ข่าว

'บิ๊กตู่'เร่งรัดปรับปรุงก.ม.ให้ทันสมัย

'บิ๊กตู่'เร่งรัดปรับปรุงก.ม.ให้ทันสมัย

08 ก.ค. 2557

'ประยุทธ์' ประชุมคสช. เร่งปรับปรุงก.ม.ให้ทันสมัย จ่อพิจารณาหลังตั้งสนช. ด้าน 'มท.' เตรียมประเมินผลงานที่ได้รับมอบหมาย 'เลขาสภา' นัดถกวางกรอบ 'สนช.-สภาปฏิรูป'

 
                          8 ก.ค. 57  เมื่อเวลา 08.30 น.  ที่กองบัญชาการกองทัพบก  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ 5 โดยมีรองหัวหน้า คสช.ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. , พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป รวมไปถึง นายอำพล กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
 
                          โดยการประชุมครั้งนี้จะมีการพิจารณา วาระเพื่อทราบ จำนวน 10 เรื่อง อาทิ ผลการจัดอันดับประเทศไทย ตามกฎหมายการค้าสหรัฐ ประจำปี 2557 การรายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 รายงานผลการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 8 ของแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย และการจัดหาเงินทุนเพื่อเยียวยาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 
 
                          ขณะที่วาระเพื่อพิจารณาจำนวน 21 เรื่อง มีอาทิ การขออนุมัติกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และดอกเบี้ยที่จะครบกำหนดในปีงบประมาณ 2558 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การขอความเห็นชอบร่างกรอบการเจรจาคณะกรรมการระดับสูง (กรส.) ไทย-เมียนมาร์ มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปีบัญชี 2554 การขออนุมัติเปิดสถาน เอกอัครราชทูต รัฐลิเบียประจำประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการประสานงานและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านแรงงานในอนาคต การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 14 การขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงการค้าบริการอาเซียน
 
                          พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าว ขอบคุณทุกกลุ่มงานที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย พร้อมย้ำให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เร่งรัดในการพิจารณากฎหมายที่ยังติดค้าง และปรับปรุงกฎหมายที่ไม่ทันสมัย หรือกฎหมายที่มีผลผูกพันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมนำกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาภายใน 2 เดือนแรกหลังจากการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
 
 
 
'มท.' เตรียมประเมินผลงาน-คาดเปิดรับแรงงานต่างด้าวเพิ่ม 22 จังหวัด
 
 
                          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมหารือข้อราชการประจำสัปดาห์ โดยนายวิบูลย์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า กระทรวงมหาดไทยจะมีการประเมินว่า การดำเนินการที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในส่วนของงานที่กระทรวงมหาดไทยรับมาโดยตรงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และงานที่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ การรับแรงงานต่างด้าว การปราบปรามยาเสพติดนั้นมีผลงานเป็นอย่างไร และควรแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง โดยขณะนี้ทุกเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยรับนโยบายจาก คสช.มาถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเป็นการทำโรดแม็พแรก ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐาน อย่างไรก็ตามในวันที่ 10 ก.ค.นี้ กระทรวงมหาดไทยจะรับมอบนโยบายจาก คสช. โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเข้ารับนโยบาย ที่สโมสรทหารบกวิภาวดี ในช่วงเช้าและบ่าย
 
                          นายวิบูลย์ กล่าวถึงการรับแรงงานต่างด้าวว่า ในการเปิดศูนย์วัน สต๊อป เซอร์วิส ในจังหวัดสมุทรสาคร และอีก 7 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สุราษฎร์ธานี สมุทรปราการ และสงขลา โดยการดำเนินการเป็นไปด้วยดีและหลังจากนี้แต่ละจังหวัดก็จะมีการปรับปรุงการให้บริการและแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนการรับแรงงานจากประเทศกัมพูชานั้นขณะนี้มีการดำเนินการใน 4 จังหวัดแล้ว คือ สระแก้ว จันทบุรี ตราด และสุรินทร์ ส่วนในระยะต่อไปจะมีการดำเนินการใน 22 จังหวัดชายทะเล โดยคาดว่าจะสามารถเปิดศูนย์รับแรงงานและทำทะเบียนประวัติได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจึงจะเป็นการเปิดศูนย์รับแรงงานและทำทะเบียนประวัติทั่วประเทศ
 
 
 
'เลขาสภา' นัดถกวางกรอบทำงานรองรับ 'สนช.-สภาปฏิรูป'
 
 
                          นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายพิทูร พุ่มหิรัญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือ ขอคำแนะนำ รวมถึงเตรียมความพร้อมกับการดำเนินงานด้านต่างๆ ในส่วนของสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสภาปฏิรูป ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ในส่วนของการเตรียมความพร้อมค่าตอบแทนสมาชิก สนช. และสภาปฏิรูปนั้น เบื้องต้นได้นำระเบียบค่าตอบแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นกรอบพิจารณา ทั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณโดยรวมทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท ส่วนจะได้รับอนุมัติตามเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับสำนักงบประมาณ ที่เป็นผู้พิจารณากรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สำนักงานฯ เสนอขอในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจเร ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 1252/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาปฏิรูป เพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงานฯ ต่อการปฏิบัติหน้าที่รองรับสภาปฏิรูป และภารกิจอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ โดยให้นายธงชัย ดุลยสุข รองเลขาธิการฯ เป็นประธานคณะกรรมการ