
'ปนัดดา'คาดสรุปตรวจโกดังข้าวแล้วเสร็จสค.นี้
10 ก.ค. 2557
"ปนัดดา"คาด สรุปตรวจโกดังข้าวแล้วเสร็จ ส.ค.นี้ และเปิดช่องแจ้งข้อมูล ขรก.พฤติกรรมไม่เหมาะสม ชี้ข้าราชการยุคใหม่ต้องรับใช้ประชาชน
วันที่ 10 ก.ค.57 เมื่อเวลา 08.15 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักงานรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนจะรวมรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ จากการลงพื้นที่และรายงานให้หัวหน้าคสช.รับทราบ จากนั้นจะแถลงให้สังคมรับทราบต่อไป ยืนยันว่าทีมงานทั้ง100 ชุดมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เบื้องต้นพบว่ามีโรงสีหลายแห่งที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่จึงได้ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องแล้ว ทังนี้คาดว่าการสำรวจโกดัง ไซโลข้าว จะแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ ส่วนการวิเคราะห์เชิงกายภาพรวมถึงตรวจดีเอ็นเอข้าวมีกรอบเวลาไว้ถึงเดือนก.ย.นี้ โดยระหว่างการตรวจสอบโกดังข้าวทางกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้พิจารณาในรายละเอียดว่าจะระบายข้าวส่วนใดได้บ้างเพราะหากเก็บไว้นานคุณภาพของข้าวจะลดลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สามารถนำข้อมูลในการลงพื้นที่ตรวจสอบไปใช้ดำเนินคดีกับรัฐบาลที่แล้วได้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ป.ป.ช.และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) มีหน้าที่ดำเนินการของตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่ทีมงานของตนมีหน้าที่รับผิดชอบสำรวจคุณภาพข้าว ดังนั้นเรื่องการลงโทษ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย การบ้านการเมือง ไม่เกี่ยวกับทีมงานตนแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า การไม่ระบุแจ้งจุดตรวจสอบโกดังข้าวล่วงหน้าเพื่อที่จะได้พบหลักฐานที่แท้จริงหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า การปิดล็อกโกดังถึง 4 ชั้น ถึงจะแจ้งล่วงหน้า 1-2 วัน ก็ไปจัดเตรียมให้เรียบร้อยทันทีไม่ได้ ขอยกตัวอย่างการลงพื้นที่อ.ศรีประจันต์ จ.ปราจีนบุรี ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่จัดโกดังได้อย่างเรียบร้อยก็ต้องให้กำลังใจ ส่วนพื้นที่ใดยังไม่เรียบร้อยก็ต้องไปดำเนินการให้เรียบร้อย
ต่อข้อถามถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้สื่อติดตามสังเกตการณ์ลงพื้นที่ตรวจสอบ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะสื่อมวลชนสามารถติดตามไปได้ แต่อาจเป็นได้ที่ไม่ได้รับแจ้งจุดล่วงหน้า ส่วนทีมงานของตนหากลงพื้นที่จะแจ้งให้ทราบไม่มีการปกปิดแต่อย่างใดเพราะเป็นการเสนอข้อเท็จจริง
"ปนัดดา" เปิดช่องแจ้งข้อมูล ขรก.พฤติกรรมไม่เหมาะสม
ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานปฏิรูประบบราชการ ว่า หลายส่วนราชการได้แจ้งข้อมูลกลับมาแล้วว่าแนวทางเรื่องใดที่ต้องการให้แก้ไขเป็นลำดับแรก เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ทั้งนี้ตนย้ำไปทุกภาคส่วนว่างานที่ต้องให้บริการประชาชนเป็นประจำวันควรคัดเลือกบุคคลที่มีอัธยาศัยไมตรีดี มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เอาคนที่น่าบูดบึ้งไปต้อนรับประชาชน และหากพบว่าเจ้าหน้าที่ราชการคนใดปฎิบัติตนไม่เหมาะแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยให้แจ้งข้อมูลกลับมาที่สำนักนายกรัฐมนตรีให้รับทราบเพื่อประสานกระทรวงต้นสังกัดรับทราบต่อไป
ยอมรับว่าอาจเห็นผลไม่เร็วมากแต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะปัญหาที่ไม่เป็นบวกสะสมมานานจึงต้องใช้เวลาในการแก้ไขเพื่อวางรากฐานระยะยาวให้ข้าราชการรุ่นใหม่ยึดถือป็นแบบอย่างต่อไปว่าข้าราชการมีบทบาทหน้าที่ในการรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เข้ามาเป็นเจ้าคนนายคน เมื่อถามที่ผ่านมาข้าราชการและนักการเมืองต่างอิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันจะแก้อย่างไร ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ให้สิ้นเชิง นักการเมืองเข้ามาเพื่อกำหนดนโยบายบริหารจัดการให้เป็นระบบเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลประเทศ หากไม่ดำเนินการข้าราชการก็จะสับสนได้ จึงต้องประสานซึ่งกันและกันและข้าราชการต้องเข้มแข็งมีจุดยืนที่มั่นคง ซึ่งบางหน่วยงานยังละเลยในเรื่องนี้อยู่
