ข่าว

สังคมสิงคโปร์ถกครอบครัวเกย์ในหนังสือเด็ก

สังคมสิงคโปร์ถกครอบครัวเกย์ในหนังสือเด็ก

12 ก.ค. 2557

สังคมสิงคโปร์ถกครอบครัวเกย์ในหนังสือเด็ก

               คณะกรรมการห้องสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์ (เอ็นแอลบี) ได้ถอดหนังสืออ่านสำหรับเด็ก 2 เล่ม ออกจากห้องสมุดสาธารณะเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา           

             เล่มแรกเป็นหนังสือเรื่อง And Tango Makes Three เขียนจากเรื่องจริงของเพนกวินชินสแตรปเพศผู้สองตัว ในสวนสัตว์เซ็นทรัลพาร์ค ในนิวยอร์ก ชื่อ "รอย" กับ "ไซโล" ทั้งสองมีพฤติการณ์เหมือนคู่รัก ช่วยกันดูแลไข่ใบหนึ่ง กระทั่งฟักตัวเป็นลูกเพนกวิน 
 
               เล่มที่สอง The White Swan Express เรื่องราวของครอบครัวที่รับทารกเพศหญิง 4 คนจากสถานเด็กกำพร้าไปเลี้ยงเป็นลุกบุญธรรมและหนึ่งในนั้นเป็นคู่รักเลสเบี้ยน
 
               คณะกรรมการห้องสมุดถอดหนังสือทั้งสองเรื่องให้พ้นมือเด็ก ตามคำร้องเรียนของประชาชนคนหนึ่ง ที่ระบุว่าเป็นหนังสือที่ไม่สนับสนุนค่านิยมครอบครัว
 
               ผู้ร้องเรียนแจ้งผ่านเฟซบุ๊กของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า We Are Against Pinkdot in Singapore ว่าคณะกรรมการห้องสมุดตอบรับคำร้องเรียนและดำเนินการภายในสองวัน พวกเขาคิดว่าในฐานะผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบ มีหน้าที่ที่จะต้องอบรมค่านิยมครอบครัวแก่ลูกหลาน และเด็กทุกคนต้องการพ่อ และแม่     
 
               พิงค์ดอท (Pinkdot) เป็นชื่อกิจกรรมชุมนุมพาเหรดประจำปีของชาวเกย์ เลสเบี้ยน ข้ามเพศ ในสิงคโปร์ ซึ่งครั้งล่าสุดเพิ่งผ่านไปเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
 
               การตัดสินใจของคณะกรรมการห้องสมุด จุดกระแสถกเถียงขึ้นมาทันทีโดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ส่วนมากมองว่า การทำเช่นนี้ทำให้เด็กไม่เท่าทันความหลากหลายทางสังคมและข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ หนังสือลักษณะนี้ สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นเหมาะสมให้พ่อแม่อธิบายให้ลูกฟังถึงความหลากหลายเชิงโครงสร้างครอบครัว
       
               โจลีน เตียว ผู้จัดการอาวุโสโครงการและการสื่อสาร สมาคมวีเมน ฟอร์ แอ็กชั่น แอนด์ รีเสิร์ช กล่าวว่า เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เด็กจะได้รู้ว่าครอบครัวที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีหลากหลายแบบ มิใช่ครอบครัวในชุดความคิดเดียวคือ ผู้ชายกับผู้หญิงการส่งเสริมสถาบันครอบครัวน่าจะหมายถึงการทำความเข้าใจว่ามีครอบครัวหลายแบบ ตั้งแต่ครอบครัวพ่อ/แม่เลี้ยงเดี่ยว ไปจนถึงผู้ปกครองเพศเดียวกัน          
      
               ขณะที่คณะกรรมการห้องสมุด ชี้แจงว่าเด็กเป็นผู้ไปใช้บริการห้องสมุดบ่อยที่สุด จำนวนมากไปเลือกหาหนังสือในหมวดหนังสือเด็กกันเอง ดังนั้น จึงยึดค่านิยมครอบครัวและแนวทางระมัดระวังไว้ก่อน  แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามว่า ได้รับร้องเรื่องร้องเรียนมากแค่ไหนก่อนถอดออกจากชั้น
       
               ล่าสุด มีการทำคำร้องออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ change แล้ว เรียกร้องให้นำหนังสือเหล่านั้นกลับเข้าห้องสมุดอีกครั้ง