ทั้งที่ลากมาพร้อมในคันเดียวกัน และที่ด้านหน้ารถก็ได้เขียนป้ายระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถพ่วง
นายทรงไชยกล่าวว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ด่านชั่งน้ำหนักแห่งนี้ โดยถูกกลั่นแกล้งรังแก ด้วยการจับแยกตัวรถออกจากหางพ่วงเข้าชั่งน้ำหนัก จึงทำให้ชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน ทั้งที่ไม่มีกฎหมายฉบับใดกำหนด หรือเขียนรองรับไว้ให้แยกจากกันเข้าชั่ง จึงทำให้น้ำหนักรวมของหัวลากรถบรรทุกที่ขณะนำสินค้าขึ้นบรรทุกเกลี่ยมาไม่เท่ากันตามที่กฎหมายกำหนด ชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน แต่หากชั่งรวมหมดทั้งคัน ทั้งส่วนหัวลาก และหางพ่วงจะมีน้ำหนักรวมแค่ 51 ตันเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าอัตรากำหนดของน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย ที่กำหนดให้สามารถบรรทุกได้มากถึง 53 ตัน
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้รถของตนชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน และเกินกว่ากฎหมายกำหนดในส่วนหัวลากไปกว่าคันละ 2 ตัน จึงถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งของเจ้าหน้าที่ เพราะรถของตนเป็นรถที่มาจากต่างถิ่น นอกพื้นที่วิ่งบรรทุกขนเศษยางมาจาก จ.ปราจีนบุรี เพื่อไปส่งยังที่ จ.สุราษฎร์ธานี
"ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายมาโดยตลอด แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเรียกเก็บส่วยตามเส้นทาง ซึ่งก็จ่ายให้ไม่เคยขัดข้อง เพราะผมทำธุรกิจขนส่ง พืชผลทางการเกษตร และบรรทุกน้ำมัน มีรถวิ่งอยู่ตามเส้นทางทั่วประเทศกว่า 100 คัน วันนี้จึงต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมบ้าง ถึงผมจะบ้านอยู่ไกล ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน" นายทรงไชยกล่าว
ต่อมาเวลา 00.30 น. วันที่ 30 มิถุนายน พ.ต.ท.จิระวัสส์ เชื้อจันอัตต์ รอง ผกก. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ซึ่งนำโดยนายชูศักดิ์ ตรีสาร นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่ช่วงค่ำก็ยังไม่เป็นผล เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกต้องการขอพบกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง เพื่อเจรจาเรียกร้องให้มีการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และลงโทษนายยงนริศ เลิศศิริจิตร อายุ 52 ปี ผู้จัดการหัวหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักบางไผ่ โดยให้พักราชการ หรือลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ และไม่มีหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน
พ.ต.ท.จิระวัสส์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมจะเจรจากับตัวแทนระดับรองผู้อำนวยการของสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง ขึ้นไปเท่านั้น แต่การเจรจาในเบื้องต้นได้ผลบ้างเพียงเล็กน้อย โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมยินยอมเปิดทางให้รถสามารถวิ่งผ่านไปได้อีกหนึ่งช่องทาง นอกจากช่องทางผ่านเครื่องชั่งน้ำหนัก จึงทำให้การจราจรที่ติดขัดเมื่อช่วงหัวค่ำเริ่มคลี่คลายลงและคล่องตัวมากขึ้น ส่วนในเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ปิดถนน จะต้องรอผลการเจรจา และให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง
จากนั้นเมื่อเวลา 01.30 น. นายประหยัด วิภาคย์พจนกิจ รอง ผอ.สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง รักษาราชการแทนนายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ ผอ.สำนักงานควบคุมน้ำหนักฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการลาบวช ได้เดินทางมาเพื่อขอเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกที่มาชุมนุมปิดถนนสาย 304 หน้าด่านชั่งน้ำหนักบางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยินยอมให้เจรจาด้วย จึงได้เดินทางกลับไป และจะเดินทางกลับมาอีกครั้งในช่วงรุ่งเช้าวันนี้
นายทรงไชยแกนนำกลุ่มรถบรรทุก กล่าวว่า ที่ไม่ยินยอมเจรจากับรักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง เนื่องจากนายประหยัดได้มาบอกกับตนว่า ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ที่จะทำตามข้อเรียกร้อง ซึ่งในเมื่อไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงไม่ยินดีที่จะเจรจาด้วย โดยตนจะเจรจากับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจเท่านั้น
ขณะที่บรรยากาศที่ด่านชั่งน้ำหนักในช่วงเวลา 06.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ยังคงมีรถบรรทุกทยอยวิ่งผ่านเข้าด่านอยู่ตลอดเวลา เป็นระยะ ขณะที่กลุ่มผู้มาชุมนุมประท้วงได้กางเต็นท์ ปูเสื่อและแขวนเปล นอนพักผ่อนอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกที่จอดอยู่บนถนน ขณะที่รถยนต์ทั่วไปยังสามารถขับผ่านเส้นทางไปได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมยอมเปิดเส้นทางให้ผ่านอยู่หนึ่งช่องทาง



