
ปปช.เช็คยิบทรัพย์สิน'5รมต.'เอี่ยวจำนำข้าว
13 ก.ค. 2557
ป.ป.ช.เช็คยิบทรัพย์สินฯ '5 รมต.' เอี่ยวปมจำนำข้าว เผย 'ณรงค์' ปธ.อนุฯ จี้เสร็จเร็ว ก่อนชี้ 2 แนวทาง ร่ำรวยผิดปกติ-ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
13 ก.ค.57 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าว ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 ราย ในเชิงลึก ประกอบด้วย นางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ,นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการที่ป.ป.ช.ประสานขอข้อมูลไปยังธนาคาร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกำลังมีการทยอยส่งข้อมูลเข้ามา ยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตามเป็นการตรวจสอบในเชิงลึกทั้ง 5 รัฐมนตรี ไม่ได้ตรวจเฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง
“ ป.ป.ช.ขอข้อมูลไปก่อน แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ว่าจากข้อมูลที่เราได้มานั้นจะต้องไปอย่างไรต่อ ตอนนี้ธนาคารที่ไม่พบข้อมูล สิ่งผิดปกติก็ตอบมาแล้ว เพราะง่ายหน่อย ส่วนที่ช้าก็คือหากเขาเป็นลูกค้าธนาคารนั้นๆแล้วมีข้อมูลที่ขอไป ก็ทยอยส่งเอกสารมาให้ป.ป.ช. ทั้งนี้การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินธรรมดาก็ดูตัวเลขที่เปรียบเทียบธรรมดาๆ แต่ตรวจเชิงลึกคือต้องนำตัวเลขทั้งหมดมาเปรียบเทียบ ตรวจความเคลื่อนไหวทั้งหมดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง ทุกรายการ รายการไหนที่เราสงสัยก็จะเจาะเข้าไปว่าจุดนั้นมีความเป็นมาอย่างไร ดูหมดไปถึงคนรอบข้างที่ถูกตรวจสอบตามกฎหมายอยู่แล้ว เช่น คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และถ้าพยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงไปถึงใครที่มีความเกี่ยวข้องก็สามารถตรวจสอบได้ หรือถ้าเรามีข้อมูลว่ามีใครเป็นนอมินีในเรื่องนี้เรื่องนั้นก็ตรวจสอบลงไปได้ ” นายวรวิทย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนี้ตรวจพบความผิดปกติในส่วนใด ของใครบ้าง นายวรวิทย์ กล่าวว่า ตนเองยังไม่มีข้อมูล เพราะคณะทำงานเพิ่งเริ่มดำเนินการ คณะอนุกรรมการประชุมไปแล้วประมาณสองครั้ง เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะตรวจสอบได้เร็วหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า จะเร็วหรือช้าก็คงอยู่ที่ข้อมูลที่ขอไป หากธนาคาร ส่วนราชการ ส่งข้อมูลมาให้โดยเร็วก็สามารถดำเนินการได้เร็ว ซึ่งเราก็เร่งรัดอยู่แล้ว ได้รับความร่วมมือด้วยดี คงไม่ช้า เพราะเป็นการตรวจสอบเพียง 5 รายเท่านั้น จำนวนไม่มาก
อย่างไรก็ตาม นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการฯได้มอบนโยบายอยู่แล้วว่า อย่างน้อยประชุมกันเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อประมวลข้อมูลว่าถึงไหนอย่างไร ติดตามความคืบหน้าการทำงานกัน เป็นการเร่งรัดการทำงานของประธานอนุกรรมการอยู่แล้ว จากนั้นเมื่อคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลได้ก็ต้องนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อพิจารณา หากพบว่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือพบว่าร่ำรวยผิดปกติก็ต้องส่งอัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ขณะเดียวกันจะมีเรื่องของการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯ อันนี้ป.ป.ช.ยื่นฟ้องร้องเองต่อศาลฎีกาได้



