
รายงาน-ลิ่วล้อเล่นเกมเสียว
อาการคึกและห้าวแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมของ "ทักษิณ ชินวัตร" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง กำลังสำแดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้งหลังคว้าชัยในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สกลนครเขต 3 และศรีสะเกษเขต 1
เสียงจากแดนไกลผ่านการโฟนอินมายังคนเสื้อแดงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีผลกระทบอย่างยิ่งกับพรรครัฐบาลและขั้วตรงข้าม แม้จะสะดุดขาตัวเองไปในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา
แต่วันนี้ "คนหน้าเหลี่ยม" ยังทรงพลังและเรียกคะแนนให้พรรคเพื่อไทยได้เสมอและดูเหมือนว่าคีย์แมนของพรรคนี้พร้อมที่จะยึดตึกไทยคู่ฟ้ากลับมาอยู่ในการควบคุมของพรรคเพื่อไทยแล้ว
เกมนี้จะสัมฤทธิผลได้นั้นจะต้องอาศัยเสียงประชาชนนับล้านร่วมลงรายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ที่มีราว 17 คดีให้ลุล่วงผ่านไปได้โดยที่เจ้าตัวมิต้องย้ายชายคาบ้านไปอาศัยเรือนจำเป็นที่พำนัก
บางฝ่ายมองว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ชายอายุเกือบ 60 ปีคนนี้ประกาศไปนั้นมันเป็นการกระทำที่ใครหลายคนมิกล้า
แต่สำหรับ "ทักษิณ" ของแบบนี้มิใช่เรื่องแปลกแหวกแนวเลย เพราะคนไกลบ้านนั้นสามารถกระทำการทุกอย่างเพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
โดยมิจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสม - ถูกต้องชอบธรรมใดๆ ทั้งนั้น !!!
นัยที่ "ทักษิณ" ต้องการนั้นคือ การล้างปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 - ปัจจุบันไปให้หมด
และกลับไปนับหนึ่งใหม่โดยใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ฉบับยกร่างโดย "คปพร." ของ หมอเหวง โตจิราการ ที่เอื้ออานิสงส์ไปให้ "คนหน้าเหลี่ยม" เพียวๆ
มันจะเป็นการล้างไพ่และผ่าตัดการเมืองใหม่ที่การควบคุมระบบจะกลับไปอยู่ในอุ้งมือของ "ทักษิณ" อีกครั้ง !!!
สังเกตจากประเด็นหลากหลายที่มาจากคำพูดของ "นักโทษ" และแกนนำนปช.จะปลุกระดมกับมวลชนเพื่อต้านรัฐบาล "อำมาตยาธิปไตย" รวมทั้งขั้วตรงข้ามทุกระดับ
ท่ามกลางห่าฝนเดือนหกที่กระหน่ำลงมานั้นจะเป็นเรื่องราวเก่าๆ ที่นำมาฉายใหม่ เพื่อย้ำภาพว่า คนส่วนใหญ่ยังต้องการ ”ทักษิณ” กลับแผ่นดินแม่เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง
และพลพรรคคนรักแม้วพร้อมจะบินไปยังตะวันออกไกลเพื่อฉลองชัยและรับรางวัลหลังเพิ่มยอดส.ส.ได้อีกสองชีวิต
ตรงนี้น่าจะมีการตีความว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมชนในทุกสถานการณ์ เพราะประเมินแล้วว่ากระแสความนิยมในยามนี้น่าจะดีกว่า "ครม.นายมาร์ค" เสียอีก
แม้จะอยู่ในสภาวะ "ผีหัวขาด" แต่วงศาคณาญาติและลิ่วล้อที่ยังจงรักภักดีนั้น ยังคงรบแบบถวายชีวิตและมีโอกาสยึดภาคอีสานและเหนือไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น
แน่นอนว่าพรรคต่างๆ ที่แตกตัวออกจากพรรคไทยรักไทยรวมทั้งพลังประชาชนนั้น น่าจะสั่นสะท้านกันไปไม่มากก็น้อย
ของแบบนี้มิใช่ว่าจะพูดกันลอยๆ เพราะปฏิทินการเมืองที่พรรคเพื่อไทยวางแผนล่วงหน้าไว้นั้น เรียกได้ว่า เป็นระบบที่จัดตั้งไว้เพื่อรองรับอาการขาเป๋และเมาหมัดของครม.ชุดนี้โดยเฉพาะ
การสอนมวยเรื่องการแก้ปัญหาบ้านเมืองให้ครม.พรรคสะตอและสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้คนรากหญ้าไปแบบเลี้ยงไข้เช่นนี้ มันย้ำว่า
"นักโทษชายหน้าเหลี่ยม" กร้าวและกล้าที่จะเดินหมากการเมืองกระดานใหม่ที่ตัวเองอ้างว่าจะคัมแบ็กเพื่อกู้ศักดิ์ศรีประเทศไทย
เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ทำเป็นแต่เพียง “กู้หนี้ ขึ้นภาษี ไล่บี้แม้ว” เท่านั้น
ประโยคสัมผัสในข้างต้นนั้น สังคมพอที่จะเห็นภาพและเห็นด้วยในบัดดล
นี่จึงเป็นการบ้านบทใหม่ที่บรรดา "คนการเมือง" และ "ขุนพลสีเขียว" จากหลายสำนักต้องหันกลับมาสุมหัวคิดร่วมกันเพราะโจทย์ข้อนี้ใหญ่นัก
หากปล่อยให้ "ทักษิณ" ยังแสดงศักยภาพเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางการฟัดกันเองนัวเนียแบบนี้แล้ว การโดนเช็กบิลย้อนหลังจะเกิดขึ้นแน่นอน
ต่อให้ "ทักษิณ" ประกาศอโหสิกรรมไปแล้ว แต่จริงๆ ใครจะเชื่อว่าจะเป็นดั่งที่เจ้าตัวพูดไว้จริงๆ
เพราะฉะนั้นในยามนี้ ไม่ว่าจะเลือกตั้งช้าหรือเร็ว ก็ย่อมมีผลกระทบต่อทุกชีวิต
หากขั้วตรงข้ามยังไม่จับเข่าคุยกันเพื่อเตรียมรับมือฝ่ากระแส "แม้วฟีเวอร์" กันโดยเร่งด่วน
โอกาสที่กระแสเรียกร้อง "นักโทษชาย" กลับมาครองเมืองคงดังกระหึ่มขึ้นอีกเป็นแน่
แถมคราวนี้ "ลิ่วล้อ" งัดแผนสูงอีกครั้ง ด้วยการเอื้อมดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้องในหมาก "ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ" ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าผิดขั้นตอนกระบวนการอย่างชัดเจน
หากปล่อยให้พลพรรค "นักโทษชาย" ขับเคลื่อนกระแสไปทั่วทุกหัวระแหงเมื่อไหร่
บ้านเมืองจะยิ่งเดินเข้าสู่ภาวะที่ล่อแหลมและเป็นอันตรายมากขึ้นเท่านั้น !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



