
คสช.กาง'ปฏิทินประเทศไทย'คืนปชต.ภายในปี58
คสช.กาง'ปฏิทินประเทศไทย' คืนประชาธิปไตยภายในปี58 : ทีมข่าวความมั่นคง
ร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวเสร็จสมบูรณ์แล้วหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ร่วมประชุมสรุปเนื้อหากับคณะรองหัวหน้าคสช. และนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคสช. ไปแล้วเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระของร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้มีการกลั่นกรองแล้ว 45 มาตรา แต่ฝ่ายกฎหมายได้สำรองมาตราไว้ส่วนหนึ่งโดยไม่เกิน 50 มาตรา เพื่อป้องกันความผิดพลาดในบางมาตรา ซึ่งที่ผ่านมาทุกมาตราของร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้พิจารณาจากหลากหลายแง่มุม
โดยเฉพาะเนื้อหาบางมาตราที่ให้ "คงอำนาจ" ของ คสช.และรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดความชัดเจนในอำนาจระหว่างคสช. กับรัฐบาล เนื่องจากยังคงต้องพิจารณาสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงจำเป็นต้องใช้ "อำนาจพิเศษ" ที่ต้องคงความเด็ดขาดของคสช. ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย
มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะนำธรรมนูญการปกครองชั่วคราวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยภายในกลางเดือนกรกฎาคม นี้ เมื่อมีการประกาศใช้ร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็จะมีการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. ) จำนวน 200 คน
หลังจากนั้นจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนที่จะเดินหน้าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คน ซึ่งการทำงานของรัฐบาลจะควบคู่ไปกับคสช. จนกว่าจะหมดภารกิจ
วงในคสช.เผยว่า ร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ผ่านการพิจารณาจากส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งจากคณะของนายวิษณุ และคสช. ซึ่งทุกมาตราได้พิจารณาอย่างครอบคลุม เป็นเหตุเป็นผล ทั้งการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ หรือเรื่องคุณสมบัติในการฟอร์มรัฐบาล หรือแม้แต่การดำเนินการของตุลาการในการพิจารณาคดี รวมถึงหมวดของสถาบันที่จะต้องคงไว้
นอกจากนี้ ยังมีหมวดเกี่ยวกับประเด็นการ "นิรโทษกรรม" ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในอดีตก็มีการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน แต่การยึดอำนาจครั้งนี้แตกต่างจากครั้งในอดีตพอสมควร เพราะที่ผ่านมาเป็นการยึดอำนาจจากการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล แต่การยึดอำนาจครั้งนี้เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้ประชาชนเกิดการปะทะ และนองเลือด
“ต้องยอมรับว่าเมื่อร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราวออกมาแล้วย่อมต้องมีคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับอำนาจ คสช. ทั้งนี้ การดำเนินการของ คสช. เป็นไปตามโรดแม็พที่หัวหน้า คสช. ได้วางกรอบไว้ทั้งหมด ซึ่งการจัดทำธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อให้การบริหารประเทศตามหลักนิติรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในการทำหน้าที่เพื่อปฏิรูปประเทศในทุกด้าน และนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวร โดยยึดถือข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นหลักการสำคัญ” แหล่งข่าวจาก คสช.ให้ข้อมูล
หลังมีการประกาศใช้ธรรมนูญฉบับชั่วคราวในเดือนกรกฎาคมแล้วจะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือนในการจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในเดือนกันยายน 2557
ส่วนสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องใช้กระบวนการสรรหาเพื่อให้ได้ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีประสบการณ์จากทุกภาคส่วนจากทุกจังหวัดมาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป จึงต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน นับแต่วันประกาศใช้ธรรมนูญฉบับชั่วคราว
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ในต้นเดือนตุลาคม 2557 ทั้งนี้ การปฏิรูปโดยสปช.ในธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้กำหนดให้มีการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม พลังงาน กระบวนการยุติธรรม ฯลฯ
โดย สปช.จะจัดทำข้อเสนอแนะต่อ "คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ" ซึ่งจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้แล้วเสร็จ โดยใช้เวลาประมาณ 10 เดือน และใช้เวลาในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ 2 เดือน หลังจากวันที่สปช.เข้าปฏิบัติหน้าที่
กระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 12 เดือน นับจากวันประกาศใช้ธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งจะสิ้นสุดการดำเนินงานภายในเดือนกรกฎาคม 2558
เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับถาวรมีผลบังคับใช้ ย่อมถือได้ว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าคณะรัฐบาลของคสช. จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือน ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา แต่ก็ถือว่าเป็นการบริหารประเทศในกรอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิรูปประเทศไทยในทุกด้าน และคสช.ก็ต้องการให้มีการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อที่จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตยไทยที่สมบูรณ์
"กระบวนการปฏิรูปทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในปี 2558 ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปฏิทินประเทศไทยที่คสช. ได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อปลดล็อกประเทศให้เดินหน้าในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ส่วนประเด็นการต่ออายุราชการของ ผบ.เหล่าทัพ ขณะนี้ได้หารือกันเบื้องต้นแล้วว่า ผบ.เหล่าทัพ จะเกษียณอายุราชการไปตามวาระ คือสิ้นเดือนกันยายนนี้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร แต่ขณะนี้ผบ.เหล่าทัพมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน” แหล่งข่าว คสช.กล่าว
.................
(หมายเหตุ : คสช.กาง'ปฏิทินประเทศไทย' คืนประชาธิปไตยภายในปี58 : ทีมข่าวความมั่นคง)



