ข่าว

แถลงจับมือยิงเอ็ม79ทำแผน-ฝากขัง

แถลงจับมือยิงเอ็ม79ทำแผน-ฝากขัง

15 ก.ค. 2557

'วัชรพล' แถลงจับ 4 คนร้ายยิงเอ็ม 79 ถล่มกปปส. ตร.นำตัวทำแผน 4 จุด พร้อมเตรียมฝากขังผลัดแรก

 
                          15 ก.ค. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ปฏิบัติราชการ บช.น. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายทวีชัย หรือ วี วิชาคำ อายุ 39 ปี , นายสุนทร หรือ ทร ผิผ่วนนอก อายุ 49 ปี , นายสมศรี หรือ เยอะ มาฤทธิ์ อายุ 40 ปี และนายชัชวาล หรือ ชัช ปราบบำรุงอายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีอยู่ ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ยิงเข้าใส่บริเวณพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ใกล้กับเวทีราชประสงค์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา 
 
                          พร้อมของกลาง ได้แก่ 1. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีทอง หมายเลขทะเบียน ศธ 8739 กรุงเทพ 2. รถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นมิวเซเว่น สีดำ หมายเลขทะเบียน ศย 8904 กรุงเทพ 3. รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒษ 4664 กรุงเทพ 4. เครื่องยิงลูกระเบิด แบบ M 79 รหัส 105294 จำนวน 1 เครื่อง 5. ลูกกระสุนชนิด 40 มม. (M 79) จำนวน 25 ลูก 6. อาวุธปืนสงคราม ชนิด M 16 จำนวน 1 กระบอก 7. ลูกกระสุนขนาด .576 (M 16) จำนวน 70 นัด 8. อาวุธปืนไรเฟิล จำนวน 1 กระบอก 9. ลูกระเบิดชนิดขว้างสังหาร จำนวน 5 ลูก (V40) จำนวน 2 ลูก , MK 2 จำนวน 2 ลูก , M26 จำนวน 1 ลูก ซึ่งของกลางทั้งหมดอยู่ในสภาพใช้งานได้ สามารถใช้ยิงทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินได้ 
 
                          พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับกุมได้ในครั้งนี้ ได้ร่วมกับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ ก่อเหตุใช้เครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ยิงใส่พื้นที่การชุมนุมของกลุ่มกปปส. โดยลูกระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ เป็นเหตุให้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ น.ส.ฐิพาพรรณ สุวรรณมณี อายุ 59 ปี , ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล หรือน้องเค้ก อายุ 6 ปี และ ด.ช.กรวิชญ์ ยศอุบล หรือน้องเคน อายุ 4 ปี  ขณะเดียวกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 21 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวน จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จำนวน 4 ราย 
 
                          ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีนโยบายในการปราบปรามอาวุธสงครามอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาได้มีการจับกุมเกี่ยวกับอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และยุทธภัณฑ์ เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการขยายผลทำให้ทราบถึงกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุความไม่สงบในการชุมนุมต่างๆ ที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเมื่อประกอบกับพยานหลักฐานที่ สน.ลุมพินี ได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมไว้ ปรากฏว่า มีความสอดคล้องต้องกันทางคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว เป็นคนร้ายที่ได้ร่วมกันก่อเหตุในคดีนี้จริง จึงได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหา ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว 
 
                          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2. ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 3. ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น 4. มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและใช้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย 5. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 6. พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นแร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ 7. ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือ ที่ชุมนุมชน และ ฝ่าฝืนประกาศ ข้อกำหนด ที่ห้ามนำอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดออกนอกเคหะสถาน ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 
 
                          ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นยอมรับว่ายิงจากรถกระบะ ซึ่งขณะกำลังวิ่งอยู่บนสะพานข้ามแยกประตูน้ำ ส่วนรายละเอียดการก่อเหตุ ว่าใครทำหน้าที่อะไร รวมทั้งรับอาวุธสงครามทั้งหมดมาจากใคร ขอที่จะไม่เปิดเผย เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะต้องทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ซึ่งอาจจะมีมากกว่าที่ตำรวจออกหมายจับ 
 
