ข่าว

ปรับโฉมไฉไลให้คุณค่าคงเดิม

ปรับโฉมไฉไลให้คุณค่าคงเดิม

07 ก.ค. 2557

ปรับโฉมไฉไลให้คุณค่าคงเดิม : ไลฟ์สไตล์

 
 
          จะเห็นได้ว่าหลายองค์กรเร่งขยับเนื้อขยับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนในเร็ววันนี้ "ดอยคำ" ซึ่งถือกำเนิดขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยสร้างอาชีพและรายได้เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ตามแนวทาง "อุตสาหกรรมเกษตรเพื่อพัฒนาชนบท" ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานหนึ่งที่เตรียมความพร้อมสู่การเปิดการค้าเสรีทางการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดย บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ พร้อมยกเครื่องกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3  เท่าตัว ขณะเดียวกันก็ชูกลยุทธ์การตลาด "เก็บจากต้น ขนจากสวน เรายกขบวน จากสวนถึงมือคุณ"  
 
          เพื่อบอกเล่าความเป็นไปให้ทราบโดยทั่วกัน พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมกับ กลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดห้องเทเวศร์ อาคารหอประชุม สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดงานแถลงข่าว โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงประจิตต์ กำภู ณ อยุธยา ประธานกรรมการ บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด และ ดรัมมอนด์ ริมเมอร์ คอมเมอร์เชียล ไดเร็คเตอร์ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในงาน
 
          พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา เปิดเผยถึงการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ในครั้งนี้ว่า บรรจุภัณฑ์ในรูปลักษณ์ใหม่ที่ออกแบบด้วยความใส่ใจต่อผู้บริโภคปรับขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 750  มิลลิลิตร เป็น 1 ลิตร ในแง่ของแพคเกจจิ้งเปลี่ยนเป็นเพิ่มขึ้นส่วนแนวตั้งและลดในแนวกว้างลง เพื่อจับถนัดมือ เทสะดวก และประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ อีกทั้งระบบฝาปิดแบบเกลียวหมุน (เฮลิแคป) ก็ยังช่วยให้เปิดปิดง่ายผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถเปิดได้ทั้งเด็กและผู้สูงวัย เทได้จนหยดสุดท้าย และคงคุณค่าความสดได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปรับราคา เพียงแต่เพิ่มขึ้นตามปริมาตรของน้ำผลไม้เท่านั้นเอง
 
          "สำหรับเรื่องการเพิ่มการผลิตนั้น เราใช้เทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยกับเครื่องจักรเต็ดตรา เจมิน่า รุ่น เอสาม เฟล็กซ์ ที่ให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัว จากเดิม 33 ตันต่อชั่วโมง เป็น 8 ตันต่อชั่วโมง ผลิตในระบบปราศจากเชื้อ ฝ่ายกระบวนกัารควบคุมคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทำให้ผลิตภัณพ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ดอยคำมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถดำเนินงานภายใต้นโยบาย การไม่ใช่วัตถุกันเสีย ไม่เจือสี และไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์" ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ดอยคำ กล่าว
 
          ทั้งนี้ พิพัฒพงศ์ กล่าวถึงจุดเด่นของเครื่องดื่มน้ำผลไม้ดอยคำว่า คือการคงคุณค่าความสดจนหยดสุดท้าย เนื่องจากโครงการหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง  3  แห่ง ตั้งอยู่ท่ามสกลางแหล่งวัตถุดิบ จึงทำให้ใช้เวลาสั้นในการขนส่งจากสู่เข้าสู่กระบวนการผลิต ด้วยเทคโนโลยีแบบระบบปิดปราศจากเชื้อ ซึ่งตรงกับนโยบายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด " เก็บจากต้น ขนจากสวน เรายกขบวน จากสวนถึงมือคุณ" นั่นหมาถึง ทุกผลผลิตที่เก็บจากต้น ได้คัดสรรเฉพาะผลไม้ที่ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดในการผลิตน้ำผลไม้ อย่างการเก็บมะเขือเทศ จะเลือกเก็บมะเขือเทศสีแดงสด ผิวตึง ในระดับความสุกที่ 85 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้น้ำมะเขือเทศสดและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เช่นเดียวกับน้ำลิ้นจี่ก็ใช้ลิ้นจี่ช่อ
 
          ขณะที่ กลอยตา ณ ถลาง กล่าวถึงกล่องน้ำผลไม้ที่ปรับโฉมใหม่ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีคาร์บอนต่ำ โดยวัตถุดิบหลักมาจากกระดาษที่ได้จากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ สามารถปลูกทดแทนได้ มีการดูแลการผลิตและขนส่งอย่างครบวงจรให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อีกทั้งหลังจากบริโภคแล้ว ยังสามารถนำกล่องไปรีไซเคิลได้ ช่วยลดภาวะโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั่นบรรยากาศจากการเผาหรือฝังกลบอีกด้วย