ข่าว

'ใจสู่ใจ'สร้างคุณค่าชีวิตผู้ต้องขังหญิงคืนคนดีสู่สังคม

'ใจสู่ใจ'สร้างคุณค่าชีวิตผู้ต้องขังหญิงคืนคนดีสู่สังคม

07 ก.ค. 2557

"ใจสู่ใจ" สร้างคุณค่าชีวิตผู้ต้องขังหญิงคืนคนดีสู่สังคม

  
 
          หน่วยงานจับมือสร้างคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง จัดโครงการ "จากใจสู่ใจ คุณค่า ความสุข และพลังภายในที่แท้จริง” นำร่องเรือนจำกลางเชียงใหม่และเรือนจำกลางขอนแก่น มุ่งหวังคืนคนดีสู่สังคม
 
          ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สภาพปัญหาสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติด จำนวนผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูแล และปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด รวมถึงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ทั้งสุขภาพอนามัย การเตรียมตัวกลับสู่สังคม 
 
          จากการที่ สสส.และกระทรวงยุติธรรม ได้บันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนงานเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้กระทำความผิดและการปรับทัศนคติของชุมชนและบุคคลรอบข้างเพื่อส่งมอบคนดีกลับคืนสู่สังคม ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2557-24 เมษายน 2560 ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1.ปฏิรูปเรือนจำ สร้างชุมชนแห่งความห่วงใยเพื่อพัฒนาชีวิตผู้ต้องขังหญิง 2.คืนชีวิตให้ชีวิต และ 3.จากใจสู่ใจ คุณค่า ความสุข และพลังภายในที่แท้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง โดยยึดหลัก “การถูกส่งมาอยู่ในเรือนจำคือการลงโทษ แต่มิได้ถูกส่งมาเพื่อถูกลงโทษในเรือนจำ” มุ่งเน้นพื้นที่ต้นแบบ 6 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางขอนแก่น เรือนจำกลางเชียงใหม่ เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางราชบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่เป็นธรรมยิ่งขึ้นต่อผู้ต้องขังหญิง 
 
          ในส่วนของโครงการ “จากใจสู่ใจ คุณค่า ความสุข และพลังภายในที่แท้จริง” ถือเป็นกิจกรรมนำร่องที่ สสส.ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมและศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้ต้องขัง ใช้เวลาในเรือนจำอย่างมีคุณค่า ไม่ถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างได้ด้วยหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานเดียว ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้ต้องขัง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ทนาย อัยการ ศาลยุติธรรม โครงการ "จากใจสู่ใจ" นำร่องเรือนจำกลางเชียงใหม่และเรือนจำกลางขอนแก่น มุ่งหวังคืนคนดีสู่สังคม ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการครั้งนี้จะสรุปผลสำเร็จที่ได้เพื่อจัดทำเป็นองค์ความรู้ก่อนเสนอเป็นแนวนโยบายในการดำเนินการให้กระทรวงยุติธรรมและส่วนงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป 
 
          รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาโครงการ "จากใจสู่ใจ" กล่าวว่า สำหรับเรือนจำกลางขอนแก่น โครงการ "จากใจสู่ใจ" ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน 2556-พฤษภาคม 2557 มีผู้ต้องขังหญิงเข้าร่วมโครงการ 30 คน พบผลลัพธ์ 5 มิติ ได้แก่ 1.รู้จักตนเองและพลังจากภายใน ดูและสังเกตตนเอง เกิดความมั่นใจและเห็นคุณค่าตนเองมากขึ้น 2.เจริญสติ ออกจากความคิดที่เป็นทุกข์ จิตใจที่เศร้าหมอง ปล่อยวาง ปรับเปลี่ยนตนเองไปในทางที่ดีขึ้น 3.สื่อสาร สนทนา และสัมพันธภาพ ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจกันและกัน 4.เขียนบันทึกสะท้อนความรู้สึกส่วนตัว ใคร่ครวญตนเองได้ลึกซึ้ง และเป็นทางออกในการระบายความทุกข์ในใจ 5.โครงสร้างสังคมและความเป็นสตรีเพศ เห็นถึงอิทธิพลของกรอบสังคมต่อชีวิต บางคนเข้าถึงต้นเหตุและเชื่อมโยงอิทธิพลของกรอบเรื่องเพศในครอบครัวกับปัญหาความสัมพันธ์กับชีวิตคู่ได้ชัดเจนขึ้น เกิดแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนวิธีคิด ก้าวข้ามความโกรธต่อคนในครอบครัวไปสู่ความรัก ความเมตตา และให้อภัย
 
