
คสช.สั่งโอนเงินประมูลทีวีดิจิทัลส่งคลัง
คสช.สั่งโอนเงินประมูลทีวีดิจิทัลส่งคลัง ถกแจกคูปองเสียงแตกจี้กสทช.วางเกณฑ์ให้ชัด-ส.เคเบิลฯเบรกห่วงสูญหมื่นล.
10ก.ค.2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 80/2557 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีเนื้อหาสำคัญโดยสรุป คือ ให้ถือว่าเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรคหก เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับอนุญาต และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
นอกจากนั้น ประกาศ คสช.ยังให้เพิ่มข้อความเป็น (6) ของมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่า ให้กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินกองทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะ พร้อมให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธาน กสทช.เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการ เช่น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน เป็นต้น
ทั้งนี้ ให้เลขาธิการ กสทช.เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการกองทุนดังกล่าว และให้เลขาธิการ กสทช.แต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน กสทช.เป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ด้วย
สำหรับเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ก่อนวันที่ประกาศ คสช.ฉบับนี้ใช้บังคับ หากยังมิได้นำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ภายใน 15 วัน นับตังแต่วันที่มีประกาศ
สาระสำคัญตามประกาศฉบับนี้ คือ การกำหนดให้เงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คือ การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ในอีก 5 งวดที่เหลือ และการประมูลวิทยุดิจิทัลในอนาคตต้องโอนเป็นรายได้แผ่นดิน
การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 50,862 ล้านบาท โดยผู้ชนะประมูลจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดแรกแล้วมูลค่า 11,000 ล้านบาท เข้ากองทุนฯ สำหรับนำไปสนับสนุนครัวเรือนไทย ด้วยการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล
ถกแจกคูปองเสียงแตกจี้กสทช.วางเกณฑ์ให้ชัด
ส่วนการรับฟังความคิดเห็นเรื่องแนวทางการแจกคูปองเพื่อสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลยังคงมีความเห็นที่หลากหลาย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้จัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อรับฟังความคิดเห็นเฉพาะประเด็น เรื่องแนวคิดการกำหนดมูลค่าคูปองที่คำนึงถึงการคุ้มครองผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะภายใต้โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัล ซึ่งมีเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เข้าร่วม
นายสุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน กล่าวว่า การแจกคูปองทีวีดิจิทัลควรกำหนดมูลค่าที่สามารถใช้แลกซื้ออุปกรณ์รับชมได้ครบ โดยไม่สร้างภาระให้แก่ผู้บริโภค และต้องการให้เดินหน้าแจกคูปองเพื่อแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลโดยเร็ว เนื่องจากผู้ประกอบการได้ลงทุนและออกอากาศมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถรับชมได้ ถือเป็นต้นทุนธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
ด้าน นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี กล่าวว่า ปัญหาที่ทำให้การแจกคูปองล่าช้ามาจากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพิ่มเงื่อนไขการใช้คูปองเพื่อแลกซื้อกล่องดาวเทียมและเคเบิลทีวีเข้ามา ทำให้เกิดปัญหาด้านแนวทางปฏิบัติ ซึ่ง กสทช.ต้องมีหลักเกณฑ์การแลกซื้อกล่องให้ชัดเจน
ขณะที่ นายพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดเงื่อนไขให้นำคูปองมาแลกซื้อกล่องดาวเทียม และแนวทางการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลทั่วโลก จะเริ่มจากการสนับสนุนผู้ชมที่ไม่มีกำลังซื้อกล่องได้เอง และควรเริ่มจากกล่องดิจิทัลภาคพื้นดิน
ส่วน นายณัฏฐชัย อักษรดิษฐ นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ระงับโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ด้วยการสนับสนุนคูปองส่วนลดเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล และเรียกร้องให้ กสทช. มีการออกกฎหมายใหม่ เพื่อมากำกับดูแลธุรกิจเคเบิลทีวีโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นกิจการไม่ใช่คลื่นความถี่ แต่ปัจจุบัน กสทช.ใช้กฎหมายด้านกิจการคลื่นความถี่มากำกับดูแลกลุ่มผู้ประกอบการเคเบิลทีวีที่อยู่ในระบบอนาล็อก
ทั้งนี้ เหตุที่ต้องการให้ระงับการแจกคูปอง เนื่องจากเกรงว่าจะสูญเสียงบประมาณนับหมื่นล้านบาท จากการพิจารณาจัดสรรงบประมาณและการคำนวณตัวเลขประชากรที่จะได้รับคูปองจำนวน 25 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ทั้งที่ กสทช.ยังไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดจำนวนครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับคูปองอย่างชัดเจน รวมถึงเรื่องต้นทุนราคากล่องที่ กสทช.ระบุไว้กล่องละ 1,000 บาท แต่สมาคมยืนยันว่าต้นทุนแท้จริงอยู่ที่ 690 บาท จึงต้องการให้ กสทช.พิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนดำเนินนโยบาย



