
ร่วมด้วยช่วยให้เอสเอ็มอีกู้
17 ก.ค. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : ร่วมด้วยช่วยให้เอสเอ็มอีกู้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดเอสเอ็มอี) ครั้งแรก ที่มีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานคณะกรรมการ เราได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า "การส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม" ตรงกับปัญหาไม่เหมือนที่ผ่านมา กล่าวคือคณะกรรมการชุดนี้มุ่งไปที่จุดสำคัญว่า จะต้องทำอย่างไร จะต้องมีระบบอะไรมาเสริมมาช่วย จึงจะทำให้เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบ มีความสะดวก และมีความเป็นธรรมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการเงินในปัจจุบัน เราลองมาดูความเห็นของกรรมการบางท่านที่ได้สะท้อนผ่านสื่อมวลชนกันครับ
1.กระทรวงอุตสาหกรรม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเอสเอ็มอี ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำแผนการบูรณาการการให้ความช่วยเหลือให้รวดเร็วและตรงประเด็นที่ภาคเอกชนต้องการ อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน เป็นต้น โดยแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุน จะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ และภาคเกษตร
2.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีประมาณ 2.7-2.9 ล้านราย มีการจ้างงานรวมกว่า 11 ล้านคน แต่มีความสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจริงได้เพียงประมาณ 7 แสนรายเท่านั้น ส่วนใหญ่ที่เหลือเกือบ 2 ล้านราย ยังเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ยาก เพราะติดปัญหาเรื่องหลักประกัน ซึ่งหากมีการออกกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจมาใช้ จะส่งผลดีต่อธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
3.สมาคมธนาคารไทย ให้ความเห็นว่า การที่เอสเอ็มอีสามารถนำเอาหลักประกัน เช่น สินค้าคงคลัง มาใช้เพื่อขอสินเชื่อได้ตามกฎหมาย น่าจะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยเงินกู้ได้สะดวกขึ้น บวกกับการมีบรรษัทประกันสินเชื่อเพื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันในส่วนที่ขาดไปอีกทางหนึ่ง จะทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนน่าจะดีขึ้น เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวมากยิ่งขึ้น
4.ฝั่งของนักธุรกิจ ออกมาสะท้อนว่าการแก้ปัญหาให้เอสเอ็มอีคืองานที่ "โหด+หินที่สุด" เนื่องจากปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ที่ผ่านมาแม้จะมีแคมเปญส่งเสริมสินเชื่อออกมามากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับไม่กล้าปล่อยเงินให้กับเอสเอ็มอี ถ้าไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้น การออกกฎหมายหลักประกันธุรกิจ น่าจะแก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง
5.ฝั่งนักกฎหมาย ให้มุมมองว่ากฎหมายหลักประกันทางธุรกิจจะช่วยเอสเอ็มอีได้ง่ายขึ้นแน่นอน เพียงแต่ตัวกฎหมายอย่างเดียวคงไม่ได้ โดยต้องได้รับการสนับสนุนจากภาคสถาบันการเงิน และการปรับปรุงตัวของเอสเอ็มอีให้น่าเชื่อถือด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือกฎหมายให้อำนาจคุ้มครองผู้ปล่อยสินเชื่อมาก ดังนั้น กฎหมายฉบับนี้จะเกิดประโยชน์ได้ คู่สัญญาต้องมีความเป็นธรรมและมีความเสมอภาคกันในการทำสัญญา
สุดท้ายเมื่อ คสช.มีนโยบายยก "เอสเอ็มอี" เป็นวาระแห่งชาติจึงถือเป็นเรื่องดีที่จะทำงานร่วมกันให้เกิดผล และอยากจะย้ำเตือนว่า อย่าให้เป็นเรื่องแบบ NATO หรือ No Action Talk Only อีกเลย
-----------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ร่วมด้วยช่วยให้เอสเอ็มอีกู้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



