ข่าว

'ชินวรณ์'หนุน'คสช.'แก้ปมการเมือง

'ชินวรณ์'หนุน'คสช.'แก้ปมการเมือง

12 ก.ค. 2557

"ชินวรณ์" หนุน "คสช." แก้ปมการเมืองแนะ"ใช้ยาแรง-กำจัดรากเหง้าโกง"ติงแนวคิด กกต.ไม่มองภาพรวมระบบรัฐสภาแต่มองนักการเมืองเลวร้าย

 
 
 
          วันที่ 12 ก.ค.57 นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และอดีตกรรมาธิการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาทางการเมืองว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรจะตั้งโจทก์ให้ถูกต้องเพราะโจทก์ที่แท้จริงขณะนี้ คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมาจากอำนาจทางการเมืองและรากเหง้าของการทุจริตคอร์รัปชั่นก็คือ การซื้อเสียง เมื่อมีการซื้อเสียงจึงมีเจ๊โน้นเจ๊นี้  ทำให้ต้องมีกระบวนการจัดระบบในการซื้อส.ส.ซื้อพรรคการเมือง แม้แต่ซื้อการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร  
 
          อดีตประธานวิปรัฐบาล  กล่าวว่า  หากคสช.มีแนวคิดที่จะกำจัดหรือถอนรากเหง้าการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างแท้จริง  ซึ่งหลายประเทศเคยทำมาแล้วและได้ผล เช่น  เยอรมัน เกาหลี สิงคโปร์  เป็นต้น เห็นว่าประเทศไทยควรที่จะจัดระบบการเลือกตั้ง  ให้สุจริตเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกำจัดกรณีการซื้อขายเสียง ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมโหฬารทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น  เพราะมีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาครอบงำนักการเมืองตามมา  ที่แย่กว่านั้นคือ นักการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง ก็ไปประกอบอาชีพสีเทาตามมาอีกด้วย
         
          “ผมคิดว่าต้องลงโทษใช้ยาแรงกับนักเลือกตั้ง หากมีความผิดอันมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการซื้อเสียงก็ต้องตัดสิทธิ์ไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ให้ใบเหลือง-ใบแดง เท่านั้น เพราะถ้าให้ใบเหลือง-ใบแดงก็จะมีการส่งตัวแทน ลงสมัครรับเลือกตั้ง  นอกจากนี้เห็นว่า ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง  มีอิสระและความเป็นธรรม  ไม่ถูกควบคุมผ่านกระบวนการหาเสียง  และประชาชนทุกคนต้องเป็นผู้เสียหาย ฟ้องร้องเองได้ หากพบว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง  นอกจกนี้ กกต.ต้องคุ้มครองพยานหรือให้รางวัล คนที่กล้าออกมาแสดงตัว ว่าในพื้นที่นั้นๆ มีการซื้อเสียง เพราะหากสามารถแก้ไขปัญหารากเหง้าการซื้อเสียงได้ ปัญหาอื่นที่เป็นเรื่องของกระบวนการทำงานก็จะหมดไป”  นายชินวรณ์ กล่าว
          
          ส่วนแนวคิดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่เสนอห้ามส.ส.ดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 วาระนั้น นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่รากเหง้าที่แท้จริงและไม่ตรงกับกลไกของระบอบรัฐสภา ที่ต้องการมีนักการเมืองอาชีพ  เพราะการจัดทำกฎหมายแต่ละฉบับหรือการนำกฎหมายเข้ามาสู่การบังคับใช้ ก็จะต้องมีความเข้าใจ เรื่องกระบวนการทำกฎหมาย ในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและเป็นผู้ทำกฎหมายด้วย 
           
          ส่วนแนวคิดกกต.ที่จะให้กลับไปใช้เขตเลือกตั้ง แบบเขตใหญ่เบอร์เดียวนั้น  อดีตประธานวิปรัฐบาล  กล่าวว่า  ถ้าแก้ไขปัญหาเรื่องการซื้อเสียงได้ ตนคิดว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตละคน ให้ส.ส.รับผิดชอบพื้นที่เอง  และขณะเดียวกันก็ให้ประชาชนได้ตรวจสอบโดยตรง  ตนคิดว่าจะมีผลควบคุมนักการเมืองได้สูงกว่า การกลับไปใช้การเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เบอร์เดียว ที่จะนำไปสู่การฮั้วกันของการเมืองในระดับท้องถิ่นมาก
            
          นอกจากนี้หากมีความผิดเกี่ยวกับการเมือง จนถึงขั้นมีความผิดทางอาญา เช่น มีคนร้องว่านักการเมืองซื้อเสียง คนธรรมดาจะไม่กล้าร้อง โดยเฉพาะคนที่ชนะจะไม่มีใครกล้าร้องเรียน  แต่ถ้าหากจะร้อง จะต้องใช้เหตุอันเป็นเจตนาพิเศษ  ที่ทำให้เชื่อได้ว่า มีการซื้อเสียงจริง  นอกจากนี้  ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรที่จะมีส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะจะทำให้มีปัญหา ได้คนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างจริงจัง  หรือได้ส.ส.ที่เข้ามาเป็นพวกกลุ่มทุน หรือกลุ่มนักการเมืองสีเทา  ที่มีปัญหาและมีอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งที่ส่วนใหญ่จะมีอิทธิพลและเป็นนายทุนพรรค เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะใช้แบบเขตเดียว เบอร์เดียว
            
          “ผมมองว่า กกต.มองจากข้างในมาข้างนอก คือ มองว่านักการเมืองเลวร้าย  ต้องกำจัดอำนาจบทบาทหน้าที่ ซึ่งบางประเด็นก็ขัดแย้งกับความจริงของระบบรัฐสภา  หรือระบบการเป็นตัวแทนของประชาชน เพราะในระบอบประชาธิปไตยจะไม่ให้ มีระบอบตัวแทนประชาชนที่มีคุณภาพถือว่าขัดกัน เนื่องจากระบบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง เราต้องใช้การเลือกตั้งเพื่อให้ได้ตัวแทน  ของประชาชนที่มีคุณภาพ แต่ข้อเสนอของ กกต.ยังไม่ได้มองจากข้างนอกไปสู่ข้างใน ว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไรกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมบ้าง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่กกต.ต้องนำมาคิดเช่นเดียวกัน  ว่าถ้าต้องการให้ กกต.ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จะทำอย่างไร” นายชินวรณ์ กล่าว
          
          อดีตประธานวิปรัฐบาล  กล่าวว่า  ที่ผ่านมาเราพบความจริงว่า กกต.จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีประชาชนร้องเรียนมา  โดยที่กกต.ไม่สามารถเข้าไปสู่กระบวนการจัดการ แก้ไขปัญหาการซื้อเสียงได้  ดังนั้นตนเห็นว่าการร่างกฎหมายใหม่  ควรต้องมองกรอบภาพรวมทั้งหมด  และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งมีการลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง  เหมือนหลายประเทศที่ทำมาแล้วกับนักการเมือง เช่น ควรตัดสิทธิตามที่ตนเสนอไว้