ข่าว

ยึดไม้สัก-ไม้ประดู่กว่า1,500 ท่อน

ยึดไม้สัก-ไม้ประดู่กว่า1,500 ท่อน

06 ก.ค. 2557

สนธิกำลังตรวจยึดไม้หวงห้ามกว่า 1,500 ท่อน เตรียมลักลอบขนย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมเตรียมตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าคาดว่าไม่ถูกต้อง

 
 
 
          วันที่ 6 ก.ค. 57 นายอุกริช พึ่งโสภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน เปิดเผยก่อนออกเดินทางร่วมกับ คณะ พลตรีวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดทหารบกน่าน เพื่อเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าการได้มาของไม้และที่ดินไร่พุทธรักษา 88  บ้านทุ่งอ้าว หมู่ 1 ต.และ,บ้าน ห้วยยาง หมู่ที่ 4 ตำบลททุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ผลการดำเนินการเข้าไปตรวจสอบยึดไม้สักท่อนไม้ประดู่ การออกโฉนดทที่ดินที่น่าสงสัยจะไม่ถูกต้องในพื้นที่ป่า ที่บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 4 ตำบลททุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
 
          ที่บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 4 ตำบลททุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน พลตำรวจตรี สมพงษ์ ชิงดอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พันเอกเศรษฐพล เกตุเต็ม เสนาธิการจังหวัดทหารบกน่าน พันตำรวจเอก สมพงษ์ สวนคร้ามดี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นำกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกน่าน สนธิกำลังร่วมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส. เข้าตรวจค้น ยึดไม้ของกลาง ที่กลุ่มนายทุน หรือผู้รับสัมปทานตัดไม้ ในที่ที่มีโฉนดกำกับที่ดิน โดยมิชอบอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ 
 
          โดยการมีการนำไม้หวงห้าม 1,570  ท่อน กองมาอยู่รวมกันเตรียมขนย้ายออกนอกพื้นที่มีการเขียนระบุชื่อ เจ้าของและกำหนดว่าต้องนำขึ้นรถคันที่ไหนชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจ เดินทางมาถึงบริเวณพื้นที่เป้าหมาย พบไม้กองรวมกันอยู่ จึงร่วมกันเข้าตรวจสอบ ผลปรากฏว่าไม้ดังกล่าวเป็นไม้สัก ไม้เต็งรัง และไม้ประดู่ ไม่มีรูปรอยดวงตราพนักงานเจ้าหน้าที่ ตีประทับ แสดงการอนุญาตแต่อย่างใด ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้กระทำผิดในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึด ไม้จำนวน  1,570  ท่อน 
 
          คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิด พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ฐาน มีไม้หวงห้ามแปรรูปปริมาตรเกิน 0.20 ลูกบาตรเมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจนับ คำนวณปริมาตร ไม้ คิดค่าเสียหาย ของรัฐเป็นเงิน หลายล้านบาท คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดไม้ในพื้นที่ของโฉนดเพื่อตรวจสอบที่มา จัดทำบันทึก การจับกุม เอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไม้ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน พร้อมเร่งติดตามผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดี ตาม พรบ.ป่าไม้ และดำเนินตรวจยึดไม้ดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 
 
          ด้าน พันเอกเศรษฐพล เกตเต็ม เสนาการจังหวัดทหารบกน่าน ได้ดำเนินการขยายผลจากสายข่าวว่า มีการบุกรุกพื้นที่ ได้เจอไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้กระยาเลย หลายท่อน แต่เป็นที่มีโฉนด แต่ทางชาวบ้านยืนยันว่าเป็นที่ป่าชุมชน พลตำรวจตรี สมพงษ์ ชิงดอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ตรวจสอบจากเบาะแสจากชาวบ้านเป็นพื้นที่เขตป่าชุมชนว่าออกโฉนดโดยมิชอบ โดยมีนายทุนกว้านซื้อ ที่ดินเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และได้ฝากประชาชนได้ให้เบาะแส ในการบุกรุกป่าพื้นที่ป่าไม้ 
 