                          ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ในคดีนี้ ว่า หลังเกิดเหตุตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี. ได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน จากวิถีกระสุนที่ตกวัดมุมได้ 60 องศา เมื่อวัดมุมวัดทิศทาง พบว่า มาจากทางแยกประตูน้ำ จากการคำนวณพบว่า จุดที่ยิงห่างจากจุดที่กระสุนตกประมาณ 300 เมตร ซึ่งตรงกับกลางสะพานข้ามแยกประตูน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจที่บริเวณกลางสะพานดังกล่าว ทำให้คาดการณ์ได้ว่า หากมีการยิงขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ ทำให้จุดที่กระสุนตกเบี่ยงเบนไปจากจุดที่เล็งเล็กน้อย ซึ่งกรณีนี้คนร้ายตั้งใจเล็งไปที่กลางถนน แต่เนื่องจากเป็นการยิงขณะรถเคลื่อนที่ ทำให้กระสุนตกไปยังบริเวณใกล้ทางเท้า ซึ่งผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์สอดรับกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด 
 
                          จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุได้มีการวางแผนกันที่บ้านหลังหนึ่งย่านสายไหม โดยวันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์มาด้วยกัน 3 คัน โดยคันแรกเป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีทอง ทะเบียน ศธ 8739 กทม. มีนายชัชวาลย์ หรือ ชัช ขาเป๋ เป็นผู้ขับขี่ ขณะที่รถซึ่งใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ มิว 7 สีดำ ทะเบียน ศย 8904 กทม. มีนายวิเชียร หรือ เชียร สุขภิรมย์ เป็นคนขับ มีนางกรรณิการ์ หรือแม้ว วงศ์ตัว นั่งมาด้านข้างคนขับ มีนายสุนทร ผิผ่วนนอก นั่งที่บริเวณแถวหลัง ติดกับ นายทวีชัย วิชาคำ ซึ่งเป็นคนยิงเครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ส่วนรถคันที่ 3 ซึ่งเป็นรถปิดท้าย เป็นรถโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ฒษ 4664 กทม. มีนายสมศรี หรือเยอะ มาฤทธิ์ เป็นขับ และมีนายนายสุขสันต์ ล้อมวงศ์ นั่งมาด้านข้าง 
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้มี นายทนากร ยศอุบล และนางพวรรณ ยศอุบล บิดาและมารดาของ ด.ช.กรวิทย์ ยศอุบล หรือ น้องเคน อายุ 4 ขวบ และ ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล หรือ น้องเค้ก อายุ 6 ขวบ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเดินทางมาสังเกตการณ์การแถลงข่าวด้วย โดยนายทยากร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และตำรวจ ที่เร่งรัดคดีและสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ซึ่งตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน ไม่คิดว่าจะมีการเร่งรัดคดี และจับกุมคนร้ายได้เลย ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ เวลาขับรถผ่านหน้าห้างบิ๊กซี จะรู้สึกสะเทือนใจ และเสียใจทุกครั้ง ตนและครอบครัวไม่มีความสุขเลย เหมือนฝันร้ายมาตลอด ซึ่งเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เพราะเป็นการเสียลูกไปทั้ง 2 คน 
 
                          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนถูกกล่าวหาว่า เป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ซึ่งตนอยากจะบอกว่า ตนเป็นประชาชนทั่วไปที่ทำมาหากินสุจริต มีความรักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ อยากเรียกร้องผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทุกราย รวมทั้งตนเองและครอบครัว ซึ่งทุกวันนี้ตนต้องพาภรรยาไปหาหมอทุกวัน เพื่อที่จะแก้หมัน เพื่อให้สามารถกลับมามีบุตรได้อีกครั้ง นอกจากนี้อยากจะบอกว่า ตนได้อโหสิกรรมให้กับผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย 
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องหาทั้งหมด กราบขอขมานายทนากร และนางนพวรรณ โดยนายทวีชัย หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนอยากขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเข้าไปชดใช้กรรมในคุก
 
