ข่าว

ตร.พบหลักฐานเพิ่มคดีฆ่าด.ญ.13ปี

ตร.พบหลักฐานเพิ่มคดีฆ่าด.ญ.13ปี

09 ก.ค. 2557

ตร.พบหลักฐานเพิ่มคดีฆ่าด.ญ.13ปี หลังค้นบ้านพักผู้ต้องหาย่านสามเสน เพื่อนมอบเเท็บเล็ตเหยื่อกลางดึก เรือนจำประจวบฯเตรียมรับตัวจองจำ

                ที่กองบังคับการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม  2557 พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผบก.รฟ. เปิดเผยกับทีมข่าวเนชั่น ถึงมาตรการในการป้องกันหลังเกิดเหตุกับเด็กหญิงที่โดยสารมากับรถไฟว่า ในเบื้องต้นได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการรถไฟ ซึ่งในส่วนภารกิจหลักของตำรวจรถไฟนั้น มีหน้าที่ในการดูเเลเเละให้บริการผู้ใช้บริการรถไฟ เเต่ด้วยข้อจำกัดของอัตรากำลังพลของตำรวจรถไฟ ทำให้การทำงานของตำรวจรถไฟนั้น ขาดความคล่องตัว โดยปัจจุบันตำรวจรถไฟมีอัตราทั้งหมด 600 นาย เเบ่งเป็นสายตรวจ 500 นาย เเละฝ่ายธุรการ 100 นาย ซึ่งถ้าเป็นหน้างานการบริการ ถือว่าเพียงพอในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับภาระกิจที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ทันที่ที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น หลังจากนี้จะต้องมีการทบทวนมาตรการ รวมทั้งจัดกำลังพลใหม่ โดยให้เจ้าหน้าที่ธุรการเอกสาร เเบ่งเวลามาทำหน้าที่สายตรวจเดินเท้า ตรวจบนขบวนรถไฟ เเละตามสถานีต่างๆ

                พล.ต.ต.ธนังค์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ทาง บก.รฟ. ได้มีการประขุมร่วมกับการรถไฟเเห่งประเทศไทย ซึ่งเบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการตำรวจรถไฟไทยขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของการรถไฟเเห่งประเทศไทย โดยในการประชุมในครั้งนี้ ได้พูดถึงเรื่องการปรับกำลังพล รวมทั้งการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนเเปลง โดยหลังจากนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการออกตรวจทุกขบวน รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการให้กลับมา ซึ่งหากถามว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น มีความหนักใจไหม ตนขอยืนยันว่า เกิดมาเป็นตำรวจเเล้วจะหนักใจไม่ได้ ต้องเเก้ไขปัญหา

                ทั้งนี้ในกรณีที่มีกระเเสข่าวว่า นายวันชัย  แสงขาว อายุ 22 ปี ผู้ต้องหา เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาเเล้ว 2 ครั้งกับพนักงานของการรถไฟ เเต่เนื่องจากไม่มีเจ้าทุกข์มาเเจ้งความ ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่มีการรวบรวมสถิติคดีอาชญกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นบนรถไฟ เนื่องจากเวลาเกิดคดีบนรถไฟขณะรถไฟกำลังวิ่งในเเต่ละครั้ง จะพิจารณาตามท้องที่เกิดเหตุ โดยตำรวจรถไฟไม่มีอำนาจในการสอบสวนดำเนินคดี เเต่จะมีอำนาจเฉพาะเพียงเเค่คดีที่เกิดภายในสถานีเท่านั้น

                "อยากชี้เเจงว่า ในอดีตที่ผ่านมาเเต่ละโบกี้นั้น นอกจากตำรวจรถไฟเเล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของการรถไฟร่วมดูเเลด้วย ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีสะเทือนขวัญ ทำให้ภาพขององค์กรได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เเม้จะมีการเพิ่มกำลังพลให้สามารถดูเเลเเต่ละขบวนรถไฟได้อย่างทั่วถึง เเต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะช่วยป้องกันเหตุอาชญากรรมได้ 100%  สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับปรุงที่ระบบ เช่นการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถไฟ เเละให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานบนรถไฟ เป็นเซ็นเตอร์ในการตรวจสอบ ยอมรับว่าคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กระเเสสังคมมองว่า เป็นความบกพร่องของตำรวจรถไฟ ส่งผลกระทบต่อขวัญเเละกำลังใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องมีการเรียกขวัญเเละกำลังใจของเจ้าหน้าที่กลับคืนมา เพื่อให้สามารถเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมา" พล.ต.ต.ธนังค์ กล่าว

                ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดทีมสืบสอบคลี่คลายคดีการหายตัวไปของ ด.ญ.เออายุ 13 ปี ได้เดินทางมาที่ บก.รฟ. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยกล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปตรวจค้นบ้านนายวันชัย ที่ย่านสามเสน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกัน เเต่เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก เเต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความโศกเศร้า เเละความสูญเสียของครอบครัว เเละขอวางใจว่า ตำรวจจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา เเละเต็มที่ เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด

                ในชั้นนี้อยู่ในขั้นของการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อมัดตัวคนผิด ต่อให้ผู้ต้องหาปฏิเสธในชั้นศาล ศาลก็ต้องเชื่อมั่น100% ว่า จากหลักฐานที่ตำรวจมี จะระบุได้ว่า เขาเป็นผู้กระทำความผิด โดยเมื่อวานนี้พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เเถลงข่าวเกี่ยวกับการกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่า ตำรวจมีความจริงใจในการทำงาน เเละที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยมีการดึงพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.กก.ดส. มาร่วมทำงานนั้น เนื่องจากเป็นหน้างานที่รับผิดชอบอยู่เเล้ว รวมถึงพ.ต.อ.คึกฤทธิ์ พิทักษ์จำนงค์ ผู้กำกับการกองอุทธรณ์ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของผู้เสียหาย เป็นเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจของ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ อีกด้วย

                รายงานข่าวเเจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางเพื่อนของนายวันชัย ได้เดินทางมาพบ ร.ต.ท.ยุทธภัณฑ์ คำเเก้ว พนักงานสอบสวน สน.นพงวงศ์ เพื่อนำเเท็บเล็ตมามอบให้ โดยเเท็บเล็ตดังกล่างเป็นของน้องเอที่หายไปในวันเกิดเหตุ เเละเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้เดินทางมารับเเท็บเล็ต เพื่อส่งพิสูจน์ หาความเชื่อโยงของคดีต่อไป


เรือนจำประจวบฯเตรียมรับตัวจองจำ


              ด้านนายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้อำนวยการส่วนควบคุมและหัวหน้าฝ่ายควบคุม เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้เรียบร้อยแล้ว ตามคำสั่งของผู้บังบัญชาระดับสูงให้ดูแล นายวันชัย อย่างใกล้ชิด หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดหัวหินเพื่อพิจารณาในการฝากขังในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) และคาดว่าจะนำตัวมาคุมขังที่เรือนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

              โดยเรือนจำได้กั้นแนวเขตเพื่อให้นายวันชัยขังรวมกับผู้ต้องหาผู้สูงอายุและผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษน้อยแต่ที่เป็นห่วงคือกำลังเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน ขณะที่มีนักโทษชายกว่า 2,200 คน และกระแสข่าวดังกล่าวเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางรวมทั้งผู้ต้องขังภายในเรือนจำ สำหรับการนำตัวผู้ต้องหาจากศาลจังหวัดหัวหินมาที่เรือนจำจังหวัด ระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร เชื่อว่าไม่มีปัญหาในการเดินทาง เนื่องจากมีเรือนจำมีรถขนส่งนักโทษที่มีมาตรฐานความปลอดภัยพร้อมเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา

 

ทีมกม.ปชป.แนะครอบครัวฟ้องแพ่งร.ฟ.ท.
 
               นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะนักกฎหมาย ยินดีที่จะเข้าไปช่วยเหลือหากติดขัดในปัญหาข้อกฎหมาย เป็นที่ปรึกษาให้ความช่วยเหลือในกระบวนการต่าง ๆ ตามกฎหมาย เพื่อจะได้ยืนเคียงข้างกัน ในยามที่ญาติของน้องเออยู่ในสภาวะที่ลำบากเช่นนี้ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และ การรถไฟแห่งประเทศไทย “ร.ฟ.ท.” ก็ต้องเตรียมตัวรับผิดในทางแพ่ง ที่ผู้เป็นแม่ของน้องเอสามารถที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับนายวันชัย