
เล็งปรับลดจ่ายเงินเข้ากองทุน กบข.ผลสอบ"วิสิฐ"รับผิดวินัยซื้อขายหุ้น
สมาชิก กบข.ประท้วงรับการประชุมใหญ่ เรียกร้องยกเลิกกองทุน ด้าน "กรณ์" ยันรูปแบบกองทุนเหมาะสมแล้วพร้อมรับลูกนายกฯ แก้กฎหมายปรับสัดส่วนการจ่ายเงินเข้ากองทุนใหม่ ขณะที่คณะกรรมการสอบวินัยรับ "วิสิฐ" ผิดวินัยจริงแต่อาจเรียกค่าเสียหายยาก
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้จัดประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิกประจำปี 2552 โดยมีตัวแทนเข้าร่วม 533 คน โดยมีการชี้แจงผลการดำเนินงานของ กบข. ในปี 2551 ที่มีผลขาดทุนจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิก ขณะที่องค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.แห่งประเทศไทย สมาพันธ์สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแห่งชาติ และองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แจกเอกสาร เพื่อขอให้รัฐบาลออกกฎหมายยกเลิก กบข. และคืนเงินให้สมาชิก รวมทั้งกลับไปใช้ระบบบำนาญตามปกติ
นอกจากนั้นตัวแทนสมาชิก กบข.ได้เดินทางเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีและนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอของสมาชิก ในส่วนของการปรับแก้กฎหมายเพื่อคำนวณสัดส่วนการจ่ายเงินเข้ากองทุนและบทบาทหน้าที่ของสมาชิก โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปศึกษารายละเอียด พร้อมยืนยันว่ารูปแบบของ กบข.จะเป็นประโยชน์มากกว่าการกลับไปสู่ระบบบำนาญแบบเดิมและสามารถจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกได้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมาตลอด 11 ปี นับแต่จัดตั้ง กบข.
นายสุจินดา สุขุม ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กบข. ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการสอบสวนด้านวินัยนายวิสิฐ กล่าวภายหลังการเชิญนายวิสิฐ เข้ามาชี้แจงในข้อสงสัยต่างๆ ว่า นายวิสิฐ ได้ใช้เวลาในการชี้แจงประมาณกว่า 1 ชั่วโมง และที่ประชุมมีมติกำหนดแนวทางวินิจฉัย รวมทั้งให้หาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นการซื้อขายหุ้นว่าใช้ข้อมูลที่เปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะจัดทำร่างรายงานให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นจะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวนด้านวินัยในวันที่ 13-14 กรกฎาคมนี้ เพื่อเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการ กบข.ในวันที่ 15 กรกฎาคม เพื่อให้ทันการประชุมคณะกรรมการ กบข. ในวันที่ 17 กรกฎาคม
“นายวิสิฐ ได้เข้ามาชี้แจงตามประเด็นที่ตั้งคำถามไปทั้ง 12 ประเด็นจนคณะกรรมการพอใจ และไม่เรียกเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม โดยในส่วนของความผิดเบื้องต้นนายวิสิฐ ได้ระบุในหนังสือลาออกว่ามีความผิดด้านระเบียบ กบข.ว่าด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์บัญชีพนักงาน พ.ศ.2546 ซึ่งก็คงเป็นความผิดตามนั้น ส่วนจะสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถตีมูลค่าความเสียหายที่ชัดเจนได้" นายสุจินดา กล่าว



