
ตั้ง'กล้านรงค์'สอบบ.ยักษ์ตั้งงบซื้อสื่อ
ตั้ง'กล้านรงค์'สอบบ.ยักษ์ตั้งงบซื้อสื่อ ซีพีเอฟโร่แจงยันไม่มีพฤติกรรมฉาว
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง ข้อกล่าวหาสื่อมวลชนรับเงินบริษัทเอกชน เพื่อปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพว่า จากกรณีที่ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนสิทธิพลเมือง (ทีซีไอเจ) เผยแพร่เอกสารอ้างว่าเป็นของฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร มีเนื้อหาสำคัญส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือของสื่อทั้งระบบ โดยเอกสารบางตอนระบุว่า จ่ายเงินเป็นรายเดือนให้แก่สื่อมวลชนอาวุโสรวม 19 ราย เป็น “งบพิเศษเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน” ซึ่งขัดต่อหลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชนต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้าง นอกจากนี้เอกสารยังปรากฏข้อความที่แสดงถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของสื่อมวลชน โดยระบุสถานะการทำงาน สภาพที่พักอาศัย ทัศนคติ วิธีการทำงาน และการใช้ชีวิต ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการทำงานตามปกติ
องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความกังวลเรื่องนี้อย่างยิ่ง และเพื่อให้การพิจารณาเรื่องนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคคลภายนอก เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
วันเดียวกัน นางพรรณินี นันทพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลพาดพิงการทำงานของหน่วยงานประชาสัมพันธ์ขององค์กร ทั้งนี้ หน่วยสื่อสารองค์กร และประชาสัมพันธ์ซีพีเอฟเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ประสานงานกับสื่ออย่างใกล้ชิด ขอชี้แจงว่า การทำแผนประชาสัมพันธ์ ค่าใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาสื่อต่างๆ เป็นเรื่องต้องปฏิบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดทำงบประมาณประจำปี จึงมีความจำเป็นต้องเก็บรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานประชาสัมพันธ์ยังต้องจัดทำงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมของสื่อมวลชนในกรณีพิเศษ เช่น การจัดกอล์ฟการกุศลเพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจกรรมพิเศษของสื่อนั้นๆ หรือการจัดงานสัมมนาต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นงบปกติที่องค์กรขนาดใหญ่จัดสรรงบประมาณไว้รองรับ และจำเป็นต้องระบุชัดเจนว่าเป็นงบพิเศษเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน
นอกจากนี้ การทำงานในเชิงรุกเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อในการสร้างความเข้าใจในองค์กร เป็นเรื่องจำเป็นที่สื่อสารองค์กร และประชาสัมพันธ์ต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีขององค์กร ดังนั้นการติดต่อกับสื่อที่เกี่ยวข้อง หรือการชี้แจงข้อความ หรือกระทู้ที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บริษัท ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่หน่วยงานประชาสัมพันธ์ต้องปฏิบัติ
"เราขอยืนยันว่า การปฏิบัติต่อสื่อมวลชนและการดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องตามงบประมาณที่นำเสนอไว้กับบริษัท จึงขอเรียกร้องให้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมด้วย และขอย้ำว่า เราไม่เคยใช้เงินเพื่อซื้อสื่อในการปิดข่าว หรือบิดเบือนเนื้อหาข่าวไม่ให้เป็นความจริง"



