ข่าว

'น้องเล็ก'ป้อง'โค้ชเช'เคี่ยวเข็ญ-หวังดี

'น้องเล็ก'ป้อง'โค้ชเช'เคี่ยวเข็ญ-หวังดี

14 ก.ค. 2557

ตั้ง 'สมคิด ปิ่นทอง' ปธ.สอบกรณี 'โค้ชเช' ทำร้ายเทควันโดสาว 19 ก.ค.เรียกสองฝ่ายแจง พร้อมให้ความยุติธรรม ด้าน 'น้องเล็ก' เห็นใจโค้ชโสมขาว เคี่ยวเข็ญ-หวังดี

 
                             14 ก.ค. 57  ความคืบหน้ากรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย รุ่นอายุ 23 ปี เจ้าของเหรียญทองแดงศึกชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่าถูก เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ที่สร้างผลงานให้ประเทศชาติและสมาคมมากว่า 10 ปี ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย หลังเจ้าตัวไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว แถมยังลืมไอดีการ์ดนักกีฬาและถุงมือมาจากที่พัก จนเป็นเหตุให้ต้องพ่ายแพ้นักเทควันโดเกาหลีใต้ ขาดลอย 6-12 คะแนน ตกรอบแรก ในการแข่งขันเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น 2014" ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแมทช์สำคัญในการเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ หรือระดับ "จีทู" โดยผู้ชนะจะได้รับ 20 คะแนน จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วในวงการเทควันโดไทย ณ เวลานี้
 
                             ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ค.) ที่ทำการสมาคม ภายใน กกท.หัวหมาก "บิ๊กชา" นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่า เวลานี้ทราบข้อมูลต่างๆ บ้างแล้วว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร แต่ไม่สามารถพูดได้อย่างละเอียด คงต้องรอให้โค้ชเช และ "น้องก้อย" รุ่งระวี กลับมาก่อน จึงจะมีการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง
 
                             "ก่อนหน้านี้สมาคมได้เชิญ พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติไทย มาเป็นประธานตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แต่ พล.ร.อ.สุรวุฒิ ติดภารกิจ จึงทาบทาม นางสมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาทำหน้าที่นี้ โดยในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ จะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบสวนเพื่อค้นหาความจริงว่าใครผิดใครถูก โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่มีการปกป้องคนผิด เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไปในอนาคต"
 
                             นายปรีชา กล่าวว่า กว่าสมาคมเทควันโดจะมายืนตรงจุดนี้ได้ต้องใช้เวลาในการสร้างนักกีฬาและวางระบบบริหารจัดการต่างๆ มานานกว่า 10 ปี จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัญหาภายในระหว่างโค้ชกับนักกีฬา เหมือนพ่อปกครองลูก หรือครูดูแลลูกศิษย์ ไม่น่าจะมาเป็นประเด็นกระแสสังคมถึงขนาดนี้ ทั้งที่จริงนักกีฬาคนอื่นก็เคยโดนลงโทษแบบนี้ เผลอๆ อาจจะหนักมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้ไม่มีปัญหาอะไร
 
                             อุปนายกสมาคมเทควันโดไทยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไปในอนาคต รวมไปถึงการวางกฎระเบียบลงโทษนักกีฬาว่าจะต้องมีมาตรการอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นมาอีก เพราะส่วนตัวก็ไม่นิยมความรุนแรงอยู่แล้ว เช่นเดียวกับนักกีฬาหากมีความผิดไม่เชื่อฟังผู้ฝึกสอนก็ต้องมีมาตรการเช่นเดียวกัน ร้ายแรงสุดคือไล่ออกจากทีมชาติ ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าเด็กไทยมีลักษณะนิสัยพื้นฐานอย่างไรบ้าง หากสมาคมไม่มีระเบียบวินัยและมาตรฐานที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราได้รับจากภาครัฐและสปอนเซอร์ต่างๆจะคุ้มค่ากันหรือไม่ เพราะนักกีฬาแต่ละคนกว่าจะปั้นมาถึงจุดนี้ได้หมดเงินไปไม่ใช่น้อย เอาแค่แมทช์นี้ค่าเดินทางและที่พักคนละหลายหมื่นบาท เราส่งนักกีฬาไปถึง 20 คน นี่ไม่รวมถึงสตาฟฟ์โค้ช คิดดูว่าเป็นเงินเท่าไหร่ แต่เมื่อมีปัญหากลับมาแบบนี้ทุกอย่างที่เราทุ่มเทลงไปทำให้หมดกำลังใจมิใช่น้อย
 
                             ขณะที่ "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิก เผยกรณีนี้ว่า ตัวเองก็เคยถูกโค้ชเชทำโทษหนักแบบนี้มาก่อน แต่ก็รู้ดีว่าหากเราไม่ผิดโค้ชคงไม่ทำโทษ ที่สำคัญหากโค้ชไม่สนใจหรือใส่ใจคอยดูแลอะไรให้ ซึ่งอยากให้นักกีฬาได้ดีและประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นระบบที่ใช้กันมานาน สำหรับความผิดพลาดของนักกีฬาที่โค้ชย้ำนักหนาทั้งเรื่องระเบียบวินัย การทุ่มเทเอาใจใส่กับกีฬาที่ตัวเองรัก ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจโค้ชเช ที่พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ต้องมาถูกกล่าวหาในเรื่องแบบนี้ และอยากให้เรื่องนี้ยุติเร็วที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องภายในแคมป์ทีมชาติไม่ควรเอามาพูดให้คนอื่นรับรู้ ซึ่งหากนักกีฬาคนไหนรับไม่ได้ก็ไม่น่าจะมาเล่นกีฬาต่อสู้แบบนี้