ข่าว

ลูก'ปาน พึ่งสุจริต'ไม่เชื่อพ่อฆ่าตัวตาย

ลูก'ปาน พึ่งสุจริต'ไม่เชื่อพ่อฆ่าตัวตาย

05 ก.ค. 2557

จนท.ระดมค้นหายังไม่พบร่าง 'ปาน พึ่งสุจริต' หลังโดดสะพานพระราม 9 ลูกชายไม่เชื่อพ่อฆ่าตัวตาย

 
                         5 ก.ค.57  จากกรณี นายปาน พึ่งสุจริต อายุ 68 ปี รองเลขาธิการพรรคมาตุภูมิ และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กระโดดจากสะพานพระราม 9 บนทางด่วนด้านขาออกมุ่งหน้าดาวคะนอง แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. เมื่อเย็นวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่บริเวณใต้สะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรี พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.บางคอแหลม พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกพงษ์ พูลทอง รอง ผกก.สส.สน.บางคอแหลม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาร่างนายปานอีกครั้ง แต่ยังค้นหาไม่พบ
 
                         พ.ต.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานพระราม 9 พบว่า มีชายต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นนายปาน ได้ขับรถยนต์วอลโว่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน 4 ว 3345 กรุงเทพมหานคร มาจอดที่บริเวณกลางสะพานด้านขาออกมุ่งหน้าดาวคะนอง ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาทางด้านหน้ารถ จากนั้นจึงเดินข้ามรั้วราวกั้นขอบสะพาน แล้วกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาทันที โดยไม่มีท่าทางลังเลแม้แต่น้อย ซึ่งระยะเวลาที่เกิดเหตุเพียง 15 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ จากการสอบสวนญาติของนายปาน และพยานที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุถึงเหตุจูงใจในการตัดสินใจกระโดดน้ำในครั้งนี้ได้
 
                         อย่างไรก็ตาม นักประดาน้ำพยายามค้นหาร่างของชายดังกล่าว ซึ่งสงสัยว่าอาจจะเป็นนายปาน แต่เนื่องจากกระแสน้ำแรงมากได้พัดร่างนักประดาน้ำออกมาตลอดเวลา จึงยังไม่สามารถเข้าถึงจุดดังกล่าวได้ โดยนักประดาน้ำได้ค้นหาในรัศมีจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร
 
                         พ.ต.ท.เอกพงษ์ พูลทอง รอง ผกก.สน.บางคอแหลม กล่าวว่า ได้ประสานขอเรือจากกองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อช่วยในการค้นหา แต่เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว การค้นหาจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก คาดว่าร่างน่าจะถูกกระแสน้ำพัดไปไกลจากจุดที่กระโดดพอสมควร ส่วนที่มีการนำเสนอข้อมูลว่าพบจดหมายลาตายในรถยนต์นั้น ไม่เป็นความจริง โดยเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงประวัติที่นายปานทำขึ้นมาเท่านั้น
 
                         ด้าน นายวันเฉลิม พึ่งสุจริต อายุ 37 ปี ลูกชายคนสุดท้องของนายปาน กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าพ่อจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากพ่อเป็นคนอารมณ์ดี สนุกสนาน ไม่มีอาการซึมเศร้าเเต่อย่างใด เเละไม่ค่อยมีเรื่องเครียด หรือเรื่องไม่สบายใจใดๆ จะมีก็เพียงเเต่เรื่องเดียวคือเรื่องสุขภาพ ซึ่งเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา พ่อมักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน หูอื้อ ซึ่งเป็นปัญหาด้านสายตาเเละน้ำในหูไม่เท่ากัน ช่วงหลังมาพ่อจึงต้องกินยาบำรุงเเละวิตามินต่างๆ อย่างไรก็ตามไม่คิดว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นเหตุให้พ่อคิดสั้น
 
                         "เรามีพี่น้องรวมทั้งหมด 3 คน เเละผมเป็นลูกคนสุดท้อง ซึ่งเมื่อโตขึ้นก็เเยกย้ายกันไปอยู่ข้างนอก พ่อจึงอาศัยอยู่กับเเม่เพียงเเค่ 2 คน เเต่ผมเเละพี่ทั้ง 2 คนจะเเวะเวียนกันไปเยี่ยมพ่อกับเเม่ทุกอาทิตย์ ซึ่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ก่อนเกิดเหตุพ่ออยู่บ้านเพียงคนเดียว ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้าน โดยไม่มีใครทราบว่าพ่อจะไปไหน เเละออกจากบ้านตั้งเเต่กี่โมง แต่ครอบครัวยังมีความหวังว่าพ่อจะต้องไม่เป็นอะไร" นายวันเฉลิม กล่าว