          นายสมัคร พัฒนพรหม ผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยยาง กล่าวว่า ได้มีกลุ่มนายทุนเจ้ามากว้านซื้อที่ดินซึ่งชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่ทำกิน ในเรื่องดังกล่าวนี้ ยังไม่เข้าใจว่าภาครัฐออกโฉนดได้อย่างไร เพราะเป็นพื้นที่ป่าใหญ่ และป่าอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านหากินเก็บของป่ากันประจำโดยมีการอนุรักษ์ป่าไม้กันตลอด ข้องใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินปรับเป็นเขตป่าเสื่อมโทรม และออกโฉนดได้อย่างไร





บึงกาฬ - แก๊งค้าพะยูงเหิมแอบตัดต้นพะยูงริมทางข้างฐานทหารพราน
 
          เมื่อเวลา 05.30  น. วันที่ 6 ก.ค.57 ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติประกอบด้วย ร.ท.วิทยา  สิงห์อร ผบ.ร้อย ทพ.2103   ร.อ.ชัยพร  เขื่อนพงศ์ ผบ.ร้อย ฉก.รส.ที่ 1332 ร.ต.อ.รามสูรย์ บุญข่าย รอง ผบ.ตชด.244 ร.ต.ท.สันติชัย รมพิพัฒน์  รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ปทส. ร.ต.อ.พสุชา  บุตรเชียงคำ รอง สว.สส.ภ.จว.บึงกาฬ  ร.ต.อ.ศิโรดม สนุ่นดี รอง สว.ตำรวจน้ำบึงกาฬ และนายสุรัตน์ วิเศษลา หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.6 บึงกาฬ ออกปฏิบัติการติดตามจับกุมแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติอยู่ในเขตพื้นที่ อ.บุ่งคล้า ก็ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า มีคนร้ายเข้าไปลักลอบตัดต้นพะยูงในป่าทึบริมทางหลวงสาย 212 สายบึงกาฬ-หนองคาย ตรงกิโลเมตร 8 ใกล้ฐานกองร้อยทหารพรานที่ 2103 บ้านหนองแวง หมู่ที่ 3 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ ห่างประมาณ 300 เมตร 
 
          จึงรุดไปตรวจสอบพบว่าต้นพะยูงขนาด 1 คนโอบสูงประมาณ 10 เมตรที่ยังเหลืออยู่เพียงต้นเดียวถูกคนร้ายตัดโค่นล้มลง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงคนร้ายคาดว่ามีประมาณ 4 คนได้วิ่งหลบหนีไป พบเพียงขวดน้ำเปล่า 1 ขวดและอุปกรณ์เสพยาบ้าจำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับตีตราตรวจยึดได้ปริมาตรไม้พะยูง 0.955 ลูกบาศก์เมตร
 
          ด้าน ร.ท.วิทยา ผบ.ร้อย ทพ.2103 เปิดเผยว่าเสียใจและเสียดายต้นพะยูงที่ถูกตัดโค่น ตนได้เฝ้าดูทุกเช้าทุกเย็นแทบไม่คาดสายตา เพราะเหลืออยู่เพียงต้นเดียวเท่านั้นในละแวกนี้ แต่เนื่องจากเป็นป่ารกทึบทำให้คนร้ายหลบซ่อนอำพรางเข้าไปลักลอบตัดได้ ประกอบกับช่วงดังกล่าวกำลังพลออกไปติดตามจับกุมแก๊งค้าพะยูงในพื้นที่อื่น





หนองคาย - ตรวจยึดไม้พะยูงสำนักงานทนายความ
 
          เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 5 ก.ค.57 นายอโณทัย ธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายสมเกียรติ ชั้นบุญใส หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (สปป.2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  กรมอุทยานแห่งชาติ, พันโทรัฐวุฒิ กระบวนรัฐ  เสธ.กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดหนองคาย ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบสำนักงานทนายความธานี สองหลวง  ตั้งอยู่เลขที่ 1134 ถ.ประจักษ์ ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย 
 
