ข่าว

'วีระ'เล็งเข้าขอบคุณคสช.ช่วยลั่นรอเวลาแฉ

'วีระ'เล็งเข้าขอบคุณคสช.ช่วยลั่นรอเวลาแฉ

06 ก.ค. 2557

เสธ.อ้ายจัดงานต้อนรับ'วีระ สมความคิด' เตรียมเข้าขอบคุณคสช.ช่วยลั่นรอเวลาแฉเหตุถูกจับ คสช.ชี้ไม่ได้รับอนุญาตเล็งเรียกผู้เกี่ยวข้องพบ

               6ก.ค.2557  ที่ห้องประชุมปฏิพัทธภูบาล สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ได้เป็นประธานจัดงาน Veera, A Free Spirit “อิสรีย์แห่งวีระ” เพื่อรำลึก 3 ปี 6 เดือน การถูกจองจำของนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่เรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา

               นายวีระ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มงานว่า รู้สึกดีใจที่มีคนรักและห่วงใย โดยเฉพาะพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ จัดงานต้อนรับ ซึ่งวันนี้ (6ก.ค.) จะพูดเปิดใจถึงชีวิตถูกคุมขัง แต่จะไม่ขอพูดเรื่องการเมือง เนื่องจากมีผู้ใหญ่ขอไว้ เพราะหากพูดอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และแผนความปรองดอง รวมถึงการปฏิรูป

               นายวีระ กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำงานที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และแกนนำภาคืเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ โดยในสัปดาห์จะเข้าไปสะสางงานค้างอยู่ที่ออฟฟิศ ในส่วนเรื่องการทำงานปกป้องอธิปไตยไทย เบื้องต้นทหารยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็คงไม่ขอเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าทหารปล่อยปละละเลย ให้มีปัญหาขึ้นมาอีก ก็ต้องเข้าไปช่วย ส่วนจะเข้าพบเพื่อขอบคุณพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหันหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้ประสานความช่วยเหลือออกจากเรือนจำ ซึ่งหากมีเวลาจะเข้าไปขอบคุณด้วยตัวเอง แต่ช่วงนี้คงต้องรอ เพราะหัวหน้าคสช.ยังติดภารกิจ

               สำหรับสาเหตุที่ได้รับการปล่อยตัว นายวีระ กล่าวว่า อาจจะเป็นสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป และทางกัมพูชาคงอยากฟื้นความสัมพันธ์กับคสช. แต่เชื่อว่าน่าจะมีอีกหลายสาเหตุมากกว่านั้น คงไม่ใช่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ส่วนจะเป็นสาเหตุใดนั้นไม่ทราบ

               เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลอภิสิทธ์และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ประสานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่หรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ ต้องไปถามกับสองรัฐบาลเอง แต่เท่าทีดูคิดว่าทั้งสองรัฐบาลไม่ค่อยจริงใจในการช่วยเหลือ หากจริงใจช่วยเหลือ น่าจะดำเนินการได้ดีกว่านี้ และรู้สึกว่ารัฐบาลในขณะที่ตนถูกควบคุมตัวไม่ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นจริงจังปล่อยให้ถูกจับตัวไปดำเนินคดี ขอยืนยันว่า รายละเอียดทั้งหมดจะเปิดเผยแน่นอน แต่ขอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม และจะเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปตรง และใครเป็นคนริเริ่มความคิดดังกล่าว แต่ที่ยังไม่พูดตอนนี้เพราะไม่อยากให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายปรองดอง และการปฏิรูปที่คสช.กำลังดำเนินการอยู่

               “เมื่อมีคนขอร้องผมไม่ให้พูดตอนนี้ เพราะท่านอุตสาห์ช่วยผม ขอแค่นี้ทำไมจะทำให้ท่านไม่ได้ และนับตั้งแต่ถูกคุมขังมาไม่เคยพบเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเลย ยกเว้นเมื่อครั้งนายเขียว กันยาฤทธิ์ รมว.ประชาสัมพันธ์กัมพูชา เดินทางไปพร้อมนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ เข้าเยี่ยมผมที่เรือนจำเปรย์ซอว์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2554 โดยที่รมว.ของเขานั่งฟังผมพูดกับนายกษิตโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ และที่เท่าอยู่ในเรือนจำผมได้รับอำนวยความสะดวกอย่างเสียมิได้” นายวีระ กล่าว

