ข่าว

'เสธ.อ้าย-วีระ'เข้ารายงานตัวกับคสช.แล้ว

'เสธ.อ้าย-วีระ'เข้ารายงานตัวกับคสช.แล้ว

07 ก.ค. 2557

'เสธ.อ้าย-วีระ'เข้ารายงานตัวกับคสช.แล้ว เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปหนุนตั้งสภาปฏิรูปทำงานระยะยาว ให้ภาคปชช.ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนดกรอบแก้ปัญหา

                7ก.ค.2557 ตามที่พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ได้เป็นประธานจัดงาน Veera, A Free Spirit “อิสรีย์แห่งวีระ” เพื่อรำลึก 3 ปี 6 เดือน การถูกจองจำของนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่เรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา ที่ห้องประชุมปฏิพัทธภูบาล สนามม้านางเลิ้ง เมื่อ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกทำสั่งให้ไปรายงานตัวเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดพล.อ.บุญเลิศและนายวีระได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อ คสช. พร้อมกันแล้ว ที่หอประชุมกองทัพบกเทเวศร์

 

 คสช. ได้รับปล่อยตัว'เสธ.อ้าย-วีระ'แล้ว


              ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้มีการปล่อยตัวพล.อ.บุญเลิศและนายวีระ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการพูดคุย ทำความเข้าใจและปรับทัศนะคติ และขอความร่วมมือกับทั้ง 2 บุคคล ไม่ให้กระทำการใดๆที่ขัดคำสั่งของคสช. ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับภายในวันเดียว

              พล.อ.บุญเลิศ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ภายหลังได้รับการปล่อยตัวว่า ในวันนี้ภายหลังจากที่ตนและนายวีระ เข้ารายงานงานตัวกับคสช. ก็ได้พูดคุยกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ของคสช. โดยได้ทำความเข้าใจว่า ต่อไปหากต้องการทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ที่เข้าข่ายขัดประกาศของคสช. เรื่องห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ก็ขอให้แจ้งคสช. ให้รับทราบก่อน ซึ่งตนเองก็ได้รับปากว่าพร้อมที่จะทำตาม

 

เดินหน้าระดมความเห็นก่อนเสนอสภาปฏิรูป

                เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ได้จัดเวทีระดมความเห็นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยครั้งที่ 7 เพื่อระดมความเห็นต่อกลไกและกระบวนการปฏิรูปอย่างมีส่วนร่วม โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ, องค์กรธุรกิจ, องค์กรต่อต้านการคอรัปชั่น, และตัวแทนทูตจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์ เข้าร่วม กว่า 100 คน เข้าร่วมที่ รร.เดอะ สุโกศล

                โดยก่อนการรับฟังความเห็น นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปกล่าวก่อนเริ่มเวทีว่า มี ประเด็นสำคัญที่ต้องการระดมความเห็นเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอต่อการทำงานสภาปฏิรูปในอนาคต รวมถึงจะมีการจัดทำเอกสารเผยแพร่ไปสู่สาธารณะด้วย โดยมีประเด็นทั้งหมด 5 ประเด็น ได้แก่ 1.แนวคิด หลักการสำคัญในการจัดตั้งสภาปฏิรูป 2.หลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และที่มาของผู้ที่เป็นมาชิกในสภาปฏิรูป, 3.กระบวนการ วิธีทำงานของสภาปฏิรูป, 4. ผลลัพธ์ของสภาปฏิรูปใน 1 ปี และ 5. กลไกที่ทำให้สภาปฏิรูปทำงานอย่างต่อเนื่อง

                ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมเวทีได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และมีข้อเสนอที่เป็นสาระสำคัญ ได้แก่ ต้องการให้สภาปฏิรูปเป็นองค์กรระยะยาว และควรกำหนดไว้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำหรับบทบาทของสภาปฏิรูป ต้องเป็นสภาที่มีพลังของการแก้ปัญหาให้ทุกกลุ่มไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีอำนาจเท่านั้น ด้วยการเปิดพื้นที่และเชื่อมโยงการทำงานไปยังภาคท้องถิ่น รวมถึงเครือข่าย, องค์กรภาคประชาสังคม อาทิ สภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อให้เกิดการเข้าถึงการแก้ไขปัญหา อาทิ ปัญหาความขัดแย้ง และนำไปสู่การพัฒนา อาทิ มีส่วนร่วมกับการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาระดับพื้นที่ตรงจุด ส่วนบทบาทสำคัญของสภาปฏิรูปต้องทำให้ประชาชนเห็นว่ามีความสามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้จริง นอกจากนั้นในประเด็นสำคัญควรคำนึงถึงเวทีประชาคมโลกที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก ทั้งนี้ในประเทศไทยพบการลงทุนจากต่างชาติ มีนักธุรกิจเข้ามาลงทุน ดังนั้นควรมีการนำเสนอข้อมูลไปยังกลุ่มดังกล่าวเพื่อลดแรงเสียดทาน