          พบด้านข้างและด้านหลังสำนักงานฯ มีไม้พะยูงสภาพใหม่เป็นท่อนที่ยังไม่ได้แปรรูป ความยาว ประมาณ 2 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15-30 ซม. จำนวน 37 ท่อน   มูลค่าในไทย 6 แสนบาท, ไม้ประดู่ แปรรูป กว้าง 10-70 ซม. ยาว 2-4 เมตร ซึ่งเป็นไม้แผ่นใหญ่สำหรับเฟอร์นิเจอร์ จำนวนมาก มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท, ไม้สัก แปรรูปคุณภาพดี กว้าง 16 ซม. ยาว ประมาณ 4-5 เมตร จำนวนมาก มูลค่าประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นไม้ที่ยังไม่ผ่านการใช้ประโยชน์
 
          โดยขณะเข้าทำการตรวจสอบ ไม่มีใครอยู่ภายในสำนักงานฯ พบเพียงรถยนต์จอดอยู่ 2 คัน เมื่อเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อกับนายธานี สองหลวง ทนายความเจ้าของสำนักงานฯที่พบไม้ ได้รับคำตอบว่า ได้เดินทางไปกับคณะและอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยบอกว่าไม้ที่เจ้าหน้าที่พบทั้งหมดมีหลักฐานถูกต้อง โดยไม้พะยูง เป็นไม้ที่ซื้อมาจาก อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ 13 ต้น ปลูกในพื้นที่ นส.3 กำลังอยู่ระหว่างการขออนุญาตแปรรูป ส่วนไม้สักเอาจากสวนป่าของตนเอง ซึ่งไม้ทั้งหมดตนเตรียมไว้สร้างบ้าน
 
          ทั้งนี้นายสมเกียรติ ชั้นบุญใส หัวหน้า สนง.สปป.2 กล่าวว่า เบื้องต้นจะอายัดไม้ทั้งหมดไว้ก่อน ตาม พรบ.ป่าไม้ โดยจะจัดกำลังทหาร ป่าไม้ และปกครอง มาร่วมกันดูแล โดยให้เวลานายธานี สองหลวง นำเอกสารหลักฐานที่กล่าวอ้างว่ามีมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ในเช้าวันที่ 6 ก.ค.57 หากพบว่าผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่ละเว้นทันที


         เมื่อเวลา 09.00 น. นายธานี สองหลวง อายุ 57 ปี ทนายความ ได้นำหลักฐาน ซึ่งมีทั้งรูปถ่าย และบันทึกประจำวันของที่มาของไม้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่  โดยนายธานี ยืนยันว่า ไม้พะยูงได้ตัดมาจากที่ดิน นส.3 ในพื้นที่ อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.57 ที่ผ่านมา ส่วนไม้สักตัดมาจากสวนป่า ก็มีเอกสารถูกต้องเช่นกัน ขณะที่ไม้ประดู่ตนซื้อมาจากที่ดินมีโฉนดอย่างถูกต้อง จากบ้านหาดคำ และไม้ทั้งหมดตนนำมาพักไว้ที่สำนักงานเพื่อจะนำมาไว้สำหรับการก่อสร้างบ้าน
            
          หลังการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารหลักฐาน พร้อมรูปถ่ายไม้ครบและตรงตามไม้จำนวนไม้ที่ปรากฏ เพื่อความถูกต้องและชัดเจนเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบตอไม้ยังสถานที่ที่นายธานี ระบุอีกครั้งหนึ่ง หากถูกต้องเจ้าของไม้จะไม่มีความผิด สามารถนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ได้แต่จะไม่สามารถนำออกนอกราชอาณาจักรได้