ข่าว

บาดแผลบนตัวศพ มัด'กิ๊ก'สังหารผอ.วิทยาลัยการอาชีพ

บาดแผลบนตัวศพ มัด'กิ๊ก'สังหารผอ.วิทยาลัยการอาชีพ

06 ก.ค. 2557

บาดแผลบนตัวศพ มัด'กิ๊ก'สังหารผอ.วิทยาลัยการอาชีพ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                          บรรยากาศยามเช้าตรู่ภายในตรอกวัดสุทธจินดา ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จะค่อนข้างเงียบสงัด แต่เวลา 05.45 น. วันที่ 7 กันยายน 2554 แตกต่างจากทุกๆ วัน เมื่อมีรถตำรวจ รถเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย และผู้คนจำนวนมากที่รอมุงดูเหตุการณ์ภายในห้องแถวไม้ชั้นเดียว ซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวย "S.P.จันงาม" เลขที่ 28 
 
                          ภายในร้านเสริมสวยแห่งนั้น ตำรวจพบร่าง นายสมพร หิรัญมณีมาศ อายุ 53 ปี ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เสียชีวิตอยู่บนพื้นข้างโซฟา ในสภาพนอนหงายอยู่บนผ้าห่ม ตามร่างกายพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมนับสิบแผลตั้งแต่คอ สีข้าง หน้าอก ท้องจนไส้ไหล และแผ่นหลัง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง
 
                          ภายในร้านข้าวของกระจัดกระจายแตกเสียหาย ซึ่งเกิดจากการต่อสู้ มีคราบเลือดแห้งกรังกระจายอยู่หลายแห่ง พบมีดปอกผลไม้ มีดพก มีดใช้ทำครัว ที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ววางไว้ในที่ต่างๆ 6 เล่ม ขณะที่อ่างล้างจานมีเสื้อผ้าเปื้อนเลือดวางอยู่ ภายในห้องน้ำมีผ้าผูกเป็นปมและสายไฟฟ้าจากปลั๊กพ่วงผูกไว้บนขื่อห้องน้ำ 
 
                          ที่โต๊ะทำงานมีรูปภาพวางทับจดหมายเขียนด้วยลายมือ ข้อความว่า "ขอโทษนะทุกๆ คนที่ทำแบบนี้ ข้าวของทุกอย่าง ทุกชิ้นในร้านให้น้องที่สุพรรณบุรีมาเอาไป ใครอย่าเอา หรือเก็บแม้แต่ชิ้นเดียว ให้น้องเก็บไปทุกชิ้นนะ อย่าให้เหลือ รวมทั้งบ้านพักด้วย (หวงของมาก)" ลงชื่อน้อย ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ 
 
                          ภายในร้านมี นางสุภัตรา หรือน้อย ปันสีทอง อายุ 49 ปี เจ้าของร้านนั่งรออยู่ภายใน ลักษณะคล้ายคนเพ้อ เหม่อลอย ตามร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำหลายแห่ง และมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งเปื้อนอยู่ตามตัว ขณะที่นิ้วมือด้านซ้ายพบบาดแผลที่เกิดจากของมีคมบาด
 
                          นางสุภัตรา อ้างต่อตำรวจว่า ผู้ตายใช้มีดกระหน่ำแทงตัวตายเอง แม้จะพยายามห้ามปรามแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ยังคงกระหน่ำแทงตัวเองจนเสียชีวิต ซึ่งคำให้การของนางสุภัตราขัดกับหลักฐานที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพบในที่เกิดเหตุ โดยระหว่างให้การมีท่าทีเหม่อลอย ให้การวกวนไปมา และไม่กล้าสบตาพนักงานสอบสวน
 
                          ตำรวจเปิดโอกาสให้นางสุภัตราให้ปากคำอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบจากคำให้การว่า รู้จักสนิทสนมลึกซึ้งกับผู้ตายมานานกว่า 6 ปี โดยทราบดีว่ามีภรรยาและลูกแล้ว กระทั่งภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายระแคะระคาย และรีบทำธุรกรรมโอนบ้านพักที่ดิน รถยนต์ รวมทั้งทรัพย์สินมีค่าหลายอย่างที่เป็นชื่อของนายสมพรไปเป็นของภรรยาแทน และยังจำกัดการใช้จ่ายของผู้ตายอย่างเข้มงวด
 
                          "เขาขับรถมาหาที่ร้านเพื่อพูดคุยปัญหา ระบายความเครียดเรื่องงานและเงินที่ไม่พอใช้ เนื่องจากถูกจำกัดค่าใช้จ่าย เขาขอเงิน 2 หมื่นบาท แต่ฉันไม่มีให้ จนมีปากเสียงทะเลาะกัน เขาเกิดน้อยใจไปคว้าเอามีดมาแทงตามร่างกายตัวเอง ฉันพยายามห้าม เข้าแย่งชิงมีดจากเขา แต่สู้แรงไม่ไหว ทำให้ถูกมีดบาดขณะที่เขากระหน่ำแทงตัวเองจนเสียชีวิต" นางสุภัตรา ให้การต่อตำรวจ
 
