ข่าว

อิสราเอลเดินหน้าถล่มฮามาสตายนับ100

อิสราเอลเดินหน้าถล่มฮามาสตายนับ100

13 ก.ค. 2557

อิสราเอลปะทะฮามาสครั้งใหญ่ที่ฉนวนกาซา เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 157 ราย

 
                         13 ก.ค.57 กระแสเรียกร้องของชาวโลกให้อิสราเอลและกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์หยุดยิงกันยังไม่ได้รับการตอบสนอง เมื่อทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าสาดอาวุธเข้าใส่กันจนถึงเมื่อคืน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่วันอังคาร
 
                         การยิงถล่มของอิสราเอลทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตรวมแล้วอย่างน้อย 157 ราย ขณะที่กลุ่มฮามาสพยายามเดินหน้ายิงจรวดใส่อิสราเอลหนักมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ฝ่ายอิสราเอลสูญเสียชีวิตได้ และเมื่อวาน ก็ถือเป็นวันที่นองเลือดมากที่สุด นับตั้งแต่ที่กรณีพิพาทครั้งล่าสุดเปิดฉากขึ้นเมื่อวันอังคาร เมื่อมีผู้เสียชีวิตมากถึง 52 รายเป็นอย่างน้อย
 
                         ขณะที่อิสราเอลก็เดินหน้าระดมพลเข้าประจำการณ์ตามแนวพรมแดนติดกับเขตฉนวนกาซ่า ซึ่งเป็นที่มั่นของกลุ่มฮามาส เรื่องนี้เป็นสัญญาณว่าท้ายที่สุดแล้ว อิสราเอลอาจจะส่งทหารราบบุกเข้าไป ทำให้ชาวปาเลสไตน์ในแถบทางเหนือของกาซ่า ต้องเร่งอพยพหนีภัยสงคราม
 
                         ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีมติเป็นเอกฉันท์ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพกฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหยุดยั้งการสูญเสียชีวิตของประชาชน แต่ก็ยังไม่มีใครยอมปฏิบัติตาม
 
                         การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวานเริ่มมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีด้วยก็คือศูนย์ผู้พิการ ส่วนในกลุ่มผู้ชีวิต 2 ราย ก็เป็นหลานของอดีตนายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ฮานิยา ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส
  
                         ในส่วนของฮามาส ก็ตอบโต้โดยยิงจรวดใส่นครเยรูซาเล็ม และกรุงเทลอาวีฟ แต่จรวดหลายลูกก็ถูกอิสราเอลยิงสกัดได้
 
                         นับตั้งแต่ที่กรณีพิพาทเริ่มขึ้น ฮามาสยิงจรวดถล่มอิสราเอลแล้ว กว่า 500 ลูก
 
 
สถานทูตฯไทยเตือน 'แรงงานไทย' รับมือพื้นที่ถูกยิงถล่มในอิสราเอล
 
 
                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทอาวีฟ เรื่อง แจ้งข้อมูลข่าวสาร และการเตรียมตัวในการหลบภัย กรณีมีการยิงจรวดเข้ามาในอิสราเอล ตามที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นทางภาคใต้ของอิสราเอลในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงต้นเดือนกรฎาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะมีการยิงจรวดเข้ามาในพื้นที่อิสราเอลมากขึ้นจนถึงวันกรุงเทลอาวีฟ และพื้นที่ใกล้เคียงนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงออกคำแนะนำในการเตรียมตัวในการหลบภัย จากเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้
 
                         1.ในปัจจุบันได้มีการยิงจรวดเข้ามาในพื้นที่อิสราเอลมากขึ้น เป้าหมายของการยิงขยายมาเมืองสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ และใกล้ชนวนกาซา เช่นเมือง Ashkelon เมือง Beersheba เมือง Eshkol เมือง Kiryat Malachi และเมืองสำคัญอื่นๆ เช่น กรุงเทลอาวีฟ นครเยรูซาเล็ม และเมืองไฮฟา ทั้งนี้อิสราเอลซึ่งมีกองกำลังทหารที่มีประสิทธิภาพและมีอาวุธที่ทันสมัย ได้ปฎิบัติการพื้นที่และดินแดน รวมถึงชีวิตประชาชนด้วยการใช้ระบบไอรอน โดม ตอบโต้การยิงจรวดจากกาซาได้ผลดีมาหลายครั้ง
 
                         2. เพื่อเป็นการเตียมตัวในการหลบภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในการโจมตีด้วยจรวดในลักษณะนี้ สุานเอกอัครราชทูต จึงใคร่ขอความร่วมมือคนไทยและแรงงานไทยว่า เมื่อมีเสียงระเบิด หรือเสียงไซเรน หรือประกาศเตือน "เซว่า อะตอม" แสดงว่าอิสราเอลถุกโจมตีด้วยจรวดคัสซัม หรือปืนครก หรือจรวดประเภทต่างๆ ท่านจะต้องปฎิบัติตัวดังนี้
 
