ข่าว

สื่อเกาหลีของขึ้นยุ'โค้ชเช'กลับบ้าน

สื่อเกาหลีของขึ้นยุ'โค้ชเช'กลับบ้าน

15 ก.ค. 2557

สื่อเกาหลีใต้ยุ 'โค้ชเช' กลับบ้านเกิด หลังเห็นข่าวฉาว ไทยนำเสนอเรื่องทำโทษเทควันโดสาวในศึกโคเรีย โอเพ่น ชี้นักกีฬาไม่มีวินัยสมควรโดน รับไม่ได้ไม่ควรติดทีมชาติ

 
                          15 ก.ค. 57  ความคืบหน้ากรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทยรุ่นประชาชนอายุ 23 ปี เจ้าของเหรียญทองแดงศึกชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาแฉในโลกสังคมออนไลน์ว่า ตัวเองถูก "โค้ชเช" หรือ นายเช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ที่สร้างผลงานให้ประเทศชาติและสมาคมมายาวนานกว่า 10 ปี ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย หลังเจ้าตัวไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว แถมยังลืมบัตรไอดีการ์ดสำหรับนักกีฬา และถุงมือ มาจากที่พัก จนเป็นเหตุให้ รุ่งระวี พ่ายแพ้นักเทควันโดเกาหลีใต้ ขาดลอยถึง 6-12 คะแนน ตกรอบแรก ในศึกเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น 2014" ณ ประเทศเกาหลีใต้ จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วในวงการเทควันโดไทย ณ นาทีนี้
 
                          ล่าสุด เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ "น้องก้อย" รุ่งระวี ได้เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเที่ยวบิน ทีจี 657 เวลา 01.10 น.โดยมีกองทัพสื่อมวลชนจากทุกแขนงเดินทางไปรอสัมภาษณ์กันแน่นขนัด จากนั้นใช้เวลารอนานนับชั่วโมงก็ไม่เห็น รุ่งระวี ออกมา ก่อนจะมารู้อีกทีว่า รุ่งระวี ได้หนีทัพนักข่าวออกไปอีกประตูหนึ่งอย่างรวดเร็ว แถมส่งข้อความมาบอกผู้สื่อข่าวบางคนว่า ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อ "น้องก้อย" ตลอดทั้งวันแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะเจ้าตัวปิดเครื่อง คาดว่า วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ รุ่งระวี จะปรากฏตัวที่ทำการสมาคม ภายใน กกท.หัวหมาก เวลา 09.00 น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนค้นหาความจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด หลังสมาคมได้แต่งตั้ง "รองจ๊ะ" ดร.สมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่าการ กกท.เป็นประธาน พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายคนมาตรวจสอบเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่างแก่สังคมโดยเร็วที่สุด
 
                          ขณะที่ "บิ๊กชา" นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกไม่สบายใจเอามากๆ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมองได้ทั้งสองมุม ทั้งตัวผู้ฝึกสอน และนักกีฬา แต่เราจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากปัญหาตรงไหน อะไรที่ไม่เข้าใจกัน หรือต้องแก้ไขตรงจุดไหนก็มาปรับจูนพูดคุยกัน เพื่อต้องการให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเรายังมีภารกิจสำคัญอีกมาก ทั้ง ยูธโอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน และเทควันโดกรังด์ปรีซ์ เพื่อควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล เพราะยิ่งพูดออกไปก็ยิ่งเสีย ที่สำคัญมันเป็นปัญหาภายในสมาคมเรื่องระเบียบวินัยและบทลงโทษนักกีฬาในลักษณะต่างๆ แต่ที่ผ่านมานักเทควันโดทีมชาติหลายคนก็ถูกลงโทษแบบนี้มาแล้วมากมาย แต่ไม่เห็นมีใครออกมาร้องเรียน หรือออกมาประจานพฤติกรรมของโค้ชเชผ่านทางอินเทอร์เน็ต 
 
