
พบเบาะแสหญิงวัย13หายบนรถไฟกลางดึก
ตร.รถไฟหัวหินแกะรอยพบเบาะแสเด็กหญิงวัย 13 หายตัวลึกลับบนรถไฟกลางดึก นั่งกินข้าวกับชายผมยาวร้านอาหารท่ารถทัวร์หาดชะอำ สั่งเอกซเรย์ที่พักทั่วพื้นที่แต่ยังไม่เจอ
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกิดคดีปริศนาเด็กหญิงวัย 13 ปี หายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างโดยสารรถไฟจากภาคใต้เข้ากรุงเทพฯ กับพี่สาว เมื่อกลางดึกวันที่ 5 กรกฎาคม กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น (6 ก.ค.) พี่สาวเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ สน.นพวงศ์ ให้ช่วยติดตามคลี่คลายคดี
พี่สาวน้องเอ(นามสมมตุ) นักเรียน ชั้น ม.2 โรงเรียนย่านนทบุรี ที่หายตัวไป กล่าวว่า ตนพร้อมกับน้องเอ น้องสาวคนเล็ก และเพื่อนชาย ออกจากบ้านพัก จ.นนทบุรี เพื่อไปเยี่ยมญาติที่ อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนธรรมดา ตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม และเดินทางกลับเมื่อเย็นวันที่ 5 กรกฎาคม ด้วยรถไฟตู้นอนชั้น 2 ขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพมหานคร ตู้ที่ 3 จากสถานีพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยตนนอนเตียงด้านล่าง โดยเพื่อนชายนอนเตียงบน ส่วน น้องเอนอนเตียงล่าง และน้องสาวคนเล็กนอนชั้นบน
"หลังจากเดินทางมาถึงสถานีรถไฟหัวหินช่วงเวลาประมาณตีสอง นอนหลับไป และมารู้สึกตัวอีกทีตอนเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง ช่วงถึงสถานีนครปฐม จากนั้นอีกสักพักจึงลุกไปปลุกน้องที่เตียง และพบว่าน้องเอหายไปพร้อมกับกระเป๋าเป้และผ้าปูที่นอนที่มีร่องรอยการถูกรื้อค้น จึงรีบแจ้งพนักงานประจำตู้ให้ช่วยกันเดินตามหาตามโบกี้ต่างๆ แต่ก็ไม่พบตัว เมื่อมาถึงสถานีหัวลำโพง จึงรีบเข้าแจ้งความที่ สน.นพวงศ์ เวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม" พี่สาวน้องเอ กล่าว
พ.ต.ท.ทรงกลด พัฒนวราภรณ์ หัวหน้างานสอบสวน สน.นพวงศ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่า น้องเอหายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างโดยสารรถไฟมากับพี่สาวและเพื่อนชายของพี่สาว โดยทั้งหมดขึ้นรถไฟมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม แต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 6 กรกฎาคม ปรากฏว่าน้องเอหายตัวไปและไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้
ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ต.อ.วิเศษ เกตุพันธ์ รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (รอง ผบก.รฟ.) นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ร.ต.ท.ยุทธพันธุ์ คำแก้ว พนักงานสอบสวน สน.นพวงศ์ พร้อมชุดสืบสวน บก.รฟ.เข้าร่วมประชุมแนวทางคลี่คลายคดี
นายประภัสร์ กล่าวว่า ตำรวจและร.ฟ.ท.กำลังรวบรวมข้อเท็จจริง ซึ่งทางตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ ร.ฟ.ท.จ้างมาทำความสะอาดบนขบวนรถไฟมาสอบปากคำ และนำตัวไปตรวจร่างกายที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 4 คน เนื่องจากพบร่องรอยบาดแผลขีดข่วนบนร่างกายผู้ต้องสงสัยบางคน ส่วนการติดตามตัวน้องเอตำรวจและร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างลงพื้นที่สืบสวน
"ส่วนหลักฐานที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าหายไปเช่น ผ้าปูที่นอนนั้น จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่พบหลักฐานผ้าอะไรหายไป ซึ่งมีการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนที่บริษัทรับจ้างจะต้องเก็บผ้าไป ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ตั้งเงินรางวัลจำนวน 5 หมื่นบาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนพบตัวน้องเอ" นายประภัสร์ กล่าว
พ.ต.อ.วิเศษ กล่าวว่า การสอบสวนเบื้องต้นเริ่มจากการรับข้อมูลจากพี่สาวเด็กว่าเด็กหายไปได้อย่างไร จากนั้นทางการรถไฟได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสถานีรถไฟต่างๆ เบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด ส่วนผู้ต้องสงสัย 4 ราย สอบสวนแล้วยังไม่ได้รายละเอียด และยังไม่พบพิรุธ ส่วนผลการตรวจสอบร่างกายผู้ต้องสงสัยยังอยู่ระหว่างการรอผลพิสูจน์ และประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานรถไฟคันที่เกิดเหตุ ซึ่งตำรวจตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกเด็กอาจมีชีวิตอยู่และลงรถไฟไปเอง และประเด็นมีคนพาลงจากรถไปโดยไม่เกิดเหตุร้าย โดยเชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังจากนี้เตรียมขอรายชื่อผู้โดยสารทั้งขบวนและพนักงานมาตรวจสอบอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผบก.รฟ. กล่าวว่า จากการสอบปากคำญาติผู้สูญหาย ยังให้การวกไปวนมา บอกเล่าช่วงเวลาค่อนข้างคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม วานนี้ (6 ก.ค.) ทางตำรวจ กก.ดส.บช.น.ได้ร่วมคลี่คลายคดีนี้ด้วย ซึ่งล่าสุดได้ประสานตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกันออกค้นหา คาดว่าดูจากผลการสอบปากคำแล้วทำให้สามารถระบุสถานที่หายตัวไปแคบลงมา โดยสันนิษฐานว่าเด็กอาจจะอยู่ในพื้นที่ดูแลของตำรวจ ภ.7
พล.ต.ต.ธนังค์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของการรถไฟทั้ง 4 ราย ให้ความร่วมมือ พร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจในการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจดีเอ็นเอ ว่ามีส่วนชิ้นเนื้อของผู้สูญหายตกอยู่หรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ได้ประสานขอข้อมูลหารายชื่อผู้ที่โดยสารมาในรถไฟขบวนดังกล่าว เพื่อหาเบาะเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดขณะนี้ตำรวจเร่งทำการตรวจสอบแล้ว ตั้งแต่สถานีบางสะพานตลอดจนสถานีราชบุรี
“เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าเด็กสาวยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามีผู้พบเห็นหรือมีเบาะแสสามารถประสานมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องคดีความ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกภาคส่วนทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อติดตามตัวมาให้ทางญาติต่อไป” พล.ต.ต.ธนังค์ กล่าว
บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.วุฒิเทพ เพ็ญแสง สารวัตรสถานีรถไฟหัวหิน พร้อม ร.ต.ต.ปรัชญา เศรษฐ์พงศกร รองสารวัตรสถานีรถไฟหัวหิน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟลงพื้นที่เขตติดต่อ อ.หัวหิน กับบริเวณค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากมีการตรวจพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจุดสุดท้ายที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือของน้องเอหายไป
พ.ต.ท.วุฒิเทพ กล่าวว่า ได้เข้าตรวจสอบตามพิกัดที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีหลายจุด ทั้งในส่วนของสถานีรถไฟเพชรบุรีที่ขบวนรถจอด จุดที่สัญญาณมือถือหายไปจุดสุดท้ายคือบริเวณค่ายพระรามหก อ.ชะอำ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางขบวนรถไฟแล้ว ล่าสุดได้มาตรวจสอบที่ร้านอาหารตามสั่ง ชื่อร้าน ปั้นป้าย อาหารตามสั่งในซอยท่ารถทัวร์ ริมชายหาดชะอำ อ.ชะอำ
พ.ต.ท.วุฒิเทพ กล่าวว่า จากการนำภาพถ่าย น้องเอให้เจ้าของร้านอาหารดู ก็ได้รับการยืนยันว่า เห็นน้องเอ สะพายกระเป๋ามาพร้อมกับผู้ชาย ผิวดำ ผมยาว สูงประมาณ 165 เซนติเมตร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เวลาประมาณ 14.00 น. โดย น้องเอและชายคนดังกล่าวเข้ามาสั่งอาหารรับประทานตามปกติ เหมือนเพื่อนมาด้วยกัน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก็เดินออกไป แต่ไม่รู้ว่าไปทางไหน
พ.ต.ท.วุฒิเทพ กล่าวว่า ขณะนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบ้านพัก เกสต์เฮ้าส์และจุดท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงตลอดแนวชายหาดชะอำ เพื่อค้นหาน้องเออย่างละเอียด แต่ชายหาดชะอำมีที่พักจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลา และไม่แน่ใจว่า น้องเอจะพักอยู่ที่ชะอำ หรืออาจเดินทางต่อไปที่อื่นแล้ว
ด้าน นายประสงค์ โกมุก นายสถานีรถไฟหัวหิน เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งว่า น้องเอหายตัวไป การรถไฟได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สถานีต่างๆ ออกค้นหาตามจุดที่คาดว่าเด็กจะหายตัวไป โดยในส่วนของสถานีหัวหินได้นำรถยนต์ราง หรือรถตรวจสภาพรางออกตรวจสอบและค้นหาในเส้นทางเขตรับผิดชอบ ตั้งแต่สถานีวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงสิ้นสุดเขตของสถานีหัวหิน ตั้งแต่เช้าวันที่ 6 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ
นายสถานีรถไฟหัวหิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟหัวหิน ซึ่งติดตั้งไว้ 10 จุด สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะรถไฟวิ่งเข้าสถานีได้ 4 จุด โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุพบว่าขบวนรถที่ 174 ที่น้องเอโดยสารมาถึงสถานีหัวหินประมาณเวลา 01.07 น. ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ มีผู้โดยสารขึ้น-ลงตามปกติประมาณ 10 กว่าคนเท่านั้น โดยเฉพาะตู้นอนที่ 3 ซึ่งตามข่าวระบุว่าน้องเอโดยสารมานั้น ก็ไม่พบว่ามีผู้โดยสารลงจากขบวนรถ
"ขบวนรถที่น้องเอโดยสารมาเป็นขบวนรถเร็ว จะจอดที่สถานีหลัก โดย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะจอดที่บ้านกรูด, ทับสะแก, เมืองประจวบ, วังก์พง และหัวหิน เท่านั้น จากนั้นจะไปจอดที่สถานีเมืองเพชรบุรี ส่วนตู้นอน ในเวลากลางคืนหลังเวลา 22.00 น. จะมีเจ้าหน้าที่ประจำตู้นอน หากมีคนเข้า-ออกเจ้าหน้าที่จะเห็น" นายสถานีรถไฟหัวหิน ระบุ
นายสถานีรถไฟหัวหิน กล่าวว่า กรณีผู้โดยสารพลัดตกรถไฟจะมีผู้พบเห็นทั้งผู้โดยสารในขบวนรถเดียวกัน พนักงานขับรถไฟขบวนที่ตามหลังมา รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยใกล้เขตราง ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ในเขตรางตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ถึงหัวหินระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร มีการทำรั้วกั้น ดังนั้นจะไม่มีสิ่งบดบัง หากมีผู้โดยสารตกรางจะพบเห็นร่างได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีการค้นหาตัวน้องเออยู่อย่างต่อเนื่อง หากประชาชนพบเห็นขอให้แจ้งเข้ามาทันที
ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ญาติของน้องเอเดินทางมาที่ สน.นพวงศ์ เพื่อรอรับฟังข่าวความคืบหน้าด้วยความหวังว่าจะได้รับข่าวดีเจอตัวน้องเอโดยเร็วที่สุด ปรากฏว่าน้าสาวของน้องเอที่หัวหินได้ส่งรูปเสื้อสีฟ้าปนคราบเลือด และของใช้ส่วนตัวที่น้องเอใส่ในวันเกิดเหตุเป็นครั้งสุดท้าย ผ่านโปรแกรมไลน์เข้ามาในโทรศัพท์มือถือของ น.ส.กนลา และเมื่อ น.ส.กนลา และมารดา เห็นรูปดังกล่าวก็ทราบทันทีว่าเป็นเสื้อของน้องเอและร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้ามาปลอบโยน พร้อมกับบอกให้ให้ทำใจเย็นๆ เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้องเอเสียชีวิตแล้วหรือไม่