                         2.1 ผู้ที่ทำงานในเขตแปลงเกษตร ให้เข้าห้องหลุมหลบภัยโดยเร็วที่สุด ถ้าไม่มีห้องหลบภัยในบริเวณใกล้เคียง ให้รับนอนราบกับพื้น พร้อมกับยกมือขึ้นประสานที่ด้านหลังศรีษะตัวเองและอยู่ในท่านี้จนกว่าจะได้ยินเสียงระบหรืออยู่ในท่านี้ประมาณ 10 นาที จนแน่ใจว่าไม่มีระเบิดแล้วจึงค่อยลุกขึ้น และเข้าไปหลบในที่หลบภัย
 
- ในกรณีผู้ที่กำลังขับรถไถ ให้ดับเครื่องลงจากรถและนอนราบกับพื้น (ห่างจากรถพอสมควร) พร้อมกับยกมือขึ้นประสานไว้ด้านหลังศรีษะ และอยู่ในท่านี้จนกว่าจะได้ยินเสียงระเบิดหรือประมาณ 10 นาที จนกระทั่งแน่ใจว่า ไม่มีระเบิดแน่แล้ว จึงค่อยลุกขึ้น
 
                         2.2 ผู้ที่อยู่บริเวณนนอกบ้าน
 
- ให้รีบเข้าบ้าน หรือตึกที่ใกล้ที่สุด หรือ ที่หลบภัย หรือ หากไม่มีให้นอนราบกับพื้น ยกมือประสานไว้หลังศรีษะ อยู่ในท่าทนี้จนกว่าจะได้ยินเสียงระเบิด หรือประมาณ 10 นาที จนกระทั่งแน่ใจว่า ไม่มีระเบิดแน่แล้วจึงลุกขึ้นได้
 
-ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ให้หยุดข้างทางออกจากตัวรถ และให้เข้าไปในตึก หรือที่กำบังที่อยู่ใกล้ตัว หากไม่สามารถที่จะไปถึงตึก หรือที่กำบังภายในเวลาที่เรามีอยู่ห้ออกจากรถ นอนราบลงกับพื้นและใช้มือทังสองปิดศรีษะไว้ในกรณีที่ไม่สามารถี่จะออกจากรถยนต์ได้ ให้จอดข้างทางและรอ 10 นาที
 
                         2.3 ผู้ที่อยู่บริเวณที่มีอาคารสูง
 
- ผู้ที่อยู่อาศัย  ที่อยู่ชั้นบนสุดของตึก ซึ่งอยู่ในตึกจากชั้นที่สามขึ้นไปในตึกนั้น โดยไม่มีห้องหลบภัย หรือ ที่หลบภัยด้านในอยู่ภายในตึกนั้น ให้ลงมาสองชั้น
 
- ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึก ซึ่งมีสามชั้น และในตึกที่ไม่มี ห้องหลบภัยหรือสถานที่หลบภัยด้านในอยู่ในตึกนั้น ให้ ลงมาหนึ่งชั้น
 
-ห้ามประชาชนทุกคน อยู่ทางเข้าของตึก เพื่อป้องกันการเสี่ยงต่อการได้รับสะเก็ด และแรงระเบิด อันเนื่องมาจากระเบิดที่ตกข้างๆ ตึก
 
                         เมื่อมีสัญญาณเตือนภัย ท่านจะมีเวลาไม่มาก โดยท่านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ฉนวนกาซาและเมืองใกล้เคียง จะมีเวลาเพียง 15-45 วินาที เท่านั้น ที่จะหาที่หลบภัย ท่านควรสำรวจที่หลบภัย (บังเกอร์) ของโมชาฟคิบบุตซ์ ที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ หลบภัยได้ทันท่วงที ที่สำคัญท่านต้องอยู่ห่างจากวัตถุที่มีลักษณะแปลกหรือ ลูกระเบิดที่ตกอยู่บนพื้นดิน ไม่ควรเข้าไปถ่ายรูปหรือ สัมผัสลูกระเบิด หรือ จรวดที่ตกบนดิน เนื่องจาก อาจจะมีการระเบิด หรือมีสารเคมีที่เป็นอันตราย และควรโทรศัพท์แจ้งนายจ้างหรือตำรวจให้ทราบ ทั้งนี้ ขอให้ ทุกท่านติดตามความคืบหน้าจากสถานเอกอัครราชทูตไทย และทางการอิสราเอล รวมทั้งสื่อสารมวลชนอย่างใกล้ชิด
 
                         สำหรับโทรศัพท์ติดต่อสถานทูต - ยามฉุกเฉิน 1.หัวหน้าฝ่ายกงศุล 054 636 8150  2.เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงศุล 050 537 0759 / 054 431 8830 3.ผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน 054 469 3476  4.รองผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน 054 469 3477 5.สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลฮาวีฟ 09 954 8412- 13 6.สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน 09 954 8431-33