                          นับว่าเป็นเรื่องที่ดีหากโค้ชเชลงโทษเกินกว่าเหตุ สมาคมจะมีบทลงโทษแน่นอน พร้อมกันนี้จะได้ร่างระเบียบการลงโทษนักกีฬาขึ้นมาใหม่ว่า ผิดครั้งที่ 1 โดนอะไร ครั้งที่ 2 ต้องเป็นแบบไหน หรือ ถ้าผิดครั้งที่ 3 ก็ไล่ออกจากทีมชาติกันไปเลย ซึ่งทุกอย่างก็จะได้เข้มข้นดีสำหรับนักกีฬาทีมชาติ เนื่องจากนักกีฬาทุกวันนี้หลายคนถูกพ่อแม่ตามใจ แถมยังไม่มีระเบียบวินัยและความทุ่มเทเหมือนนักกีฬาสมัยก่อน ล่าสุดก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง “น้องก้อย” แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตามจากการสอบถามนักกีฬารวมถึงสตาฟฟ์โค้ชทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วก็พอจะทราบแล้วว่า เกิดอะไรขึ้น
 
                          "เหตุการณ์ในวันนั้นมีนักกีฬาไทยลงแข่งพร้อมกันถึง 4 คนจากทั้งหมด 6 คนที่ลงแข่งขันวันที่ 11 กรกฎาคม สมาคมเรามีโค้ชไป 4 คนพอดี ซึ่งโค้ชทั้ง 4 คนก็จะต้องลงไปดูแลนักกีฬาทุกคน ในสนามจะมีพื้นที่ให้นักกีฬาที่จะลงแข่งคนต่อไปนั่งรอ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเห็นว่า จะถึงคิวของตัวเองเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอให้โค้ชมาเรียก แถมนักกีฬาคนนี้ก็เคยผ่านการแข่งขันมาหลายสนามแล้วทั้งศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน และกีฬาม.โลก ที่จีน เจ้าตัวจะต้องรู้ดีว่า ควรทำอย่างไรบ้าง มีการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายพร้อม ที่สำคัญในวันนั้น "น้องก้อย" ก็ลืมถุงมือไว้ที่โรงแรมด้วย ทำให้เมื่อถึงเวลาลงสนามก็เลยไม่พร้อม ทำให้เกิดความพ่ายแพ้อย่างที่เห็น"
 
                          อุปนายกสมาคมยังกล่าวอีกว่า หลังการแข่ง “โค้ชเช” ได้เรียกนักกีฬามายืนเรียงแถว แล้วบอกความผิดนักกีฬาพร้อมกับลงโทษ ส่วนรายละเอียดของการลงโทษนั้น ส่วนตัวยังไม่ขอบอกในตอนนี้ ต้องรอให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาสอบสวนและชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงโทษนักเทควันโดอยู่แล้ว ที่ผ่านมา โค้ชเช เคยเอาไม้หวดก้นนักกีฬาชายที่แอบสูบบุหรี่ในห้องพักมาแล้วด้วย นักกีฬาทุกคนจะทราบกันดีว่า ถ้าทำผิด หรือไม่ทุ่มเทตั้งใจฝึกซ้อมและแข่งขันจะโดนลงโทษด้วยวิธีการอะไรบ้าง มากน้อยแตกต่างกันออกไป แต่ถ้านักกีฬาอยู่ในระเบียบวินัยประพฤติตัวดี โค้ชเช จะดูแลอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินและให้ความเอ็นดูทุกคนอย่างเสมอภาค 
 
                          "ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ โค้ชเช รู้สึกแย่มาก ถึงขนาดหมดกำลังใจ นอนไม่หลับเลยทีเดียว แถมสื่อมวลชนของเกาหลีใต้ ก็นำเอาข่าวที่ไทยเสนอไป โน้มน้าวจิตใจให้ โค้ชเช ลาออกแล้วกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดตัวเอง เพราะโค้ชเช เป็นที่ยอมรับของคนแดนกิมจิไปทั้งประเทศ แถมสื่อเกาหลียังได้แสดงความคิดเห็นว่า นักกีฬาไทยสมควรโดนลงโทษแล้ว เพราะไม่มีวินัย ขาดความมุ่งมั่น มีอย่างที่ไหนจะลงแข่งอยู่แล้ว ยังไปนั่งใส่สนับแข้งกลางสนามและคู่แข่งมายืนรอ หากเขารับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หรือมาติดทีมชาติตั้งแต่แรก"
 
 
 
 
 
-------------------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)