'เต่า'ของกลาง ของตาย?
'เต่า'ของกลาง ของตาย?
ลวดลายความสวยแปลกตาของเต่าหลายชนิด กลายเป็นภัยล่อใจให้ผู้คนหลงใหล อยากซื้อหามาครอบครอง ทว่ากว่าจะได้เต่าสวยงามมาเลี้ยงสักตัว พวกคุณรู้ไหม? พวกมันต้องตายไประหว่างทางมากมาย และบางชนิดแทบจะสูญพันธุ์ไปจากถิ่นที่อยู่ของพวกมัน!!
ภายในสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ จ.ชลบุรี หน่วยงานในสังกัดของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รับหน้าที่คอยอนุบาลดูแลเต่าของกลางนับพันๆ ตัว ที่ถูกตรวจยึดได้ ในช่วงแรกๆ การอนุบาลดูแลเต่าของกลางตายยกชุด แต่ปัจจุบันมีทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาวางระบบการดูแลรักษาเต่าเหล่านี้ ทำให้มีอัตรารอดมากขึ้น
“ช่วงแรกๆ ที่รับเต่าของกลางมาดูแล รับมา 500 ตัวก็ตายไป 500 ตัว ผมไม่แน่ใจว่าเต่าพวกนี้มาจากธรรมชาติ หรือฟาร์มเพาะเลี้ยง ตัวเต่ามีโปรโตซัว เมื่อเต่าป่วย เต่าเครียด โปรโตซัวก็จะเติบโต ในที่สุดเต่าก็ตาย สัตวแพทย์จากจุฬาฯ ที่มาช่วยดูแลสุขภาพเต่าบอกผมว่า พวกเต่าอายุน้อยๆ จะติดเชื้อและตายง่าย ทำให้คนที่ชอบเลี้ยงก็จะซื้อเต่าไปเลี้ยงเรื่อยๆ แทนตัวที่ตาย” ทรงกรด ภู่ทอง หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ จ.ชลบุรี บอกระหว่างพาไปดูเต่าของกลางเกือบ 2,000 ตัว ที่รับมาอนุบาลดูแลอยู่
“ทรงกรด” ยอมรับว่า กรมศุลกากรเคยประเมินการจับกุมแต่ละครั้ง (300-500 ตัว) มีมูลค่าหลักล้านบาททั้งหมด ส่วนการอนุบาลดูแลก็กลายเป็นภาระหนักเช่นกัน โดยเฉลี่ยค่าอาหารเต่าตกตัวละ 3 บาทต่อวัน และในช่วงที่รับเต่าของกลางมาใหม่ๆ จะพบปัญหาเต่าตายทุกวัน โชคดีที่ส่งทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ มาช่วยตรวจสุขภาพและรักษาเต่าของกลางเหล่านี้
ลูกเต่าดาวอินเดีย ลูกเต่าดาวรัศมี ลูกเต่ายูนิฟลอร่า..ถูกทยอยนำมาจากคอกเลี้ยง คัดแยกตัวที่ตายออก แล้วนำเต่าไปอาบน้ำ เช็ดตัว ชั่งน้ำหนัก เพื่อรอให้ยาถ่ายพยาธิและวิตามิน บางตัวมีอาการป่วยก็ต้องให้น้ำเกลือ และบางตัวที่มีอาการป่วยรุนแรงจะนำกลับมารักษาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ
หลังจากนำทีมสัตวแพทย์เข้าไปทำการรักษา สพญ.ฐนิดา เหตระกูล หัวหน้าศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำฯ ยอมรับว่า เต่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ติดเชื้อปรสิตภายใน และบางตัวมีอาการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา ต้องนำกลับมารักษาต่อที่ศูนย์ ซึ่งจะมีอัตราการรอดประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเต่ามีสภาพอ่อนแอมาก บางตัวตายตั้งแต่ขั้นตอนการลักลอบนำเข้ามา
“ทุกครั้งที่เข้าไปเห็นเต่าที่ถูกลักลอบ ค่อนข้างสะเทือนใจ เศร้าเหมือนกันที่เต่าส่วนหนึ่งต้องตายไป บางทีเราไม่ทันได้ช่วยเหลือเขาเลย อยากฝากคนที่รักเต่า คนที่เลี้ยงเต่า การซื้อมาต้องคำนึงด้วยว่า เป็นเต่าที่ลักลอบมาจำหน่ายหรือไม่ เพราะการขนส่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้พวกมันตาย..” สพญ.ฐนิดา บอกฝากไปถึงคนที่กำลังจะเลี้ยงเต่า