               อย่างไรก็ตามสำหรับบรรยากาศการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นกำลังใจ รับฟังและพูดคุยถึงวีรกรรมนายวีระขณะถูกคุมขัง ได้มีการจัดการแสดงดนตรีและเลี้ยงอาหารโดยมีเข้าร่วมงาน อาทิ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสว.สรรหา รวมถึงบุคคลในครอบครัวและบุคคลที่ใกล้ชิดและกลุ่มมวลชนอีกจำนวนหนึ่งกว่าร้อยคนมาร่วมงานต้อนรับอย่างชื่นมื่น

 

คสช.ชี้ไม่ได้รับอนุญาตเล็งเรียกผู้เกี่ยวข้องพบ
 


               พันเอกวินธัย สุวารี คณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวว่า คสช.ได้พยายามขอความร่วมมือให้บุคคลทั่วไป หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายที่สังคมอาจมองได้ว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ เพราะล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจพบว่ามีบางบุคคลได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมในลักษณะที่อาจเข้าข่ายดังกล่าว ณ บริเวณ สนามม้านางเลิ้ง โดยที่ไม่ได้มีการแจ้งบอกกล่าวหรือ ขออนุญาตจากคสช.

              "จากกรณีดังกล่าวนี้อาจเป็นไปได้ที่ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องขอเรียกตัวเพื่อเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพบต่อไป เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่คสช.ได้ขอความร่วมมือเอาไว้" พันเอก วินธัย กล่าว
 


บิ๊กเอกเผยเตรียมถกเรื่องค้ามนุษย์


               ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป) กล่าวถึงกรณีปัญหาการค้ามนุษย์ ว่า พล.ต.อ.วัชระพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้มอบหมายหน้าที่ให้ตนรับผิดชอบในเรื่องนี้แทน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ที่ไปปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งตนได้มีการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้คือ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวแทนหลักในการดูเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ ในส่วนของตำรวจนั้นจะดูแลในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีความห่วงใย จึงให้พล.ต.อ.วัชระพล ได้รีบดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญคือ การควบคุมแก้ปัญหาคนต่างด้าวที่มาทำการประมง

               พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายแผนการได้มีการนำเสนอรูปแบบ และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็คงจะมีการดำเนินการให้สอดคล้องกับประกาศของ คสช. ที่ 77/2557 ที่ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเรือได้จัดทำบัญชีรายชื่อลูกจ้างผู้ทำการประมงที่เป็นคนต่างด้าว ซึ่งตำรวจจะสนับสนุนการปฏิบัติในทุกภาคส่วน อีกเรื่องนอกจากการประกอบอาชีพประมงแล้ว จะเป็นเรื่องของขอทาน ซึ่งมักจะมีคนต่างด้าวมาประกอบธุรกิจ โดยมีการจัดหาเด็กมาขอทานนั้น ซึ่งขณะนี้ รรท.ผบ.ตร. ได้มีการสั่งการแล้ว ให้ตนดำเนินการประชุมในส่วนของตำรวจที่มีการเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เช่น ศูนย์ปราบปรามการค้ามนุษย์, กองบังคับการตำรวจน้ำ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และทุกภาคส่วน เพื่อจะดำเนินการให้สอดรับกับคำสั่งของ คสช.

               ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร. (ปป) กล่าวถึงกรณีโครงการรับจำนำข้าว ว่า สำหรับนโยบายสำคัญที่ทาง คสช. ได้ดำเนินการในโครงการรับจำนำข้าว โดยแต่งตั้ง ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล ดูแลคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ซึ่งตนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนของตำรวจ เข้าร่วมดูแลด้านการจัดกำลังกับทุกภาคส่วนเพื่อลงไปดำเนินการตรวจสอบ โดยล่าสุดทางคณะกรรมการ ได้ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบข้าวในโกดัง พบข้าวหายกว่า 9 หมื่นกระสอบ จึงมีการกล่าวโทษ และสั่งการให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ ลงไปตรวจสอบเพื่อหาความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 7 ก.ค.นี้

 

ยืนยันกวาดล้างพนันต่อเนื่อง
 


               พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กล่าวรายงานผลการจับกุมของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการพนันฟุตบอล ว่า ตนได้มีการเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการประชาสัมพันธ์ โดยเป็นการอธิบายถึงผลเสียงของการเล่นการพนันฟุตบอลในสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดได้มีการจับกุมผู้ที่เล่นการพนันทายผลฟุตบอลไปแล้วทั้งสิ้น 4,000 ราย โดยเป็นเจ้ามือ 300 ราย ในส่วนของเจ้ามือนั้น เมื่อมีการจับกุมแล้ว ก็จะมีการดำเนินการติดตามเพื่อไม่ให้มีการออกมารับกินรับใช้ หรือเปิดให้มีการเล่นพนันซ้ำอีก ซึ่งจะมีการขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ด้วย นอกจากนี้ได้มีการกวาดล้างจับกุมเจ้ามือรายล่าสุดพบว่า มีรายชื่อผู้ลักลอบเล่นการพนันถึง 90,000 กว่าราย ซึ่งเป็นยอดที่มีการสะสมมาตั้งแต่ก่อนจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งนี้สำหรับรายชื่อที่มีการลักลอบเล่นการพนันนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดยเบื้องต้นผู้ที่มีรายชื่อปรากฏว่าเป็นผู้ร่วมเล่น ก็จะมีการขึ้นบัญชีเฝ้าระวังไว้ทั้งหมด และจะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

               พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการลักลอบเล่นการพนันทายฟุตบอลผ่านทางเว็บไซต์นั้น ล่าสุดได้มีการปิดเว็บไซด์เหล่านั้นไปแล้ว 1,200 เว็บไซด์ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 300 เว็บไซต์ ซึ่งหากพบว่า เว็บไซด์ที่ถูกปิดไปแล้ว และมีการเปิดเว็บไซด์ขึ้นมาอีกนั้น ตนก็จะตามปิดต่อไป นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบเล่นการพนันที่ชั้น 18 ของคอนโดหรูย่านฝั่งธนบุรี จากการตรวจค้นพบตู้บาร์คาร่า และอุปกรณ์การเล่นพนันอื่น ๆ และจับกุมผู้ต้องหาได้บางส่วน ซึ่งทำให้เห็นว่า ยังมีความพยายามในการที่จะเปิดบ่อนการพนัน ทั้งนี้ตนยืนยันว่า จะจัดการในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพราะตอนนี้การทำงานของเราเป็นระบบมากขึ้น และจะปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยจะมีการบูรณาการการทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลางในการดำเนินการ

               นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. (ปป) กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของการพนันอีกส่วนหนึ่งคือ ตู้ม้าที่เราได้มีการจับกุมไว้ประมาณ 4,000 กว่าตู้นั้น ซึ่งมีการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลการกร แต่ในส่วนของตู้จักรกลต่าง ๆ ที่เป็นของกลางในการกระทำความผิด พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้ทำเรื่องเสนอ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้เห็นชอบในเรื่องของการเสนอร่างประกาศ เพื่อจะทำลายของกลางต่าง ๆ เหล่านั้น โดยตนได้รับรายงานว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการดำเนินการของกฤษฎีกาจะดูแก้ไขรายละเอียด ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักก็เป็นเรื่องของการดำเนินการทำลายของกลางที่เป็นตู้จักรกลต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะหากปล่อยปะละเลยไว้ ก็จะมีการนำกลับมาใช้งาน และจะทำให้มีการลักลอบเล่นอีก

 

ผบ.พล.1รอ.ปลื้มจยย.รับจ้างกทม.จดทะเบียนครบ100%


               พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กทม. กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างภายหลังจากที่พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) มอบหมายให้ไปดำเนินการเรื่องจดทะเบียนให้ถูกต้อง รวมถึงการแก้ไขปัญหาค่าโดยสาร และสำรวจปัญหาเสื้อวินที่มีราคาแพงนั้น ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดูแลประชาชนได้รับความสะดวกและความเรียบร้อยในการใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ ในเรื่องการจดทะเบียนขณะนี้มีผู้ประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กทม. มาจดทะเบียนอย่างถูกต้องครบ 100 % แล้วทั้งหมด ส่วนขั้นตอนต่อไปจะมีการประชุมหารือร่วมกันกับกรมการขนส่งทางบกในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเรื่องของเสื้อวินที่จะต้องมีการจัดทำเสื้อแบบใหม่ โดยปรับเปลี่ยนจากแบบเดิมทั้งเรื่องของสีและรหัส ซึ่งอาจจะมีการใช้เสื้อสีเขียวตามแบบสากล เนื่องจากตามสากลสีที่เป็นที่ยอมรับ คือ สีส้ม และสีเขียว แต่ถ้าใช้สีส้มเกรงว่าปัญหาผู้มีอิทธิพลต่างๆอาจจะยังคงมีอยู่ได้ จึงมีแนวคิดว่าจะใช้เสื้อวินสีเขียวทั้งหมด

               พล.ต.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ทางพล.1 รอ. และกรมคุ้มครองสิทธิได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และการได้รับความช่วยเหลือเยียวยา เพื่อลดความเหลือมล้ำให้กับหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้างทั่วกทม. เพราะบางคนยังไม่ทราบเรื่องสิทธิและการคุ้มครองที่ตนเองพึ่งมีในการประกอบอาชีพ เช่นหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสามารถเรียกร้องสิทธิ หรืออาจจะขอทนายความช่วยเหลือดด้านคดีได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งยังมีหลายรายที่ไม่ทราบ หลังจากนั้นก็จะมีการอบรมตามเขตต่างๆของกทม.อีก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิก่อนแจกเสื้อวินใหม่ และทะเบียนใหม่ ที่จะต้องผ่านการอบรมการขับขี่ให้ถูกต้อง ซึ่งจะสรุปความคืบหน้าต่อพล.ท.ธีรชัยที่ได้มีการนัดประชุมการจัดระเบียบรถขนส่งมวลชนสาธารณะในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า และธนาคารต่างๆให้ความร่วมมือในการจัดสร้างที่พักวินรถจักรยานยนต์รับจ้างตามริมถนนใหม่ให้มีรูปแบบที่สวยงามและสะอาด เพื่อเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้กทม.อีกด้วย

 

แนะคสช.จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวทำงานเรือประมง


               นายกำจร     มงคลตรีลักษณ์      นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร  กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ออกประกาศคำสั่งให้ผู้ประกอบการเรือประมงรวบรวมรายชื่อและจำนวนลูกจ้างแรงงานต่างด้าวไปยื่นต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดภายในวันที่ 21 ก.ค.นี้ว่า  ขณะนี้สมาคมฯได้แจ้งเรื่องนี้ต่อผู้ประกอบการเรือประมงซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมอยู่ 100-200 คนโดยมีเรือประมงทั้งหมดกว่า 300  ลำ เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายมีเรือประมงมากกว่า 1 ลำไปเรียบร้อยแล้ว และก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการเรือประมงในจังหวัดสมุทรสาครได้ไปขึ้นทะเบียนลูกจ้างแรงงานต่างด้าวกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาครไปแล้วเกือบ 2,000 คน  ทั้งนี้ พวกเรายินดีให้ความร่วมมือกับคสช.และอยากให้คสช.เรียกประชุมผู้ประกอบการเรือประมงทั้ง   22   จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล เช่น  สมุทรสาคร   สมุทรปราการ  ชลบุรี  ตราด  ระนอง  เป็นระยะ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินการในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในภาคเรือประมงของคสช.รวมทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เสนอความคิดเห็นในการจัดระเบียบจะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างสอดคล้องกับนโยบายคสช.และความต้องการของผู้ประกอบการเรือประมง จะทำให้การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและค้ามนุษย์ในภาคเรือประมงก็จะเป็นไปอย่างยั่งยืน

               นายกำจร กล่าวอีกว่า   ขอเสนอให้คสช.จัดระเบียบและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวในภาคเรือประมงเป็นไปในลักษณะพิเศษโดยแยกออกจากกลุ่มอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมประมงต่อเนื่องอย่างเด็ดขาด    เนื่องจากกิจการเรือประมงมีปัจจัยพิเศษที่แตกต่างกิจการประมงบนฝั่งโดยแรงงานต่างด้าวที่ทำงานบนเรือประมงบางส่วนทำงานได้ไม่นานก็หลบหนีไปทำงานบนฝั่ง ทำให้ต้องหาแรงงานต่างด้าวใหม่  รวมทั้งต้องออกเรือไปหาปลาเป็นเวลานาน  อยากให้การจัดระเบียบและจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในภาคเรือประมงเป็นไปอย่างยืดหยุ่นโดยเปิดให้ยื่นจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้เช่นที่ผ่านมาคือ เปิดให้ยื่นจดทะเบียนได้ปีละ 2 ครั้งและแต่ละครั้งมีระยะเวลา 3 เดือน
            
               นอกจากนี้    อยากให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)กำหนดการซื้อประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวแบ่งเป็น 3  ช่วงเวลา คือ  3  เดือน 6 เดือนและ1  ปีซึ่งขณะนี้สธ.คิดค่าประกันสุขภาพอยู่ที่ปีละ 1,600 บาทต่อคน ก็ให้ผู้ประกอบการเรือประมงสามารถซื้อประกันสุขภาพลูกจ้างต่างด้าวได้สอดคล้องกับการทำงานของลูกจ้างแต่ละคน เช่น คนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆก็ซื้อแค่ 3 เดือนก่อนหรือหากอยู่ทำงานมานาน 1 ปี ก็ซื้อ 1,600  บาทโดยผ่อนจ่ายเป็น  4  งวดแยกเป็นงวดละ 400 บาทและใช้บริการรักษาพยาบาลได้โดยไม่จำกัดเฉพาะโรงพยาบาลในจังหวัดที่เรือประมงจดทะเบียนไว้เช่น  จดทะเบียนเรือไว้ที่สมุทรสาคร  เมื่อเรือไปเทียบที่สมุทรปราการ หากแรงงานต่างด้าวป่วยก็สามารถไปใช้บริการโรงพยาบาลที่สมุทรปราการได้ จะทำให้การใช้บริการสะดวกมากขึ้น


จี้คสช.จัดระเบียบรถตู้-รถแท็กซี่หน้าสวนจตุจักรด้วย


               ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีมาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยให้รถตู้ทุกคันย้ายไปจอดที่แอร์พอร์ตลิ้งก์มักกะสัน ทำให้บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสามารถลดปัญหาการจราจรบริเวณดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง จนทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้ คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการจราจรบริเวณหน้าสวนจตุจักร โดยให้เร่งเข้าไปจัดระเบียบรถตู้โดยสารและรถแท็กซี่ ซึ่งจอดแช่ป้ายรับส่งผู้โดยสารกินเนื้อที่ของช่องจราจรไป 2 ช่องทาง ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในย่านนี้มาเป็นเวลานานอย่างเร่งด่วนด้วย

               ประชาชนซึ่งสัญจรผ่านบริเวณหน้าสวนจตุจักร ต่างให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าสวนจตุจักร เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน สาเหตุเพราะ บริเวณนี้มีรถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร เข้ามาจอดแช่ป้าย กินพื้นที่ 2 ช่องจราจร เพื่อรอรับผู้โดยสารที่ลงมาจากรถไฟฟบีทีเอส และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที รวมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาการกีดขวางช่องทางจราจร โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วนทำให้รถติดอย่างหนัก เพราะจะมีรถแท็กซี่ และรถตู้โดยสาร เข้ามาจอดรอผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้รถประจำทาง ไม่สามารถเข้าป้ายจอดรับผู้โดยสารได้ ทำให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องมาจนถึงถนนพหลโยธินขาออก ติดยาวแยกกำแพงเพชร