                          นางสุภัตรา อ้างด้วยว่า ก่อนฆ่าตัวตายนายสมพรบ่นว่าอยากตาย ทำให้เกิดความโมโห จึงพูดประชดบอกให้ผู้ตายรีบไปตาย หลังจากนั้นผู้ตายจึงเดินไปหยิบมีดปลายแหลมที่วางอยู่หลังร้าน 2 เล่ม มาแทงตามร่างกาย หลังเกิดเหตุตัวเธอคิดมาก จึงตัดสินใจใช้เชือกผูกคอหวังฆ่าตัวตายตามแต่ไม่สำเร็จ จึงกินยาและเผลอนอนหลับไป โดยที่ศพนายสมพรนอนอยู่ด้านข้าง 
 
                          ทว่าในที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งสภาพข้าวของที่กระจัดกระจาย มีคราบเลือดกระจายทั่วห้อง มีด 6 เล่ม ที่พบผ่านการทำความสะอาดทั้งหมด เหมือนกับพยายามกลบเกลื่อนหลักฐาน ขณะที่ในอ่างล้างจานก็พบเสื้อผ้าเปื้อนเลือด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นหากผู้ตายฆ่าตัวตายเอง
 
                          ขณะที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในคดีนี้ คือ บาดแผลที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหลังของผู้ตาย ไม่น่าจะเกิดขึ้นจากการที่ผู้ตายใช้มีดกระหน่ำแทงตัวเอง แต่ร่องรอยที่ปรากฏน่าจะถูกคนอื่นใช้ของมีคมกระหน่ำแทงมากกว่า
 
                          บาดแผลที่พบดังกล่าวนำมาสู่การสอบปากคำนางสุภัตราอย่างหนัก และก็ยอมรับสารภาพในที่สุด
 
                          "เขาขอเงิน 2 หมื่นบาท ฉันไม่มีให้ เขาก็พูดตื๊อร้องขอ เมื่อไม่สำเร็จจึงใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ฉันจึงใช้มีดจ้วงแทงป้องกันตัว โดยแทงไปหลายครั้งจนเขาเสียชีวิต จากนั้นได้เขียนจดหมายไว้ แล้วกินยาไปหลายสิบเม็ดหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด และยังใช้ผ้าผูกเป็นปมและสายไฟฟ้าโยงกับขื่อห้องน้ำ แต่ทำไม่สำเร็จ" นางสุภัตรา สารภาพ 
 
                          ผู้ต้องหารายนี้พยายามกุเรื่องเพื่อให้ตัวพ้นความผิด แต่ต้องจำนนต่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่พบในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะบาดแผลบนแผ่นหลังที่เกิดจากการถูกแทงด้วยของมีคมนับสิบแผล ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ตายจะแทงแผ่นหลังตัวเองได้นับสิบแผลเพื่อปลิดชีพตัวเอง
 
                          ผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานให้ข้อมูลว่า กรณีการฆ่าตัวตายเป็นไปได้ยากที่จะปรากฏร่องรอยบาดแผลที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันทีปรากฏอยู่บนตัวศพได้หลายแห่ง 
 
                          การฆ่าตัวตายนั้น ผู้เสียชีวิตมักลงมือกระทำกับส่วนของร่างกายที่เป็นจุดที่ทำให้สามารถเสียชีวิตได้ทันทีเพียงจุดเดียว จึงมักพบบาดแผลที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันทีเพียงจุดเดียว ทั้งนี้อาจพบบาดแผลที่เกิดจากการกระทำก่อนล่วงหน้าได้ในบางกรณี แต่บาดแผลนั้นก็จะไม่เป็นบาดแผลที่รุนแรงพอที่จะหยุดการกระทำต่างๆ ของผู้ฆ่าตัวตายได้
 
                          นอกจากนี้บาดแผลที่เกิดจากการฆ่าตัวตายนั้น จะขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ตาย คือการถนัดซ้ายหรือถนัดขวา เช่นกรณีที่ผู้ตายถนัดมือขวา หากใช้อาวุธมีดในลักษณะปาด เพื่อฆ่าตัวตาย รอยบาดแผลมักจะเป็นรอยเฉือนจากด้านซ้ายไปขวา หากถนัดมือซ้ายมักเกิดรอยบาดแผลในลักษณะตรงกันข้ามกัน 
 
                          กรณีการฆ่าตัวตายโดยการใช้อาวุธปืน โดยมากผู้ตายมักจะยิงที่ขมับ หรือยิงกรอกปาก หากถนัดขวามักปรากฏบาดแผลทางด้านขวา หากถนัดซ้ายจะมีบาดแผลที่ด้านซ้าย
 
                          ส่วนสภาพศพนายสมพรนั้น พบแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากอาวุธมีดหลายแผล ลักษณะกระหน่ำแทง โดยเฉพาะที่แผ่นหลังที่พบแผลฉกรรจ์หลายแผล เป็นไปได้ยากที่จะเกิดจากการกระทำของตัวเอง
 
                          ในคดีนี้ พ.ต.ท.อภินันท์ ปลื้มมะลัง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีนางสุภัตราในข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุ
 
 
 
 
---------------------
 
(บาดแผลบนตัวศพ มัด'กิ๊ก'สังหารผอ.วิทยาลัยการอาชีพ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)