 
 
แถลงจับมือยิงเอ็ม79ทำแผน-ฝากขัง
 
 
 
                          อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องทั้ง 7 ราย ที่พนักงานสอบสวน ได้ขออนุมัติต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ มีดังนี้ 
 
 
                          1. นายทวีชัย หรือ วี วิชาคำ อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 412/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557  (จับกุมแล้ว) 
 
                          2. นายสุนทร หรือ ทร ผิผ่วนนอก อายุ 49 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 411/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557 (จับกุมแล้ว)
 
                          3. นายสมศรี หรือ เยอะ มาฤทธิ์ อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 409/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557  (จับกุมแล้ว) 
 
                          4. นายชัชวาล หรือ ชัช ปราบบำรุง อายุ 45 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 406/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557 (จับกุมแล้ว) 
 
                          5. นายสุขสันต์ หรือ ต๊ะ ล้อมวงศ์ อายุ 32 ปี  ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 410/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557 (หลบหนี) 
 
                          6. นางกรรณิการณ์ หรือ แม้ว วงศ์ตัว อายุ 38 ปี  ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 408/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557 (หลบหนี)
 
                          7. นายวิเชียร หรือ เชียร สุขภิรมย์ อายุ 45 ปี  ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 407/2557 ลง 13 กรกฎาคม 2557 (หลบหนี)
 
 
 
นำตัวทำแผน 4 จุด / พร้อมเตรียมฝากขังผลัดแรก
 
 
                          พล.ต.อ.สมยศ ได้คุมตัวนายทวีชัย วิชาคำ , นายสุนทร ผิผ่วนนอก , นายชัชวาล ปราบบำรุง และนายสมศรี มาฤทธิ์ ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง M79  เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.หน้าบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ  
 
                          โดยจุดแรก คือ บริเวณกลางสะพานข้ามแยกประตูน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถ 3 คัน มาจากแยกราชปรารภ ด้วยความเร็ว 40-60 กม./ชม. ก่อนจะจอดรถกลางสะพาน โดยมีนายทวีชัย มือยิง ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถคันที่ 2 ลดกระจกลง และใช้เครื่องยิง M79 ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ทำมุม 60 องศา ใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. ที่ด้านหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ และขับรถหลบหนีมุ่งหน้าแยกอโศก-เพชรบุรี 
 
                          จุดที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือ ทางขึ้นทางด่วนมักกะสัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนหลบหนีมุ่งหน้าบ้านพักซอยสายไหม 75/1
 
                          จุดที่ 3 คือ บ้านพักเลขที่ 35/1 ภายในซอยสายไหม 75/1 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้งหมด ใช้วางแผนก่อนการก่อเหตุ ประมาณ 20 นาที ก่อนขับรถทั้ง 3 คันออกไปเติมน้ำมัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องเดินทางไปทำแผนต่อยังจุดที่ 4 ซึ่งเป็นจุดรับอาวุธที่บ้านพัก เลขที่63/2070 คลอง 9 ซอย7 ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ ของนายสุนทร ก่อนแยกย้ายขึ้นทางด่วนไปลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และนัดรวมตัวกันที่โรงพยาบาลสงฆ์ จากนั้นได้ขับรถต่อไปยังสะพานข้ามแยกประตูน้ำและลงมือก่อเหตุ
 
                          ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การด้วยว่า มีการนัดรวมตัวเพื่อวางแผนก่อนก่อเหตุไม่นานนัก พร้อมยอมรับว่า มีคนชื่อ "ต้อม" ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นผู้จ้างวานให้ลงมือก่อเหตุ โดยได้รับค่าจ้างเป็นอาวุธปืน 2 กระบอก
 
                          อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการทำแผน เจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยัง สน.ลุมพินี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวขออนุญาตศาล เพื่อฝากขังในผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน