
ซ้อนแผนรวบแก๊งสวมชื่อปลอมบัตรประชาชน
ซ้อนแผนรวบแก๊งสวมชื่อ ปลอมบัตรประชาชน : ทวี อภิสกุลชาติรายงาน
เสียงโทรศัพท์ของ "มนตรี จารุธำรงค์" ปลัดอาวุโส อ.นาทม จ.นครพนม ดังขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง เป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่เคยติดต่อเข้ามาก่อนหน้านี้ เมื่อรับสายปลายทางเป็นเสียงผู้หญิง อ้างชื่อปลัดอำเภอคนหนึ่งเป็นคนให้เบอร์แนะนำติดต่อมา เมื่อพูดคุยไม่นาน เธอได้แจ้งความจำนงว่าต้องการให้ช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกทำบัตรประชาชนให้ชาวต่างด้าว โดยจ่ายค่าตอบแทนใบละ 1 แสนบาท
จากนั้นมีการโทรศัพท์ติดต่อมาอีกหลายครั้ง ระหว่างนั้นนายมนตรีได้นำเรื่องเข้าปรึกษากับนายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอนาทม ซึ่งที่สุดก็ตกลงใจจะซ้อนแผนจับ เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อมีการพบบัตรประชาชนปลอม เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนทำทุจริตก็จะถูกตั้งกรรมการสอบ และให้ออกจากราชการ แต่ไม่เคยมีการสาวไปถึงกลุ่มขบวนการปลอมบัตรได้เสียที เมื่อคราวนี้เข้ามาติดต่อเอง จึงถือเป็นโอกาสในการจับกุม
ที่สุดได้นัดหมายจะพาชาวต่างด้าว 2 คนเข้ามาทำบัตรประชาชนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 จึงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำบัตรให้ชาวต่างด้าว โดยมีสื่อมวลชนแอบถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์ไว้ตลอด กลุ่มคนร้ายได้นำสำเนาทะเบียนบ้าน และใบสูติบัตรในชื่อของ นายอิทธิพล สระมงคล และนายสมศักดิ์ เซี่ยงหว็อง เป็นหลักฐานในการขอทำบัตรประชาชน เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนกลับไปขึ้นรถ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัว
คนไทย 2 คนที่ถูกจับชื่อ นายอำนาจ เศรษฐสิงห์ พกบัตรเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อีกคนคือ นายมิคาล ปาทาน เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่พัก พบว่ายังมีพวกในกลุ่มนี้อีก 3 คน ซึ่งหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงเพียงไม่กี่นาที
จากข้อมูลที่คนกลุ่มนี้ติดต่อผ่านนายมนตรีมาเป็นระยะ ประมวลได้ว่า ขบวนการนี้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการปลอมบัตรประชาชน ซึ่งยังมีแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้อยู่อีกมาก เดิมใช้วิธีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน จากนั้นก็เอาไปเป็นหลักฐานในการทำบัตร แต่สำหรับกลุ่มนี้ต่างกันที่ หาคนเป้าหมายที่ไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน ได้แล้วก็จะถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน และใบสูติบัตรเพื่อมาขอทำบัตรประชาชน
"ถ้าไม่มีการติดสินบนหรือทุจริต กรณีนี้จะไม่สามารถทำบัตรได้เลย เพราะถ้ามาทำในพื้นที่ห่างไกลบ้านก็ต้องถามเหตุผลและต้องหาคนมารับรอง แล้วไปทำอะไรมา อายุป่านนี้เพิ่งมาทำบัตร ที่สำคัญพูดไทยไม่ได้ สังเกตได้จากมิจฉาชีพจะไปทำบัตรในพื้นที่ห่างไกลหรือชายแดน เพราะคิดว่าระบบตรวจสอบไปไม่ถึง" นายมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารที่พบในรถมีข้อสังเกตว่า สำเนาทะเบียนบ้านและใบสูติบัตรทั้งหมด คัดสำเนามาจากเขตจตุจักร แสดงว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่บางรายรับสินบนถ่ายสำเนาเอกสารมาให้ แต่ที่น่าสนใจคือ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลของรายชื่อที่จะถูกสวม พบว่าทั้งหมดเป็นคนที่ไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน ไม่มีหลักฐานภาพถ่ายและลายนิ้วมือ ซึ่งอาจจะเพราะเป็นคนที่เสียชีวิตแล้ว หรือสูญหาย หรือเป็นข้าราชการที่ไม่เคยไปทำบัตรประชาชน ตั้งแต่เปลี่ยนระบบมาเป็นออนไลน์ ใช้บัตรข้าราชการแทนตัว จึงไม่มีข้อมูลภาพถ่ายและลายนิ้วมือปรากฏ
"ถ้าไม่มีคนในเกี่ยวข้อง จะไม่สามารถคัดสำเนารายชื่อมาได้เลย เพราะขั้นตอนที่ถูกต้อง คนขอคัดสำเนาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าตัวเท่านั้น น่าสังเกตคือ สำเนาออกมาจากเขตเดียวกัน สำคัญกว่านั้นคือ ข้อมูลบุคคลทั้งหมดเป็นคนที่ไม่ได้ติดต่อในเรื่องทะเบียนมาก่อนเลย ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมานานมาก เขาคัดคนกลุ่มนี้ออกมาได้อย่างไร ซึ่งคนที่จะเข้าถึงชั้นข้อมูลระดับสูง มีเฉพาะคนในกรมการปกครองเท่านั้น อาจเป็นเจ้าหน้าที่เล็กๆ ก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว
ในข้อตกลงที่ขบวนการนี้บอกกับนายมนตรีไว้ คือ หลังจากได้บัตรประชาชนแล้ว 1 เดือน ให้ทำลายหลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารและลบข้อมูลในระบบให้หมด เพราะทำบัตรประชาชนเพื่อนำไปทำพาสปอร์ตใช้เดินทางไปประเทศอื่นเท่านั้น นั่นหมายความว่า คนต่างด้าวที่มาใช้บริการ ต้องมีปัญหาเรื่องประวัติส่วนตัว จึงไม่สามารถทำพาสปอร์ตด้วยชื่อของตัวเองได้ เท่ากับเป็นการใช้ประเทศไทยในการฟอกตัว
ล่าสุด นายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอนาทม ได้มีหนังสือด่วนที่สุดร้องขอไปที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านงานทะเบียนราษฎร์ ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาทม เพื่อขยายผลสาวให้ถึงตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ซึ่งพบว่าเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกลุ่มใหญ่ และมีข้อมูลว่า มีทหารเข้าร่วมด้วย ซึ่งทางต้นสังกัดได้ส่งคนมาขอข้อมูลแล้วเช่นกัน
"สิ่งล่อใจให้เจ้าหน้าที่หลงผิด ยอมร่วมมือกับมิจฉาชีพ เพราะเงินค่าจ้างที่จ่ายให้ใบละแสนบาท และส่งมาทำเรื่อยๆ รายได้เดือน สองเดือน มากถึง 5-10 ล้าน จึงทำให้คนที่เดือดร้อนทางการเงิน ตกเป็นเหยื่อความโลภ และเมื่อถูกจับได้ก็ต้องเสียอนาคต" ปลัดอาวุโส กล่าว
----------------------
(หมายเหตุ : ซ้อนแผนรวบแก๊งสวมชื่อ ปลอมบัตรประชาชน : ทวี อภิสกุลชาติรายงาน)