ยอมรับว่าอาจเห็นผลไม่เร็วมากแต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะปัญหาที่ไม่เป็นบวกสะสมมานานจึงต้องใช้เวลาในการแก้ไขเพื่อวางรากฐานระยะยาวให้ข้าราชการรุ่นใหม่ยึดถือป็นแบบอย่างต่อไปว่าข้าราชการมีบทบาทหน้าที่ในการรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เข้ามาเป็นเจ้าคนนายคน เมื่อถามที่ผ่านมาข้าราชการและนักการเมืองต่างอิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันจะแก้อย่างไร ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ให้สิ้นเชิง นักการเมืองเข้ามาเพื่อกำหนดนโยบายบริหารจัดการให้เป็นระบบเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลประเทศ หากไม่ดำเนินการข้าราชการก็จะสับสนได้ จึงต้องประสานซึ่งกันและกันและข้าราชการต้องเข้มแข็งมีจุดยืนที่มั่นคง ซึ่งบางหน่วยงานยังละเลยในเรื่องนี้อยู่
"ปนัดดา" จัดทำบุญเข้าพรรษา เล็งเชิญ "ประยุทธ์" ร่วมทำบุญทำเนียบฯ 14 ก.ค. นี้
ม.ล.ปนัดดา และบรรดาข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำบุญตักบาตรกันอย่างพร้อมเพรียง เนื่องในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธ และเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์จากวัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร จำนวน 9 รูป จากนั้นเวลา 09.30 น.จะมีกิจกรรมเทศนาธรรม โดยพระมหานกันต์ สนฺติภทฺโท (ถาวรบรรจบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ที่ห้องประชุมอรรถไกวัลวที อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ
ต่อมาม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดพิธีบวงสรวงสักการะบูชา พระพรหมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ ว่า วันดังกล่าวถือเป็นฤกษ์ชัยที่กำหนดไว้แล้วโดยพระครูวามเทพมุนี (พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ) โดยเราเห็นว่าในวันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ หากข้าราชการทำเนียบไม่มีภารกิจใดๆก็ขอเชิญมาร่วมพิธีฯด้วย และการจัดพิธีดังกล่าว ถือเป็นเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน ในเมืองนี้ของประเทศไทย ที่เราทุกคนเคารพนับถือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำบุญในวันที่ 14 ก.ค. ถือเป็นการต้อนรับรัฐบาลใหม่หรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เป็นเรื่องที่อยากจะให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันเสริม สร้างความรักใคร่สามัคคีให้เกิดขึ้น เพราะเรามีความเชื่อมั่น และความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการนำทาง และเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เคร่งครัดเรื่องพระธรรมคำสอนของศาสนาด้วย
เมื่อถามย้ำ ไม่ได้ถือเป็นการต้อนรับนายกฯคนใหม่หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนถือเป็นฤกษ์เริ่มต้นของยุคใหม่ในการบริหารบ้านเมืองหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าพระพรหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองโดยข้าราชการทางการเมืองและข้าราชการประจำต่างนับถือ รวมถึงตั้งแต่มีการเริ่มบริหารราชการเรายังไม่ได้มีการทำบุญถวายท่านพระพรหมเลย ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นเวลาที่เหมาะสม
เมื่อถามอีกว่า คสช.จะส่งตัวแทนมาร่วมในพิธีหรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ก็ได้เรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับกลับมา และก็ยังไม่ทราบว่าจะมีใครมาร่วมในพิธีด้วยซึ่งพิธีดังกล่าวเราไม่ได้ตั้งใจจะจัดให้ใหญ่โตแต่อย่างใด
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อในเวลา 15.00 น.ตนจะประชุมประชุมจัดงาน 12 สิงหา ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานการประชุม



