ข่าว

คุมมาเฟียวินจยย.เรียกค่าเสื้อคืนผู้เสียหาย

คุมมาเฟียวินจยย.เรียกค่าเสื้อคืนผู้เสียหาย

07 ก.ค. 2557

คุมมาเฟียวินจยย.เรียกค่าเสื้อ5หมื่นคืนผู้เสียหาย วิจัยพบเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวสีเสื้อ ขณะที่บช.น.เดินหน้าจัดระเบียบแท็กซี่ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

               เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 ก.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ความคืบหน้ากรณีที่สารวัตรทหาร ได้ควบคุมตัว นายปรีดา หลีวิจิตร อายุ 52 ปี นายประสิทธิ์ สิงห์พริ้ง อายุ 55 ปี นายบุญหลา แซงรัมย์ อายุ 52 ปี นายวิชาติ พันรินทร์ อายุ 35 ปี นายสมศักดิ์ คุณทอง อายุ 53 ปี และนายณัฐพร พลอาจ อายุ 39 ปี รวม 6 คน ซึ่งมีพฤติการณ์เรียกเก็บค่าคุ้มครองและค่าเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้าง ที่บริเวณวินจักรยานยนต์รับจ้างเขตประเวศ และเขตสวนหลวง กทม.โดยกักตัวไว้ที่ห้องขัง บก.ป.ก่อนพิจารณาดำเนินคดี ว่า ทาง พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.พร้อมกำลังสารวัตรทหาร ได้คุมตัวทั้งหมด เดินทางไปสอบปากคำเพิ่มเติม และให้นำเงินที่ได้มาไปคืนกับผู้เสียหายทุกราย

               พ.ท.บุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ที่ถูกคุมตัวทั้งหมดนั้น มีการเรียกเก็บค่าเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างถึงตัวละ 50,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการเรียกเงินค่าคุ้มครองด้วย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการให้ทั้งหมดนำเงินไปคืนให้ผู้เสียหายให้ครบจำนวนทั้งหมด โดยขณะนี้ทางญาติของผู้ถูกคุมตัวได้เตรียมเงินจำนวนดังกล่าวทั้งเงินสดและที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารแต่เบิกออกมาแล้ว อย่างไรก็ดี ภายหลังดำเนินการเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินคดีกับทั้งหมดหรือไม่ อย่างไร ก่อนจะมีหนังสือส่งมาแจ้งกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ต่อไป

 

วิจัยพบอาชีพวินจยย.เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวสีเสื้อ

               ที่ห้อง 103 อาคารเกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเพื่อสันติภาพ จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ "วูบไหวในรอยแยก: มอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง - การชุมนุมบนถนน และความเปราะบางของอำนาจในนครหลวงของประเทศไทย" โดยมีนายนิติ ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายยุติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยา และมานุษย์วิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเคลาดิโอ โซปรานเซตติ นักวิจัยในโครงการทุนวิจัยหลังปริญญาเอก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นผู้บรรยาย

               ทั้งนี้ นายเคลาดิโอ ได้เปิดเผยผลวิจัยเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ จากหน้าที่รับส่งผู้โดยสารมีความเชื่อมโยงกับชุมชนต่างๆ มีการเคลื่อนที่ให้บุคคลทุกชนชั้น รวมถึงการกำเนิดของคนเสื้อแดงในมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จนถึงบทบาททางการเมืองในการเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมตั้งแต่ปี 2553 ที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพหนึ่งที่ตอบสนองต่อนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ นายเคลาดิโอได้อธิบายถึงลักษณะการเคลื่อนที่ของมอเตอร์ไซค์ รวมกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ในช่วงการชุมนุมว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

 

 

'พล.1รอ.'จัดสัมนาผู้ขับขี่ทำความเข้าใจ


                เมื่อเวลา 10.45 น. กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ให้กับเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ตามโครงการสื่ออย่างไร คุ้มครองคนไทยให้เป็นธรรม ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในความรับรับผิดชอบของ กองพลที่ 1 และสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจำนวน 1,000คัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจเรื่อง แนวทางการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยมี พล.ต.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1รอ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ อธิบดี พล.ต.ท.จักทิพย์ ชัยจินดา ในฐานะรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูก็ต อธิบดิกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันชี้แจงให้ความรู้กับผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์

    
                จากนั้น พล.ต.อภิรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการจัดสัมมนา และให้ความรู้กับทางผู้แทนวินมอเตอร์ไซด์ ในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะชี้แจงในเรื่องของการจัดระเบียบ ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้แนวทางไว้ โดยมอบหมายให้ พล.ท.ธีรขัย นาควิช แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) และ พล.1.รอ. เป็นผู้ดำเนินการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซด์ ส่วนเรื่องการจัดระเบียบขั้นต้นตั้งแต่เรื่องการยื่นทำใบอนุญาตขับขี่ให้ถูกต้อง การยื่นเรื่องใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ รวมถึงระยะเวลาต่างๆในการยื่น ซึ่งต่อไปนี้ขอย้ำว่า วินมอเตอร์ไซด์จะเป็นการเปิดเสรี ไม่มีการซื้อขายเสื้อ และไม่มีการเก็บส่วยใดๆทั้งสิ้น

    
                พล.ต.อภิรัตช์ กล่าวต่อว่า สำหรับในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เป็นวันสุดท้ายที่ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ต้องยื่นหลักฐานเอกสารให้ครบ ฉะนั้นขอให้รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจ ส่วนกรณีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์นั้น ทางคณะกรรมการได้ลงความเห็นว่า จะใช้เสื้อสีส้มตามเดิม เพียงแต่จะมีการเปลี่ยนแบบบ้าง โดยด้านหลังเสื้อวินจักรยานยนต์ จะมีชื่อบอกบุคคลอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเห็นชื่อผู้ขับได้อย่างชัดเจน ส่วนแทบสะท้อนแสงจะมีชื่อวินมอเตอร์ไซค์และชื่อเขตบ่งบอกว่ามาจากเขตใด อีกทั้งด้านหน้าของเสื้อจะมีกระเป่าไว้ใส่โทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตามจะมีการจัดอบรมให้แก่วินมอเตอรไซค์ จากนั้นจะมีการแจกเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ฟรีทั้งหมด โดยให้ทางอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

    
                ด้าน นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการแก้ไข้กฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สามารถสำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด อาทิ การขยายระยะการยื่นอนุญาตขอใบขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งขณะนี้มีบางรายยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่สามารถยื่นใบขับขี่ชั่วคราวส่วนบุคคลไปก่อน พอหลังจาก ครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ 1 ปี 6 เดือน หากยังพบว่ามีบุคคลใดไม่ยื่นขออนุญาตใบขับขี่สาธารณะ รถจักรยานยนต์ ผู้นั้นจะถูกถอนสิทธิทันที สำหรับคิวมอเตอร์ไซด์ต่างๆ จะมีการกำหนดเลขหมายประจำตัวให้ผู้ขับขี่ ดังนั้นเสื้อวินที่ใส่เลขหมายประจำตัว และหมวกกันน็อคต้องตรงกันทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้จำหน่าย หรือถ่ายโอนให้กับผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแอบอ้าง ซื้อขาย รวมถึงการป้องกันอาชญากรรม

    
                ขณะที่ พล.ต.ท. จักรทิพย์ กล่าวว่า สำหรับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอยืนยันว่าต่อไปนี้จะไม่มีการเรียกรับส่วย จึงอยากจะขอความร่วมมือจากวินมอเตอร์ไซด์ทุกวิน ให้ช่วยกันรักษากฎการจราจร เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจ ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่วนเรื่องการป้องกันอาชญากรรม หลังจากนี้เสื้อวินมอเตอร์ไซด์ทุกตัวที่ด้านหลังจะติดรูปถ่ายผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถจดจำใบหน้าของผู้ขับขี่ได้ ทั้งนี้หากพบผู้มีอิทธิพลขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกเมื่อ

    
                พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวว่า ทางกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพได้รับการประสานงานให้ช่วยเข้ามาส่งเสริมในด้านสิทธิ และเสรีภาพ พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ บชน. ในเรื่องการป้องกันอาชญากรรมควบคู่ไปด้วย โดยทางเราจะให้ความรู้ในประเด็นการเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งการรักษาสิทธิของตนเอง ในกรณีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับหนึ่งที่มีความสำคัญมาก คือ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย กับจำเลยในคดีอาญา

    
                เมื่อถามว่า สีเสื้อวินจักรยานยนต์ จะเหมือนกันทั่วทั้งประเทศหรือไม่ พล.ต.อภิรัตช์ กล่าวว่า มาตรฐานของสีสะท้อนแสงในโลกที่มีการยอมรับมี2 สี คือ สีเขียวสะท้อนแสงกับสีส้มสะท้อนแสง โดยการออกแบบเสื้อวินมอเตอร์ไซค์จะไม่สามารถทำการลอกเลียนแบบหรือปลอมแปลงได้ โดยกรมการขนส่งทางบก จะเป็นผู้ออกเสื้อเท่านั้น

    
                เมื่อถามว่า กรอบระยะเวลาในการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์จะแล้วเสร็จเมื่อใด พล.ต.อภิรัตช์ กล่าวว่า ภายในเดือนกันยายนนี้ จะเห็นผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์สวมเสื้อถูกระเบียบใหม่ทั้งหมด




บช.น.เดินหน้าจัดระเบียบแท็กซี่ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

 

               พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า คณะทำงานจัดการจราจร บช.น.ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานทหารได้รับมอบหมายพล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยให้ บช.น. ร่วมจัดระเบียบรถแท็กซี่สาธารณะที่จอดกีดขวางการจราจรในจุดต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้โดยให้ตำรวจจราจรสำรวจอู่สหกรณ์แท็กซี่พร้อมจัดทำประวัติผู้ขับขี่และควบคุมบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่พบแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารหรือแท็กซี่ที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะและไม่มีประกันภัย มีพฤติกรรมในการขับรถที่น่าหวาดเสียวรวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับแท็กซี่ที่ไม่กดมิเตอร์ 

               รอง ผบช.น.กล่าวว่า ได้เร่งรัดสั่งการไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 โดยให้รองผบก.เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดพร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งข้อมูลเบาะแสแท็กซี่ที่เอาเปรียบประชาชนไม่รับผู้โดยสาร ไม่กดมิเตอร์หรือกรณีอื่นๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีที่ 191 หรือ 1197 อยากให้ประชาชนร่วมมือกันเนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนไม่ค่อยเข้าเป็นพยานเพื่อควบคุมตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวน จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีได้ สำหรับกรณีที่แท็กซี่ที่จอดแช่ป้ายจะนำโครงการแก้ไขปัญหาบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ามาใช้ โดยจะให้แต่ละห้างสรรพสินค้าจัด จุดจอดรถให้กับแท็กซี่บริเวณด้านในห้างโดยเฉพาะห้างเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่มีปัญหาหนักในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ในที่ประชุมได้สั่งการให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปาดเกาะหน้าห้างเป็นจุดจอดรถช่วยลดปริมาณการจราจรที่ติดขัดด้วย

 

จัดระเบียบแท็กซี่ป้ายดำท่าอากาศยานภูเก็ต


                นาวาเอกพิเศษสมพงษ์ นาคทอง เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาค 3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ รอง ผกก.ป. สภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และนายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นำกำลังทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมกว่า 50 นาย ลงปฏิบัติการจัดระเบียบการให้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต และการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

               ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบการให้บริการร้านค้าต่างๆ ที่มีอยู่กว่า 100 ร้านค้า โดยมีการตรวจสอบลักษณะและรูปแบบของการให้บริการว่าตรงกับที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ และมีการแจ้งให้ทราบด้วยว่าจะมีการมาซุ่มตรวจเป็นระยะๆ และหากตรวจพบภายหลังว่าร้านค้าใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขก็จะสั่งปิดทันที นอกจากนนี้ยังได้มีการตรวจสอบการให้บริการของด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารเรือระบุว่าได้รับการร้องเรียนว่า มีการเปิดให้บริการไม่ครบตามจำนวนช่องบริการ ส่วนของการตรวจสอบการให้บริการรถบริการต่างๆ โดยเฉพาะแท็กซี่ป้ายดำ มีการตรวจพบรถป้ายดำที่นำนักท่องเที่ยวมาส่ง โดยเบื้องต้นได้มีการนำตัวไปทำประวัติไว้ รวมทั้งยังได้มีการตั้งจุดตรวจสอบรถแท็กซี่ป้ายดำที่บริเวณปากทางออกสนามบินด้วย

               นาวาเอกพิเศษสมพงษ์กล่าวว่า การเข้ามาจัดระเบียบภายในท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อปฏิบัติการจัดระเบียบการท่าอากาศยานทั้งหมด รวมทั้งการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ตามนโยบายคำสั่งของ คสช. เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า ภายในท่าอากาศยานภูเก็ตมีปัญหาที่สะสมมายาวนาน และหลายเรื่อง ซึ่งด้วยกัน ซึ่งทางทหารจะเข้ามาจัดการใน 3 เรื่องหลัก คือ การจัดระเบียบรถป้ายเขียวที่ถูกต้องอยู่แล้วให้เป็นระเบียบยิ่งขึ้น ปราบปราม จับกุมรถแท็กซี่ป้ายดำที่ผิดกฎหมาย

               ขณะนี้มีข้อมูลเชิงลึกถึงกลุ่ม  แท็กซี่ป้ายดำที่เข้ามาหากินสร้างความเดือดร้อนในสนามบินอยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลดั้งเดิม กลุ่มที่มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเอี่ยว และกลุ่มที่แอบแฝงพ่วงเข้ามากับกลุ่มที่จดทะเบียนถูกต้อง เช่น จดทะเบียนไว้ถูกต้อง จำนวน 50 คัน แต่พ่วงแฝงมาอีกครึ่งร้อย และสุดท้ายกลุ่มที่เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครซึ่งมีอยู่ประมาณ 18 คัน โดยจะทยอยเรียกมาพูดคุยทำความเข้าใจ ให้หยุดการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

               หากพบผู้มีอิทธิพลก็จะรวบตัวทันที กรณีของเจ้าหน้าที่การท่าฯ ที่มีส่วนไปรับผลประโยชน์มานานก็จะได้เชิญมาพูดคุย รวมถึงจัดการกันตามระเบียบและลงโทษทางวินัย โดยใช้เวลา 1 เดือนเพื่อให้หยุดการกระทำ และหากเตือนแล้วยังไม่เชื่อฟังก็ต้องใช้ยาแรง เบื้องต้นจะใช้เวลาดำเนินการ 1 เดือน และประเมินผลก่อนที่จะดำเนินการต่อ
           
               อย่างไรก็ตามในการจัดระเบียบร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสารนั้น เนื่องจากมีข้อมูลว่าที่ผ่านมามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาดำเนินการเปิดร้านบริการโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบของการท่าน หลายราย เนื่องจากมีเรื่องของผลประโยชน์มากมาย หากตรวจพบว่าร้านใดทำผิดเงื่อนไขหรือไม่เป็นไปตามสัญญาก็จะสั่งให้ระงับการดำเนินการก่อน ส่วนจะกลับมาเปิดให้บริการได้ใหม่เมื่อไรหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าทางผู้ประกอบการร้านจะสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด เบื้องต้นมีการตรวจพบร้านค้าจำนวน 3 ร้าน ซึ่งหมดสัญญาการเช่าจำนวน 3 ร้าน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 แต่ไม่ยอมรื้อออกไป โดยได้มีการสั่งให้รื้อภายใน 4 วัน

               ขณะที่นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากเป็นเรื่องของนโยบาย โดยในส่วนของการท่าฯ จะมาทำหน้าที่เสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแตกตื่นของนักท่องเที่ยวก็จะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่โดยสารมากับสายการบินต่างๆ ทราบเป็นระยะๆ