                นอกจากนั้นแล้วควรมีการตั้งกลไกคู่ขนานเพื่อติดตามและตรวจสอบการทำงาน รวมถึงป้องกันปัญหาการรวมศูนย์ โดยที่ผ่านมาพบว่าการกำหนดแนวทางแก้ปัญหาจากส่วนกลางทำการแก้ไขปัญหาไม่ยั่งยืน เพราะไม่มีความเข้าใจถึงหัวใจของปัญหา ขณะที่แนวคิดการทำประชามติของแนวทางปฏิรูปนั้น ผู้ที่เข้าร่วมเวทีนั้นมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.สนับสนุนให้ทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและควรคำนึงถึงวิธีการทำประชามติที่เหมาะสม, ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ เช่น ให้ใช้การออกเสียงประชามติในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น และ 2. สนับสนุนให้ใช้การทำประชาพิจารณ์มากกว่า เพราะการทำประชามติต้องใช้งบประมาณสูง

                ขณะที่นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอว่าสภาปฏิรูปที่ถือเป็นองค์กรที่ดำเนินการวางพื้นฐานการพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ดังนั้นควรมีหน้าที่ที่สำคัญ ดังนี้ 1. กำหนดและวางแผนการปฏิรูปที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี และกำหนดเค้าโครงการปฏิรูประยะยาว, 2. จัดการศึกษา ให้องค์ความรู้ในประเด็นที่สภาปฏิรูปจัดความสำคัญไว้, 3. รับฟัง แลกเปลี่ยน สังเคราะห์หข้อเสนอจากผู้ที่นำเสนอ, 4. สนับสนุนและร่วมจัดเวทีที่สาธารณะสามารถถกแถลงโดยร่วมกับภาคประชาสังคม องค์กรชุมชนอย่างกว้างขวาง, 5. จัดทำการสื่อสารสังคมผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดความเห็นพ้องในประเด็นการปฏิรูป,

                6. รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนที่เดินทาง (โรดแม็พ) การปฏิรูปเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ, 7. สภาปฏิรูปควรมีอำนาจเสนอร่างกฎหมาย ให้สภานิติบัญญัติ หรือ รัฐบาล รวมถึงสามารถเสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญให้ คณะกรรมการรร่างรัฐธรรมนูญด้วย และ 8. ควรจัดองค์กรสภาปฏิรูปที่มีประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการ , ฝ่ายถกแถลง, ฝ่ายประชุมกลุ่ม, ฝ่ายจัดวเที ฝ่ายสื่อสารสังคมและฝ่ายที่สร้างหรือตัดสินใจในข้อเสนอ เพื่อนำไปสู่หน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่

               อย่างไรก็ตามนายบัณฑูร กล่าวระหว่างการนำเสนอประเด็น ว่า การปฏิรูปปัญหาที่สะสมมานานได้มีการเสนอหัวข้อต่าง ๆ ดังนั้นควรหรือไม่ที่จะจัดลำดับความสำคัญ
    
               ทั้งนี้มีตัวอย่างประเด็นการปฏิรูป 5 เรื่องที่สำคัญ โดยพิจารณาจากความเห็นร่วมกันของคนส่วนใหญ่, ความจำเป็นเร่งด่วน, ฐานของการปฏิรูปปัญหาเพื่อต่อยอดไปสู่ความสำเร็จของการแก้ปัญหาส่วนอื่น ได้แก่ 1.การปฏิรูปการเมืองทุกมิติ ทั้งสถาบันการเมือง, กระบวนการเข้าสู่อำนาจ, การกำกับควบคุมการใช้อำนาจ, การกระจายอำนาจ, การใช้อำนาจอธิปไตยทางตรงของประชาชนและการปฏิรูปภาคความมั่นคง , 2.การปฏิรูประบบราชการ เพื่อสร้างเสริมระบบธรรมาภิบาล สร้างภูมิคุ้มกันการแทรกแซงทางการเมืองและเป็นกลไกที่สนับสนุนการปฏฺรูป, 3.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทั้งในส่วนตำรวจ อัยการ และศาล, 4.การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และ 5.การต่อต้านการคอร์รัปชั่น
 

 

..........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก @SAHACHATS )