ข่าว

เรื่องเล่าจาก...สหกรณ์ออมทรัพย์

เรื่องเล่าจาก...สหกรณ์ออมทรัพย์

10 ก.ค. 2557

สวัสดีเศรษฐกิจ : เรื่องเล่าจาก...สหกรณ์ออมทรัพย์ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                          จากบทความตอนที่ผ่านมาของผม เกี่ยวกับสถาบันการเงิน ที่ชื่อว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์” นั้น พอมีเรื่องที่ทางการสนับสนุนให้สหกรณ์ออมทรัพย์มาเป็นสมาชิกเครดิตบูโรและเครดิตบูโรก็จัดให้มีเงื่อนไขผ่อนปรนด้านค่าใช้จ่ายประกอบกับมาตรการสนับสนุนทางเทคนิค เพื่อให้กระบวนการนำส่งข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดสิ่งที่เรียกว่า Win-Win (วิน วิน) 
 
                          ท่านผู้อ่านครับ เมื่อมีกระบวนการยื่นออกไปเชื้อเชิญแล้ว มีหลายสหกรณ์ที่ปล่อยกู้ในระดับ 1-2 หมื่นล้านบาท ติดต่อเข้ามาพูดคุยเพื่อรับฟังข้อมูลจากเครดิตบูโร ข้อมูลที่ได้รับก็จะถูกนำไปประมวลต่อในระดับกรรมการสหกรณ์นั้นๆ ต่อไป จากการสนทนากับประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหาร ในช่วงเวลานี้ ทำให้ผมได้รับข้อมูล ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์สูงจากท่านผู้อาวุโสเหล่านั้นมากมาย เช่น
 
                          1.ปรัชญาของการดำเนินการสนับสนุน ส่งเสริม ให้สมาชิกสหกรณ์มีความกินดี อยู่ดี มีสุข ผ่านการส่งเสริมการออม และการสร้างหนี้สินบนความระมัดระวัง ไม่ก่อภาระเกินความจำเป็นเกินขีดการที่จะชำระหนี้ได้ ท่านผู้อาวุโสได้กล่าวเตือนว่า หลักการสมาชิกนิยมนั้น จะทำให้สหกรณ์มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะกรรมการที่เอาตามหลักการนี้มักจะผ่อนผันผ่อนปรนในเรื่องวินัยการใช้หนี้ และไม่ได้เอาหลักการความพอดี พอเพียงในการเอาดำรงชีวิตมาใช้
 
                          2.ควรมีการพิจารณากันหรือไม่ว่า สหกรณ์ที่มีแผนงานจะให้กู้แก่สมาชิกเกินกว่าเงินฝาก บวกส่วนทุนที่สมาชิกระดมมาให้ ก็ควรมีข้อกำหนดเรื่องมาตรฐานการวิเคราะห์และการบริหารสินเชื่อว่า ข้อมูลที่ควรจะนำมาใช้นั้น ต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย เช่น สหกรณ์ ก. มีเงินฝาก บวกเงินทุนที่ระดมทุนมาเป็นจำนวน 100 หน่วย แต่มีแผนจะปล่อยกู้ออกไป 150 หน่วย ส่วนที่เกินมานั้นคือ เงินฝาก เงินกู้ส่วนเพิ่มที่สหกรณ์ไปเอามาจากที่อื่น หากเป็นแบบนี้ควรกำหนดให้สหกรณ์มีมาตรฐานด้านข้อมูลที่จะใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ โดยการกำหนดให้มาเป็นสมาชิกเครดิตบูโรก่อนหรือไม่ เพราะเป็นการยื่นมือมาเอาเงินฝากจากสมาชิกของสหกรณ์ที่ปล่อยเงินกู้อีกแห่งหนึ่งมันเกิดความเสี่ยงของระบบทันทีครับ
 
                          3.หากสมาชิกที่มีเงินหน้าซองเงินเดือนเป็นศูนย์บาทหรือมีเงินน้อยมาก เพราะถูกหักไปหมดแล้ว มากู้กับสหกรณ์จะพิจารณาให้กู้อีกหรือไม่ การไม่ให้กู้ถือเป็นการไม่ช่วยสมาชิกหรือไม่ หรือการกำหนดเกณฑ์ว่า ถ้ามีเงินเหลือหักก็ปล่อยกู้ได้โดยไม่ดูว่า เงินเหลือหักนั้นถ้าเอาไปใช้หนี้แล้วสมาชิกสหกรณ์จะเอาเงินที่ไหนไปดำรงชีวิต มันควรกำหนดอัตราส่วนของเงินที่จะกันไปชำระหนี้ต่อรายได้ที่ได้รับในระดับใดหรือไม่ 
 
                          4.หากมีเงื่อนไขว่าสหกรณ์จะให้กู้โดยมีระยะเวลาผ่อนจนจบยาวเลยวันเกษียณนั้นเป็นสิ่งสมควรทำหรือไม่ หรือเอาว่าสหกรณ์ให้กู้ได้ในปีที่มีอายุ 59 ปี แต่ต้องผ่อนให้หมดในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หรือไม่เกินเกษียณดีกว่าหรือไม่
 
                          5.การกู้ยืมของสมาชิก แต่ว่าถ้าจ่ายไม่ได้แล้วให้ไปเอาเงินสะสมในฌาปนกิจสงเคราะห์มาจ่ายแทน มันควรทำได้หรือไม่
 
                          ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นเรื่องน่าคิดว่า ทางการที่กำกับดูแลควรกำหนดหรือไม่ หรือให้เป็นแบบอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้
 
 
 
 
--------------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : เรื่องเล่าจาก...สหกรณ์ออมทรัพย์ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)