ข่าว

เอเย่นต์ยาบ้ารับขายให้มือฆ่าด.ญ.13ปี

เอเย่นต์ยาบ้ารับขายให้มือฆ่าด.ญ.13ปี

11 ก.ค. 2557

เอเย่นต์ยาบ้ารับขายให้มือฆ่าด.ญ.13ปี แฉมีพนักงานรฟท.ติดอีกอื้อ'พงศพัศ'เล็งล้างบาง เริ่มต้นจากนครศรีธรรมราชเป้าแรกเป็นชุมชนสถานีรถไฟ

               เมื่อวันที่ 11 ก.ค.57 พล.ต.อ. พงศพัศ  พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูง เดินทางลงพื้นที่นครศรีธรรมราช เข้าสอบสวนนางจินดา พันธรักษ์ อายุ 52 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีครอบครองอาวุธปืน และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ให้กับนายวันชัย แสงขาว พนักงานรถนอน การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี  โดยมี พลตรีนพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 และคณะนายทหารเสนาธิการ เข้าร่วมในการติดตามข้อมูล ซึ่งหลังจับกุมวานนี้นางจินดาได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และซัดทอดถึงผู้ที่นำยาเสพติดมาส่งให้ก่อนที่จะขายให้กับนายวันชัย แสงขาว พนักงานรถไฟจนกระทั่งไปก่อเหตุสลดขึ้น

               ภายหลังพล.ต.อ. พงศพัศ   ได้เรียกตัวนางจินดามาสอบปากคำด้วยตัวเอง ต่อหน้าผู้สื่อข่าว นางจินดายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า นอกจากมีนายวันชัยแล้วยังมีพนักงานรถไฟอีกหลายรายที่เป็นลูกค้ายาเสพติด

               ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ ระบุว่า  กำลังขยายผลและเตรียมประสานแผนปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเร็วๆนี้โดยมีเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้ว และจะประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อร่วมกันตรวจสอบพนักงานที่เกี่ยวข้องและถูกระบุว่าเป็นผู้ซื้อยาเสพติดจากชุมชนที่นางจินดาต่อมาได้ติดตามการคุมตัวนางจินดา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทุกขั้นตอนด้วยความสมัครใจ ตั้งแต่จุดแรกที่นายวันชัยมารับประทานอาหารก่อนที่จะซื้อยาเสพติด

               หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนางจินดาไปนำชี้บ้านที่นางจินดารับซื้อมาแต่ปรากฏว่าได้หลบหนีไปจากบ้านแล้ว พลต.อ.พงศพัศได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีเพียงลูกชายอยู่ที่บ้าน หลังจากนั้นได้เข้าพบปะผู้โดยสารที่มารอใช้บริการเข้าพบกับนายสไลเดช แสงพยัคฆ์ นายสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช เพื่อชี้แจงถึงกระบวนการดำเนินการกับชุมชน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ให้ชาวบ้านเช่าพักอาศัยและแจ้งถึงข้อมูลของขบวนการค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับพนักงานการรถไฟที่เป็นลูกค้า

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่ได้เชื่อมโยงข้อมูลทุกด้าน และเตรียมที่จะเริ่มต้นการปราบปรามยาเสพติดระลอกใหม่ที่หนักหน่วงเข้มข้นมากขึ้น โดยเริ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่หลังสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช จะต้องปราศจากยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง ต้องมีการจัดระเบียบทางสังคมทุกด้าน

               “ในส่วนของการค้ายาเสพติดในชุมชนแห่งนี้ต้องยอมรับความจริงว่าลูกค้าที่ซื้อนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มพนักงานรถไฟ 2.กลุ่มผู้โดยสาร และ 3.กลุ่มทั่วไป ซึ่งทางกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ปปส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย โดยเฉพาะการรถไฟนั้นได้รับความร่วมมืออย่างดีมาก ซึ่งทุกฝ่ายจะร่วมกันจัดการแก้ไขปัญหา” รอง ผบ.ตร.กล่าว

 