               นายภัทรพงศ์ วงษ์ปัน ประชาชนที่ใช้บริการรถสาธารณะบริเวณนี้เป็นประจำ สะท้อนถึงปัญหานี้ว่า รถแท็กซี่และรถตู้ จอดแช่ป้ายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ปัญหา แม้จะมีตำรวจเข้ามากวดขันบ้างบางวัน ปัญหาก็ยังไม่หมด

               “เมื่อรถแท็กซี่ รถตู้ มาจอด มันทำให้คนเดินเท้าไม่สะดวก มันรู้สึกเกะกะ จะขึ้นรถรถเมล์ ก็ต้องเดินออกไปด้านนอก เพราะรถเมล์เข้าจอดป้ายไม่ได้ ต้องวิ่งออกไปขึ้นรถในช่องจราจร เสี่ยงจะโดนรถชน อันตรายมาก จุดนี้จะมีคนมารอรถเยอะ เมื่อรถตู้รถแท็กซี่มาจอดขวาง รถจึงติดหนัก” นายภัทรพงศ์ กล่าว

               สอดคล้องกับ น.ส.อริษา แก้วดี  นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ที่บอกว่า  อยากให้มีการจัดระเบียบรถตู้ รถแท็กซี่ บริเวณนี้ เพราะทุกวันนี้รถติดมาก

               “ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาจัดระเบียบบริเวณนี้จะดีมาก เพราะทุกวันนี้ แท็กซี่ และรถตู้ จอดแช่ป้ายรอผู้โดยสาร ทำให้รถติดอย่างหนัก เดินไปขึ้นรถเมล์ก็ไม่สะดวก” น.ส.อริษา กล่าว

               ด้าน พล.ต.ต. จีระสันต์ เเก้วเเสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.)  ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางซื่อ เข้าไปดูแลกวดขันแล้ว แต่ไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะตำรวจมีภาระหน้าที่อื่นควบคู่ด้วย  จึงอาจมีการเพิกเฉยหย่อนยานไปบ้าง ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซากขึ้นมาอีก  หลังจากนี้จะสั่งการให้ ตำรวจจราจรกลาง ลงพื้นที่บริเวณดังกล่าว ช่วยกวดขันวินัยจราจร ห้ามรถแท็กซี่และรถตู้โดยสาร จอดแช่อย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาจอดรถในที่ห้าม อัตราโทษปรับไม่เกิน500 บาท โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งปัญหาจะหมดไปได้หากผู้ขับต้องมีวินัยจราจร และมีจิตสำนึกในการที่จะไม่ทำผิดกฎหมาย

               “จุดนี้เป็นจุดรับผิดชอบของ สน.บางซื่อ ที่ผ่านมา ก็เข้ามากวดขันไล่จับกุมเป็นระยะ แต่ช่วงหลังอาจเพิกเฉยไปบ้าง เพราะตำรวจมีภารกิจอื่นเยอะ จึงหย่อนยานไป หลังจากนี้จะสั่งให้เข้าไปดูแลกวดขันมากขึ้น  การจะจัดระเบียบนั้นต้องมีพื้นที่ให้รถเหล่านี้จอดก่อน ซึ่งก็คงเป็นไปได้ยากอยู่เหมือนกัน อีกอย่างจุดนี้ก็ถือเป็นจุดเศรษฐกิจ เพราะอยู่บริเวณทางลงรถไฟฟ้าบีทีเอส สวนจตุกจัก จึงทำให้มีรถมาจอดเพื่อรอประชาชนจำนวนมาก  ผมมองว่าสิ่งที่ควรจะชาวยกันตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องของการมีวินัยการจราจร” ผบก.จร.กล่าว