
แม่ด.ญ.13วอนนำมือฆ่าขมาศพเพื่ออโหสิ
แม่ด.ญ.13วอนนำมือฆ่าขมาศพเพื่ออโหสิ วอนคสช.ช่วยดำเนินการก่อนเผา13ก.ค.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้รับรายงานว่าสถาบันนิติเวชจะนำศพของเด็กหญิงวัย 13 ปี ไปผ่าพิสูจน์อีกครั้ง หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องมาจากการที่ผู้ต้องหาได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าขณะที่โยนลงจากรถไฟนั้น ยังมีสติยังไม่ได้เสียชีวิต จากคำสารภาพดังกล่าวจึงเกิดความขัดแย้งกับทางสถาบันนิติเวชที่ผ่าศพพิสูจน์ แจ้งว่าเสียชีวิตเนื่องมาจากการขาดอากาศหายใจ
แม่ของเด็กเปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องเช่นกันแต่ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่หากติดต่อมาจริงก็คงปฎิเสธเพราะไม่อยากจะให้ทำอะไรกับศพของลูกแล้วสงสารลูก ปล่อยให้กฎหมายเป็นคนลงโทษเขาดีกว่า อยากให้ลูกไปอยู่บนสวรรค์ให้เป็นนางฟ้าตามที่ลูกต้องการ เพราะก่อนตายลูกสาวมีความตั้งใจอยากเป็นแอร์โฮสเตท จึงได้ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดเสาร์ -อาทิตย์ ความรู้สึกของตนตอนนี้อยากให้ทางผู้ต้องหามากราบขอขมาศพลูกสาวเพื่อที่จะได้อโหสิกรรมต่อกัน ไม่ได้ติดค้างกรรมต่อกัน เพราะวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ก็จะทำการเผาศพลูกสาวแล้ว หลังงานศพลูกสาวตนเองก็จะไปถือศีลและบวชชีพรามณ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลูก
นอกจากนี้แม่ของเด็กหญิง 13 ปี ยังได้ฝากขอบคุณไปยัง คสช. ที่เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีตัวแทนมาร่วมงาน พร้อมทั้งกล่าวว่ายินดีให้ความช่วยเหลือถ้าทางตนเองต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใด จึงอยากฝากให้ทางคสช.ช่วยประสานนำตัวผู้ต้องหามากราบขอขมาศพลูกสาวก่อนที่จะทำการฌาปณกิจศพในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้
ขณะที่ทางโรงเรียนได้มีกลุ่มแพทย์ทางด้านจิตวิทยาจากโรงพยาบาลศรีธัญญาเดินทางมาทำกิจกรรมให้กับกลุ่มเพื่อนนักเรียนของเด็กหยิงวัย 13 ปี เพื่อที่จะให้เด็กเหล่านั้นคลายวิตกกังวล บำบัดสภาพจิตใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ยอมให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ โดยทางกลุ่มแพทย์ได้ปิดห้องเรียนดังกล่าว มีเพียงครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมชั้นของน้องแก้มเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องเรียน



