
พบอีกข้าวเน่า!เมืองคอนกลายเป็นกองดิน
พบอีกข้าวเน่า!เมืองคอนกลายเป็นกองดิน พื้นที่เช่าเป็นโกดังสินค้าเสี่ยงน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 10 กค. นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว พร้อมด้วยคณะทำงานจากหลายฝ่ายเข้าตรวจสอบคลังสินค้า “ยิ่งยศลอยชูศักดิ์” เลขที่ 25/15 หมู่ที่ 6 ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในคลังสินค้าหรือโกดังข้าวในโครงการที่ถูกระบุว่าข้าวสารจำนวนกว่า 15,565 กระสอบ หรือกว่า 1,500 ตันได้รับความเสียทั้งหมด โดยเมื่อคณะทำงานเดินทางเข้าตรวจสอบพบว่าคลังสินค้าแห่งนี้ถูกสถาบันการเงินเข้ายึดทรัพย์และปิดป้ายขายทอดตลาด
หลังจากนั้น เมื่อเปิดประตูคลังสินค้าเข้าไปภายในพบว่า ไม่สามารถเข้าตรวจนับได้เนื่องจากสภาพความเสียหายกองข้าวทรุดตัว และเริ่มพังถล่ม บางจุดเริ่มเอนอาจพังได้ตลอดเวลาหากมีแรงสะเทือน ขณะที่กระสอบข้าวมีสิ่งบ่งชี้ถึงการเสื่อมสภาพทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับข้าวสารจนไม่สามารถใช้การได้ เมื่อเก็บตัวอย่างพบว่าข้าวมีสีเข้มและป่นเป็นฝุ่นผง
ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้าได้อธิบายกับนางอรวรรณว่า สาเหตุที่ข้าวเสียหายเกิดขึ้นจากน้ำท่วมและไหลเข้าไปในโกดังรวมทั้งโกดังเกิดการทรุดตัว ส่งผลให้ข้าวที่ถูกเก็บอยู่ภายในเสียหาย ซึ่งนางอรวรรณ ได้บันทึกปากคำและรวบรวมข้อมูลเตรียมรายงานเพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานฯ ยังเข้าตรวจสอบคลังสินค้าโกศลตระกูลเมฆี เลขที่ 352/54 ม.1 ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีข้าวสารตามบัญชีรวม 6,179 กระสอบหรือ กว่า 781 ตัน พบว่าประตูทางเข้าเต็มไปด้วยวัชพืช รอบโกดังเจ้าของได้ปลูกปาล์มน้ำมัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในพบว่าข้าวสารที่ถูกระบุว่ามีถึง 781 ตันนั้นอยู่ในสภาพกลายเป็นดินคล้ายกองปุ๋ยอินทรีย์ กระสอบเปื่อยยุ่ยจนหมดสภาพ ทั้งหมดกองราบอยู่กับพื้นโกดังเป็นวงกว้าง ขณะที่นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวชุดที่ 99 แสดงข้อสังเกตว่า ข้าวสารจำนวน 781 ตันจะเหลือซากเพียงเท่าที่พบเห็น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงว่า ข้าวสารที่เหลือจนมีสภาพอย่างที่เห็นนั้นสืบเนื่องจากน้ำท่วมเมื่อปี 2553 และได้ระบายข้าวส่วนที่ดีออกไปหมดแล้ว คงเหลือข้าวที่เสื่อมสภาพเก็บไว้ภายในตามบัญชี 6,179 กระสอบ ส่วนนางอรวรรณ ได้ให้ความสนใจและสอบถามถึงระเบียบและหลักการในการเช่าโกดังสินค้าในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม ซึ่งมีหลักเช่นนี้อยู่แล้ว และเหตุใดถึงยังมีการเช่าโกดังในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
มีรายงานว่า ในการตรวจสอบนั้นพบว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ปปช. ได้ให้ความสนใจและบันทึกภาพรวมทั้งติดตามเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ขณะที่คณะทำงานชุดที่ 99 จะเว้นระยะการตรวจในพื้นที่นครศรีธรรมราช โดยจะเข้าตรวจสอบในจังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งแต่วันที่ 11 - 20 ก่อนจะกลับมายังนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจคลังข้าวสารในโครงการที่เหลืออีกเกือบ 20 แห่งให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้
ตรวจไซโลพิจิตรพบยอดข้าวหายรวมกว่า4.4หมื่นตัน
คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐบาล ยังคงตรวจสอบข้าวที่เก็บไซโล บริษัทเคทีบีอะโกร จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 25/3 หมู่ที่ 3 ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ซึ่งเป็นคลังสินค้าอยู่ในความดูแลของ อคส. ซึ่งมีการตรวจสอบรวมกับยอดที่ตรวจปริมาณข้าว ในไซโลที่ 2 ,3,4,5,17,18,19,21 รวม 8 ไซโล มีปริมาณข้าวที่ขาดหายจากบัญชีที่แจ้งไว้ รวมเป็น 33,806 ตัน
โดยนายปิ่นชัย ปิ่นแก้ว ผู้ตรวจราชการการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือในคลังรัฐบาล ชุดที่ 84 พร้อมด้วยคณะ ตรวจไซโลที่ 6 และไซโลที่ 9 เมื่อในวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 พบว่าข้าวในไซโลที่ 6 บริษัทเคทีบีอะโก รได้มีการแจ้งข้าวในบัญชีไว้จำนวน 11,980 ตัน ตรวจพบว่าข้าวปริมาณข้าว 8,603 ตัน ขาดหายจากบัญชีไป จำนวน 3,377 ตัน ส่วน ไซโลที่ 9 มีการแจ้งไว้ 12,000 ตันข้าวขาดหายไป 522 ตัน รวม 3,899 ตัน
ล่าสุดวันที่ 10 กรกฎาคม คณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือในคลังรัฐบาล ชุดที่ 84 ตรวจไซโลที่ 11 บริษัทเคทีบีอะโกร ได้มีการแจ้งข้าวในบัญชีไว้จำนวน 11,998 ตัน ตรวจปริมาณ พบ 4821 ตัน ข้าวขาดหายไป เป็นจำนวน 7,144 ตัน ส่วนไซโลที่ 10 มีการแจ้งไว้ 11,965 ตัน แต่มีการตรวจสอบปริมาณแล้วมีข้าวเกิน 145 ตัน อีกทั้งคุณภาพข้าวก็ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่ข้าว 5% เพราะลักษณะข้าว 5% เมล็ดข้าวจะยาว สีจะไม่เป็นสีเหลือง
สำหรับปริมาณจากการตรวจสอบของคณะทำงานในไซโลที่ 2 ,3, 4,5,6,9,10,11,17,18,19,21 รวม 12 ไซโล มีปริมาณข้าวที่ขาดหายไม่ตรงกับบัญชีที่แจ้งไว้ จำนวน 44,849 ตัน และยังมีไซโลที่เหลือตรวจอีก 5 ไซโล ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดจะมีปริมาณข้าวขาดหายเพิ่มเติมอีก
นายปิ่นชัย ปิ่นแก้ว กล่าวว่า การทำงานของ อคส. ก่อนที่จะนำข้าวเข้าไซโล ซึ่งไม่มีการนับหรือดูแล ให้ครบจำนวน เหมือนกับเป็นการปล่อยปะละเลย ไม่ใส่ใจ อีกทั้งเจ้าหน้าที่เซเวเยอร์ ที่ดูแลรับผิดชอบข้าวเองก็ไม่มีการตรวจคุณภาพข้าวให้ชัดเจนก่อนเข้าเก็บในคลังสินค้า โดยสิ่งที่กำชับมากในขณะนี้ หลังจากที่ทางผู้รับมอบอำนาจ จากอคส. เข้าไปแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.บางมูลนาก พร้อมเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งมาเก็บหลักฐาน เพื่อดำเนินคดี หากทิ้งไว้นานจะมีปัญหาภายหลัง
บุรีรัมย์พบข้าวที่กำลังขนย้ายส่งออกเสื่อมสภาพพุ่งกว่า7,000กระสอบ
นายพงษ์ชัย เกษมทวีศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 41 พร้อม พ.อ.จิรเดช เหมะลิน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น รองประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวสารคงเหลือในสต๊อก ที่ “คลังสินค้า เอเอเอเอเอ นำเข้า” ตั้งอยู่เลขที่ 808 ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโกดังสุดท้ายของจังหวัดบุรีรัมย์ที่จะทำการตรวจสอบ และเป็นโกดังที่กำลังมีการขนย้ายข้าวสารชนิด “ปลายข้าวหอมมะลิ (เอวันเลิศ)” ออกจากโกดังเพื่อส่งออกต่างประเทศตามสัญญาการซื้อขายที่บริษัทเอกชนได้รับการประมูล โดยจากการตรวจสอบพบว่าข้าวที่กำลังตรวจนับเพื่อขนย้ายส่งมอบให้บริษัทเอกชน เหลืองเสื่อมสภาพไม่ผ่านเกณฑ์การส่งออกจากการจัดเก็บไว้นานมากถึง 7,039 กระสอบ จากที่ทำการตรวจนับเพื่อขนย้ายไปแล้วกว่า 12,000 กระสอบ
โดยเจ้าหน้าที่จึงทำการคัดแยกออกไว้ เพื่อสุ่มเก็บตัวอย่างส่งให้บริษัทเอกชนที่ได้รับการประมูล ตรวจสอบอีกครั้งว่าจะสามารถส่งออกได้หรือไม่ ทั้งนี้คาดว่าจะมีข้าวเสื่อมสภาพไม่ต่ำกว่า 10,000 กระสอบ จากที่มีข้าวสารตามบัญชีมีในโกดังกลางดังกล่าว 41,349 กระสอบ โดยเบื้องต้นมีคำสั่งให้ขนย้ายเพื่อส่งออกในล็อตนี้จำนวน 3,000 ตัน หรือ 30,000 กระสอบ



