
ยธ.ชี้คดีข่มขืนบนรถไฟซ้ำเติมภาพลักษณ์ปท.
ผอ.สถาบันการยุติธรรม ชี้คดีข่มขืนบนรถไฟซ้ำเติมภาพลักษณ์ประเทศ แนะลงโทษอาญาให้สาสมกับความผิด ให้ต่างชาติเห็นถึงความเอาจริงเอาจัง
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2557 นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย(สธท.) เปิดเผยว่า กรณีเหตุสะเทือนขวัญบนรถไฟ ที่เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เป็นผู้ลงมือก่อเหตุเสียเอง เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ และซ้ำเติมภาพลักษณ์ของประเทศให้ย่ำแย่ลง โดยคล้ายกับเหตุการณ์ที่คนทั้งโลกให้ความสนใจ คือ คดีรุมโทรมหญิงบนรถเมล์แล้วโยนเหยื่อลงจากรถ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะผู้ต้องหาเสพยาก่อนลงมือก่อเหตุ จึงตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในสายตาต่างชาติที่มองไทยไม่ค่อยดีอยู่แล้วในเรื่องยาเสพติด ทั้งในแง่ของเป็นแหล่งผลิตและเป็นทางผ่าน
“แม้วันนี้ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ยังเข้าใจคนไทยส่วนใหญ่ดีว่าคนไทยมีอัธยาศัยไมตรีและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่เหตุการณ์นี้ จะกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเสียความเชื่อมั่นต่อการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟไทย” ผอ.สธท. กล่าว
ผอ.สธท. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เรียกร้องให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางคดี ดำเนินการเรื่องนี้ให้ครอบคลุมหลักยุติธรรม เพื่อให้ต่างชาติเห็นว่า ไทยเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ โดยในส่วนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด ในบรรทัดฐานเดียวกับคดียาเสพติด ซึ่งจะไม่มีการพิจารณาลดหย่อนโทษ เพื่อให้ได้รับโทษสาสมตามฐานความผิด โดยเฉพาะโทษจำคุก ส่วนโทษประหารชีวิตนั้นไทยมีบทลงโทษตามกฎหมาย แต่ไม่มีการลงโทษประหารมานานแล้ว เช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้
นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต ควรจะจัดส่งนักจิตวิทยาให้เข้าไปดูแลครอบครัวของเหยื่ออย่างใกล้ชิด หรือตามที่ร้องขอ เพราะการให้เงินชดเชยอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเข้าไปช่วยดูแลด้านจิตใจ และประคับประคองครอบครัวให้ปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้าได้ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทธาหรณ์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย โดยเฉพาะผู้ปกครอง ต้องดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี อย่าให้คลาดสายตา เพราะระยะหลังมานี้ เกิดเหตุเด็กถูงคนร้ายจูงมือไปทำมิดีมิร้ายและจบลงด้วยการสังหารเด็กหลายครั้งติดต่อกันแล้ว



