ข่าว

'ข่มขืนประหาร'ฉากมายา...ค่านิยม?

'ข่มขืนประหาร'ฉากมายา...ค่านิยม?

10 ก.ค. 2557

'ข่มขืนประหาร'ฉากมายา...ค่านิยม? : รายการ'คม ชัด ลึก'

                จากเหตุสะเทือนใจคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี บนขบวนรถไฟสายใต้ จนมีการเรียกร้องให้เพิ่มโทษประหารชีวิต นอกจากนี้ล่าสุดยังมีกระแสเรียกร้องไม่ให้มีฉากตบจูบ ตบตี ข่มขืน ในภาพยนตร์และละครทีวี
 
                อ.ปิยะวัฒน์ ธรรมกุลางกูร ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ฉากแต่ละฉากในแต่ละเรื่องจะมีผลต่อกระทบต่อการดำเนินเรื่อง พัฒนาการของตัวละคร ในแง่ของผู้ผลิตก็จะพิจารณาความเหมาะสม พอเหมาะพอดีว่า เรื่องอย่างนี้ควรจะมีเหตุการณ์อะไรบ้าง ความพอเหมาะพอดีต่อการนำเสนอ
 
                การนำเสนอเชิงละคร ไม่จำเป็นต้องนำเสนอแบบตรงไปตรงมา บางทีประเด็นรุนแรงอาจจะเสนอผ่านสิ่งอื่นได้หรือไม่
 
                บางเรื่องมีความจำเป็นต้องมีฉากข่มขืน ก็อาจจะนำเสนอโดยตัวละครถูกฉุด แล้วภาพตัดดำ แล้วก็มีเสียงฟรีด ตรงนี้ขึ้นอยู่กับวิจารญาณของผู้ผลิตในการนำเสนอ
 
                โดยส่วนตัวเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีฉากรุนแรง เพราะมีวิธีการนำเสนอได้อีกหลายวิธี เพราะฉากเหล่านี้ถือว่าล่อแหลมต่อสังคม
 
                ประไพศรี ศรีนาทม เจ้าของนามปากกา "อัจฉรียา" ผู้ประพันธ์บทละครโทรทัศน์ กล่าวว่า บทข่มขืน ในการผลิตมีการควบคุม และระมัดระวังในการนำเสนออยู่แล้วโดย กบว.
 
                จำเป็นหรือไม่ต่อการนำเสนอในฉากข่มขืน ก็ขึ้นอยู่กับแนวเรื่องที่นำเสนอ แต่สำหรับตนแล้ว จะคุยกับผู้จัด ผู้ประพันธ์ เพื่อที่จะเลี่ยงไม่ให้มีฉากเหล่านี้
 
                ผู้ดูจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีว่า สมควรจะมีฉากรุนแรง ข่มขืน หรือไม่
 
                เชื่อว่านักเขียนบททุกคนไม่ได้กำหนดบทข่มขืนขึ้นเพื่อความสาแก่ใจ เพื่อเรียกเรตติ้งคนดู ฉากและฉากที่ใส่ลงไปจะต้องดูด้วยว่ามีความสำคัญแค่ไหนต่อการดำเนินเรื่อง
 
                ในกรณีที่มีอยู่ในเรื่อง ในบทประพันธ์อยู่แล้ว ก็ไม่สามารถบิดเบือนบทประพันธ์ได้
 
                รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า ควรจะจัดเรตติ้งสำหรับผู้ชม ประเภทไหนไม่เหมาะสมกับเด็ก จริงๆ แล้วควรจะจัดเวลาด้วย ไม่ใช่จัดละครที่มีบทรุนแรง ข่มขืน อยู่ในช่วงที่เด็กยังนั่งดูกับผู้ปกครอง
 
                สังคมในบ้านเราต้องยอมรับว่า ทักษะของเด็ก การรู้ การคิด เกี่ยวกับฉากต่างๆ ในละคร มีน้อยมาก ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หวาดกลัวสังคม เคยชินกับภาพของความรุนแรง การลดความอยากช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ลดความเมตตา
 
                ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ละครนั้นช่วยคืนทักษะการรู้คิดให้แก่ผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่