          นายวิธาน สุขเกษม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จากตัวเลขผู้ต้องขังทั่วประเทศประมาณ 300,000 คน ร้อยละ 80 เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด ในส่วนของเรือนจำกลางขอนแก่น มีจำนวนผู้ต้องขังประมาณ 3000 คน ร้อยละ 70 เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด จำนวนผู้ต้องขังหญิงเรือนจำกลางขอนแก่นประมาณ 500 คน ต้องโทษจากหลากหลายคดี บางคนทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางคนทำผิดเพราะเพื่อนหรือคนรู้จักชักนำ ผู้ต้องขังที่เข้ามาอยู่ที่นี่ในช่วงแรกๆ จะเกิดความเครียด เก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ทางเรือนจำจะให้เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังด้วยกันคอยสอดส่องดูแลเป็นกรณีพิเศษ และคอยพูดคุยเป็นกำลังใจ หลังจากนั้นจะให้ทำกิจกรรมและฝึกอาชีพที่เรือนจำจัดไว้ ทำให้ผู้ต้องขังมีเพื่อนและอาชีพติดตัว จะได้นำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ 
 
          โครงการ “จากใจสู่ใจ" ที่จัดในครั้งนี้ เรือนจำกลางขอนแก่นยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเรือนจำนำร่อง ตารางกิจกรรมมีความเหมาะสม ทำให้ผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการรู้สึกมีกำลังใจ เปิดตัวเองและเข้าใจตัวเองมากขึ้น หลายคนเปลี่ยนแปลงตัวเองจากเดิมราวเป็นคนละคน เชื่อว่าเมื่อพ้นโทษออกไปแล้วสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและไม่ทำผิดซ้ำอีก จากนี้ถึงแม้ว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เรือนจำกลางขอนแก่นจะนำผลสำเร็จที่ได้ไปต่อยอดโครงการ โดยนำผู้ต้องขังหญิงที่ผ่านโครงการนี้มาเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ต่อไป
 
          หญิง (นามสมมุติ) ผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยยิ้ม ไม่สุงสิงกับใคร ชีวิตส่วนตัวมีสามี แต่ไม่มีลูก ก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจำถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ส่วนสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำส่วนหนึ่งมาจากสามี หลังจากเข้ามาอยู่ในเรือนจำระยะหนึ่ง ทราบว่าสามีมีภรรยาใหม่ ตอนนั้นจมอยู่กับความโกรธแค้นสามี จนคิดว่าตลอดชีวิตนี้ไม่อภัยให้ และทราบว่าสามีก็ทำร้ายภรรยาใหม่เหมือนที่เคยทำร้ายตัวเอง ทำให้รู้สึกโกรธแค้นสามีมากขึ้น จนไม่มีความสุข แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้เรื่องโครงสร้างสังคมและความเป็นสตรีเพศ ทำให้เข้าใจสามีมากขึ้น ตอนนี้ในใจปล่อยวางได้ รู้สึกเป็นสุข ไม่โกรธแค้นสามีอีกแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น กลายเป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี และทำกิจกรรมทุกอย่างที่เรือนจำจัดให้ ขอบคุณโครงการดีๆ เช่นนี้ อยากให้มีโครงการนี้ไปตลอดเพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้คนที่ท้อแท้ สิ้นหวัง ได้มีกำลังใจ กลับมามีความสุข และรอคอยการกลับคืนสู่อิสรภาพด้วยรอยยิ้มในทุกๆ วัน