อธิบดีราชทัณฑ์กำชับผบ.คุกประจวบฯแยกขัง

               นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการควบคุมตัวนายวันว่า ได้มอบหมายให้ผบ.เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาการดูแลอย่างเหมาะสม โดยกรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังไม่ให้หลบหนีและปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังที่ต้องโทษคดีใด สำหรับนายวันชัยถือเป็นผู้ต้องขังคดีที่สังคมให้ความสนใจเนื่องจากพฤติกรรมก่อเหตุของนายวันชัยเป็นความผิดที่ละเอียดอ่อน ก่อเหตุอุกฉกรรจ์กับเด็กหญิง ดังนั้นจึงต้องกำชับให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งผบ.เรือนจำจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะแยกการควบคุมตัวอย่างไร หรือใช้มาตรการดูแลระดับใด ซึ่งจะต้องพิจารณาไปตามสถานการณ์ ทั้งนี้ยอมรับว่าผู้ต้องขังในเรือนจำส่วนใหญ่แม้อยู่นอกเรือนจำจะกระทำความผิดมาก่อน แต่เมื่อเข้าอยู่ในเรือนจำที่เป็นสังคมแบบเพศเดียว และมีวัยใกล้เคียงกัน จึงมักไม่พอใจคนที่กระทำความผิดคดีทางเพศ โดยเฉพาะคดีที่มีเหยื่อเป็นเด็ก ดังนั้นในระยะแรกจำเป็นต้องแยกการดูแลออกจากผู้ต้องขังรายอื่นป้องกันการถูกทำร้าย ทั้งนี้เชื่อว่าหลังกระแสสังคมลดลงจะสามารถคุมขังนายวันชัยรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นได้ตามปกติ

               อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดยังไม่ได้รับรายงานจากผบ.เรือนจำว่ามีปัญหาในการควบคุมตัวนายวันชัย ซึ่งหวังว่าหลังต้องโทษถูกคุมขังอย่างน้อย 5 ปี นายวันชัยน่าจะรู้สึกถึงความผิดที่ได้ก่อไว้ ส่วนกรณีที่ต้องมีการบำบัดหรือตรวจสภาพจิตใจเพิ่มเติมหรือไม่ กรมราชทัณฑ์จะดำเนินการตามคำสั่งศาล หากเห็นว่าจำเป็นต้องส่งนักจิตวิทยาเข้ามาตรวจสภาพจิตก็ต้องเป็นดำเนินการอย่างเคร่งครัด


บุรีรัมย์สถานีรถไฟติดป้ายไว้อาลัย

              บรรยากาศที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ยังมีประชาชนมาใช้บริการโดยสารเพื่อเดินทางกลับในช่วงหยุดยาวเทศกาลเข้าพรรษาอย่างคึกคัก   ขณะที่ทางการรถไฟก็ได้เสริมโบกี้กับขบวนรถที่วิ่งให้บริการทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่องวันละ 21 ขบวนอีกขบวนละ 3 โบกี้ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการในช่วงนี้ไม่ให้ตกค้าง โดยคาดว่าช่วงหยุดยาวเข้าพรรษาติดต่อกัน 4 วัน จะมีประชาชนมาใช้บริการเดินทางทั้งไปและกลับไม่ต่ำกว่าวันละ 2,000 คน จากปกติมีผู้มาใช้บริการวันละประมาณ 1,000 คนเท่านั้น    
    
              ขณะเดียวกันสถานีรถไฟบุรีรัมย์ และสถานีรถไฟทุกแห่งในจังหวัดยังได้มีการติดป้ายที่มีข้อความว่า “ขอแสงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไฟของด.ญ.13ปี” และการรถไฟฯจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก”

 

นิติเวชเผยเช็กดีเอ็นเอได้ใครเอี่ยวคาด2วันรู้ผล

                พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงการตรวจดีเอ็นเอ และเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อยืนยันและเป็นพยานหลักฐานในคดีพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟว่า  เจ้าหน้าที่ได้เก็บเนื้อเยื่อที่เล็บ และคราบต่างๆตามร่างกายไปตรวจสอบ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และได้แคะเนื้อเยื่อที่ติดเล็บไปสกัดคาดว่าภายใน 2 วันจะทราบผล

 

สอบเพื่อนร่วมวงสุรายังไม่พบพิรุธร่วมมือ

                มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนได้เรียกตัวพนักงานรถไฟอีก 4 รายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นเพื่อนพนักงานร่วมตั้งวงสุราในคืนเกิดเหตุกับนายวันชัยให้การยอมรับว่า เห็นนายวันชัยออกมาจากตู้นอนด.ญ.13ปีในมือถือแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยโดยผิดสังเกตุ แต่ปฏิเสธว่าไม่เห็นเหตุการณ์ขณะนายวันชัยลงมือก่อเหตุ
    
                จากการสอบปากคำชุดสืบสวนยังไม่พบพิรุธว่า มีส่วนร่วมก่อเหตุ จึงยังกันตัวไว้เป็นพยานก่อน หากพบหลักฐานที่ชัดเจนว่าร่วมกระทำผิด จะพิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันก่อเหตุหรือให้การสนับสนุน ซึ่งต้องรอให้ทางผู้บังคับบัญชาเข้ามาสอบปากคำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง