
ปธน.ฮอนดูรัสหนีไปนอกหลังถูกยึดอำนาจ
เตกูซิกัลปา-การเมืองฮอนดูรัสป่วน ทหารยึดอำนาจจับประธานาธิบดีออกนอกประเทศ แล้วตั้งประธานรัฐสภาเป็นผู้นำคนใหม่แทน
นายโรแบร์โต มิเชลเลตตี ผู้นำคนใหม่ของฮอนดูรัสที่ก้าวขึ้นมาจากการก่อรัฐประหารโค่นอำนาจประธานาธิบดีคนเดิม ประกาศเคอร์ฟิวเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ซึ่งจะไปสิ้นสุดในวันอังคาร (30 มิ.ย.) ขณะที่ประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา ผู้นำคนเก่า ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศคอสตาริกา และยังคงยืนกรานว่าตัวเองเป็นประธานาธิบดีของฮอนดูรัสอยู่ และจะไม่ยอมแพ้โดยเด็ดขาดเพราะได้รับเลือกโดยประชาชน
การรัฐประหารครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของฮอนดูรัส ประเทศยากจนในแถบแอฟริกากลางแห่งนี้ เกิดขึ้นเพราะการเผชิญหน้ากันทางการเมืองระหว่างประธานาธิบดีเซลายากับกองทัพและหน่วยงานด้านกฎหมาย เรื่องที่เซลายาพยายามหาทางดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2 เมื่อความขัดแย้งถึงจุดอิ่มตัว ทหารก็ได้บุกไปยังบ้านพักของประธานาธิบดีเซลายาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วเข้าไปปลุกเซลายาทั้งที่ยังสวมชุดนอนอยู่ก่อนจะพาบินออกนอกประเทศ
หลังจากที่ยึดอำนาจจากประธานาธิบดีเซลายาได้แล้ว รัฐบาลทหารก็ได้โหวตเลือกให้นายมิเชลเลตตี ประธานรัฐสภา ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่อย่างรวดเร็ว โดยนายมิเชลเลตตีซึ่งเป็นสมาชิกพรรคลิเบอรัลของนายเซลายาได้กล่าวหลังจากสาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่า ตัวเองไม่ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีด้วยการรัฐประหาร แต่ก้าวขึ้นมาจากกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้องสมบูรณ์ โดยสภาคองเกรสลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ถอดนายเซลายาออกจากตำแหน่งเพราะความประพฤติมิชอบ ทั้งยังละเมิดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังไม่ใส่ใจคำสั่งและคำตัดสินของหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ นายมิเชลเลตตีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงวาระที่เหลือซึ่งจะไปสิ้นสุดลงในเดือนมกราคมเท่านั้น ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่นั้นกำหนดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน
ด้านรัฐบาลทั่วโลกต่างพากันประณามการยึดอำนาจครั้งนี้ โดยคณะมนตรีความมั่นแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นเพื่อถกเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองในฮอนดูรัสไปเมื่อวันจันทร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันยังคงถือว่านายเซลายาเป็นประธานาธิบดีฮอนดูรัสที่มาจากการเลือกตั้งและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญต่อไป



