ข่าว

ไร้'ประยุทธ์-อดุลย์'บวงสรวงทำเนียบฯ

ไร้'ประยุทธ์-อดุลย์'บวงสรวงทำเนียบฯ

14 ก.ค. 2557

'ปนัดดา' นำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ไร้ 'ประยุทธ์-อดุลย์' ร่วมพิธี เผย เสริมสิริมงคล-น้อมนำให้เกิดความสามัคคี แจง ขรก.ประจำ ไม่มีส่วนในสภาปฏิรูป

 
                             14 ก.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เป็นประธานในการสักการะและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นพิธีใหญ่ทางพราหมณ์ หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และทำเนียบรัฐบาลได้ปิดทำการในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ ไม่ได้มาร่วมพิธีแต่อย่างใด 
 
                             โดยเวลา 09.59 น. ม.ล.ปนัดดา เริ่มทำการสักการะศาลพระภูมิ และศาลตายาย ด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และขนมชื่อมงคล 9 อย่าง จากนั้นเวลา 11.45 น. เป็นประธานในพิธีบวงสรวงองค์ท้าวมหาพรหม ที่ตั้งอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลร่วมพิธี ซึ่งมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ สังกัดพระราชวัง เป็นผู้ประกอบพิธีเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล 
 
                             โดยพิธีครั้งนี้จัดเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่ ทั้งดอกไม้ ผลไม้ และของหวานชื่อมงคล รวมแล้ว 19 โตก อาทิ ทับทิม อ้อย ขนุน ส้ม สับปะรด เมล่อน กล้วย แก้วมังกร แอปเปิล มะพร้าว ขนมทองหยิบ ทองหยอด รวมถึงเครื่องกระยาบวช ประกอบด้วย ธัญพืชต่างๆ และน้ำเบญจอัมฤทธิ์ ประกอบด้วย นมเปรี้ยว นมจืด โยเกิร์ต น้ำผึ้ง และเนย ทั้งนี้เครื่องบวงสรวงตามหลักของพราหมณ์ จะไม่มีเนื้อสัตว์แต่อย่างใด เนื่องจากเทพไม่ทานเนื้อสัตว์
 
 
 
เผย เสริมสิริมงคล-น้อมนำให้เกิดความสามัคคี
 
 
                             เมื่อเวลา 10.00 น. ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มพิธีบวงสรวงบูชาพระพรหม และสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ว่า ทาง คสช.ได้รับมอบหมายให้ตนเป็นประธานในพิธี เพราะเห็นว่าการดำเนินการนี้เป็นเรื่องของข้าราชการประจำที่ทำงานในทำเนียบรัฐบาล โดยบรรดาข้าราชการให้ความเห็นว่าข้าราชการทุกสมัยได้สักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้ามาตลอด อีกทั้งที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาล จึงควรร่วมใจทำบุญถวายเพื่อให้เกิดสิริมงคลกับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และนำเรื่องศาสนามาน้อมนำให้ข้าราชการและประชาชนเกิดความเป็นเอกภาพและความรักความสามัคคี เพื่อนำพาประเทศชาติให้อยู่รอดต่อไป ทั้งนี้ คสช.ได้ส่งตัวแทนนำโดยทีมงานของ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะคณะที่ปรึกษาประสานงานด้านความมั่นคงฝ่ายความมั่นคง เป็นตัวแทนร่วมพิธี
 
                             ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการบูรณะปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล ว่า การทำนุบำรุงอาคารในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปตามแนวคิดเดิมและได้ดำเนินการในช่วงเวลานี้ ส่วนงบประมาณทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เป็นเจ้าของเรื่องส่วน สปน.เป็นหน่วยประสานงานร่วมกัน ซึ่งงบประมาณที่ต้องใช้งบบำรุง เกิดความเก่าก็ต้องบูรณะรักษาไปหลายครั้งแต่ทำเนียบฯ ยังไม่เคย 
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความจำเป็นอย่างไรที่ใช้งบประมาณถึง 300 ล้านบาท ในการบูรณะปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าของเรื่อง ส่วน สปน.เป็นหน่วยประสานงานที่จะทำงานร่วมกันต่อไป และอาคารในทำเนียบนั้นเก่าแก่ไปตามกาลเวลา ซึ่งเหมือนกับกระทรวงอื่นๆ ที่มีการบูรณะไปแล้ว แต่ทำเนียบฯ ยังไม่เคยดำเนินการ โดยงบประมาณเป็นไปตามความเหมาะสมอย่างพอเพียงและไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้เกิดความสง่างาม และเป็นศักดิ์ศรีประเทศต่อไป ส่วนการจัดเตรียมห้องทำงานสำหรับนายกรัฐมนตรีนั้น ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงการบูรณะบ้านพิษณุโลกด้วย
 
 
 
แจง ขรก.ประจำ ไม่มีส่วนในสภาปฏิรูป
 
 
                             ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการดำเนินการในสภาปฏิรูป จะมีส่วนข้าราชการเข้าร่วม ว่า ข้าราชการประจำไม่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ แต่เป็นฝ่ายของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่รับผิดชอบดำเนินการโดยตรง
 
 
 
อยากเห็นโกดังข้าวมีความสะอาดเป็นมาตรฐานเดียวกัน
 
 
                             ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าว ที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า จากการลงพื้นที่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ได้ข้อสังเกตเรื่องความสะอาดในการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และตนจะรวบรวมข้อมูลที่ได้เพื่อรายงานต่อกรรมการและหัวหน้าคสช.ต่อไป เมื่อถามว่า จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวในพื้นที่ จ.พิจิตร ที่อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่ามีปัญหา ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ทางสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงเตรียมการดำเนินการอยู่แล้ว
 
 
 
ถกกก.ร่วม 2 สภาพรุ่งนี้ ร่างข้อบังคับประชุมสนช. 
 
 
                             นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ก.ค. เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมคณะทำงานร่วม 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และคณะกรรมการประสานงานร่วม ที่มีนายพิทูร พุ่มหิรัญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสุรพงษ์ มาศะวิสุทธุ์ อดีตที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาถึงลำดับขั้นตอนการทำงาน และเตรียมความพร้อมด้านระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่หลังจากที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่คาดว่าจะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ฐานะฝ่ายเลขาธิการสนช. ทำงานได้รวดเร็ว เบื้องต้นนั้นจะนำข้อบังคับการประชุมสนช. เมื่อปี 2550 และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา แต่ยังไม่ถือว่าข้อบังคับดังกล่าวจะเป็นข้อสรุปเพื่อให้สนช. ชุดใหม่เป็นกรอบการทำงาน เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนว่ามีบทบัญญัติเช่นไร เบื้องต้นอาจจะใช้ข้อบังคับการประชุมสนช. ปี 2550 อย่างอนุโลมในการประชุมนัดแรก จากนั้นสนช. ต้องยกร่างข้อบังคับการประชุมขึ้นมาโดยพิจารณาเนื้อหาที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 
                             ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการกำหนดข้อบังคับการประชุมเพื่อป้องกันปัญหาการพิจารณาร่างกฎหมายที่ไม่ครบองค์ประชุมจนเป็นเหตุให้กฎหมายบางฉบับถูกโต้แย้ง เหมือนที่เคยเกิดในสนช.ชุดที่ผ่านมา เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่าการทำงานของสนช. ชุดที่ผ่านมาได้วางข้อบังคับการประชุมไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่สิ่งที่ถูกท้วงติงนั้นเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างกัน แต่กรณีที่กฎหมายหรือพระราชบัญญัติฉบับใดที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตามการทำงานของสนช. เป็นเรื่องที่ต้องรอให้ สนช.ชุดใหม่ได้หารือเพื่อกำหนดข้อบังคับการประชุมอีกครั้ง
 
                             นายธงชัย ดุลยสุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาปฏิรูป เปิดเผยว่าตนได้ให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ยกร่างข้อบังคับการประชุมสำหรับสภาปฏิรูปไว้แล้ว เบื้องต้นมีกรอบพิจารณา คือ ข้อบังคับการประชุม สนช. ชุดที่ผ่านมาและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เพื่อให้เป็นกติกาเกี่ยวกับการลงมติ หรือการอภิปราย อย่างไรก็ตามการยกร่างข้อบังคับดังกล่าวยังไม่ถือว่ามีความสมบูรณ์ เพราะต้องรอพิจารณารายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนเนื่องจากต้องเขียนข้อบังคับให้สอดคล้องกัน ส่วนรายละเอียดของค่าตอบแทนนั้นเบื้องต้นทราบว่าทางสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ดำเนินการเตรียมความพร้อม