ด้าน “เตือนใจ นุชดำรง” ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยอมรับว่า กรมไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเต่ามาก่อน แต่รับเลี้ยงมานานหลายปี ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น และเชื่อมือทีมสัตวแพทย์จุฬาฯ ที่มาช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม กรมมีแผนจะส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมการดูแลเต่าเพิ่มเติมที่มาดากัสการ์ เพื่อทำให้เต่ามีชีวิตรอดมากขึ้น
เมื่อสอบถามถึงกรณีส่งเต่ากลับคืนสู่ประเทศต้นทาง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ บอกว่า ตามกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมทั้งกฎหมายอาญา ต้องเก็บของกลางที่ไม่มีผู้ต้องหาไว้ 5 ปี ที่ผ่านมา “มาดากัสการ์” เคยประสานงานมาว่า อยากขอเต่าคืน ซึ่งสามารถทำได้ เพราะเต่าบางชนิดสามารถพิสูจน์ถิ่นกำเนิดได้ แต่ต้องขออนุญาตพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และประเทศที่ร้องขอมา ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“ตอนนี้กำลังรอว่ามาดากัสการ์จะร้องขอมาหรือไม่ เขาเคยร้องขอมาครั้งหนึ่ง แต่เรายังทำกระบวนการต่างๆ ไม่เสร็จ เขาก็เงียบหายไป ส่วนในระยะยาวทางกรมเตรียมการที่จะแก้ไขระเบียบ อาจจะหารือกับพนักงานสอบสวน เมื่อของกลางเป็นสัตว์เขาอาจจะตายระหว่างการดูแลกว่าจะสิ้นคดี” ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าว
ปัจจุบันเต่าของกลางที่ยังเหลือชีวิตรอดกว่า 1,000 ตัว กำลังกลายเป็นภาระในการอนุบาลดูแล และเมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว ประเทศต้นทางอาจไม่รับคืน จะมีเพียง “เต่ายูนิฟลอร่า” ราว 20 ตัว ซึ่งเป็นเต่าที่หายาก และมีราคาแพงที่สุดในโลกเท่านั้น ที่ “มาดาร์กัสก้า” ประเทศต้นทาง เคยติดต่อขอรับคืน!!
สถิติ-เส้นทางการลักลอบค้าเต่า
ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา “เต่า” ที่มีการจับกุมมากที่สุดคือ “เต่าหับ” มีการลักลอบผ่านอินโดนีเซีย มาเลเซีย มาทางภาคใต้ของไทย มักจับได้พร้อมตัวนิ่ม เพื่อขนผ่านไปในจีนหรือในเวียดนาม เนื่องจากจีนนิยมกินตัวนิ่มรวมถึงเต่าด้วย รองมาเป็น “เต่าดาวอินเดีย” , “เต่าดำแฮมมิลตัน” , เต่าจมูกหมู มาจากบังกลาเทศ ปากีสถาน และอินเดีย และเต่าดารารัศมี หรือ เต่าราเดียตา มาจากมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นเต่าสวยงามยอดนิยมของกลุ่มคนรักสัตว์แปลก
“ไพศาล ชื่นจิตร” รองอธิบดีกรมศุลกากร บอกว่า เต่าส่วนใหญ่มักถูกตรวจยึดได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยวิธีการซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเดินทาง บางกรณีจับได้ถึง 4 กระเป๋าเดินทาง พบเต่าทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เต่าส่วนหนึ่งคาดว่าถูกนำมาขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร อีกส่วนหนึ่งมีความพยายามจะส่งต่อไปยังประเทศจีน
รองอธิบดีกรมศุลกากรขยายความถึงตลาดค้าเต่าที่จีนว่า มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.คนจีนเชื่อว่าเลี้ยงเต่าสวยงาม ทำให้อายุยืน จะได้อายุยืนเหมือนเต่า คนจีนจึงมักมอบสิ่งของที่เป็นรูปสัญลักษณ์ของเต่าให้แก่กัน 2.คนจีนเชื่อว่า กินเนื้อเต่าทำให้อายุยืน และที่สำคัญตลาดการค้าสัตว์ป่าส่วนหนึ่งอยู่จีน
ทั้งนี้ การลักลอบค้าเต่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร 2469 กรณีนำเข้า-ส่งออก-นำผ่านราชอาณาจักร ปรับ 4 เท่าของราคาสัตว์ที่รวมอากรนำเข้าแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ



