ข่าว

'ประยุทธ์'ยันให้เสรีภาพสื่อวอนระวังคำเกลียดชัง

'ประยุทธ์'ยันให้เสรีภาพสื่อวอนระวังคำเกลียดชัง

04 ก.ค. 2557

'ประยุทธ์'ยันให้เสรีภาพสื่อ วอนระมัดระวังนำเสนอข้อมูลข่าวสารลักษณะคำเกลียดชัง อ้างเหตุจะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่จบสิ้น ขู่หากมีปัญหาเกิดขึ้นต้องรับผิดชอบ

               4ก.ค.2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องแรกเรื่องสื่อ ตนขอทำความเข้าใจในเรื่องสื่อมวลชน และสื่อต่าง ๆ ก่อนเป็นลำดับแรก สื่อ ทั้ง โทรทัศน์ โทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุกระจายเสียง วิทยุชุมชน โซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง และไม่เข้าใจกันอีกต่อไป ไม่ว่าจะกับ คสช. หรือกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

              "วันนี้บ้านเมืองของเรานั้น อยู่ในห้วงเวลาไม่ปกติ มีความจำเป็นต้องขอร้องให้ลดการนำเสนอข่าวที่จะเพิ่ม หรือขยายความขัดแย้ง รวมทั้งข่าวที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาจะเห็นว่าก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะเห็นว่าประชาชนบริโภคข่าวจากสื่อทุกประเภท ต้องยอมรับว่า มีสื่อทั้งที่เลือกข้าง และเป็นกลาง ทำให้สังคม และประชาชนสับสน ก็มีความเกลียดชังซึ่งกันและกัน เพราะต่างฝ่าย ต่างก็เชื่อมั่นที่จะเชื่อในข้อมูลของฝ่ายตน มีการเขียน หรือโพสต์ หรือวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียกันอย่างกว้างขวาง ทั้งแชร์ข้อมูลของฝ่ายตนเอง และประสงค์ที่จะโน้มน้าวให้คนอื่นเชื่อด้วย รวมความไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้สังคมไทยเสื่อมโทรม เช่น หนังสือลามก อนาจาร หนังสือแนวหมิ่นเหม่สถาบัน ซึ่งพบว่ายังมีการลักลอบจำหน่ายกันอยู่ในหลายพื้นที่เช่นกัน ดังนั้น เราจำเป็นต้องช่วยกัน ทั้ง คสช. สมาคมผู้สื่อข่าว นักข่าว บรรณาธิการ เจ้าของสำนักพิมพ์ ต่าง ๆ ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่โดยตรง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า

              วันนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่มีพรมแดน การกระจายข่าวสาร รวดเร็วมาก หากมีการโพสต์ข้อความ หรือเสนอข่าวใดที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ก็มีแต่ข้อมูลสร้างความเกลียดชัง หรือที่เรียกว่า Hate Speech เป็นการประจานประเทศไทยในสายตาของต่างชาติ รวมทั้งสร้างผลกระทบต่อภายในประเทศเราเอง ความขัดแย้งก็จะไม่มีวันจบไม่สิ้น บางทีอาจสร้างผลกระทบกับความคิด ความอ่านของเยาวชนไทยที่เป็นอนาคตของเราด้วย หากปล่อยเป็นเช่นเดิม ความแตกแยกจะมากขึ้น เด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดที่หยาบคายใส่กัน สังคมก็จะเกิดการขาดความเชื่อมั่น ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกันในทุกระดับ ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยาก ฉะนั้นคนดี ๆ ก็อาจจะถูกให้ร้าย ก็ทำให้เขาหมดกำลังใจในการทำงาน

              "ผมขอร้องอีกครั้งหนึ่งให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ทั้งผู้สื่อข่าว สำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ได้กรุณากำหนดมาตรฐาน มีมาตรการควบคุมเนื้อหาสาระของสื่อในความรับผิดชอบของท่าน ให้ช่วยการเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน หากสื่อใดนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ท่านต้องรับผิดชอบด้วย หากสื่อนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านเอง " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า

              คสช. ไม่ได้มุ่งหวังในการจะใช้อำนาจไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อแต่ประการใด ที่ผ่านมา เราก็อนุโลม เราก็ให้สื่อเสรีภาพในการนำเสนอ อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ ใครจะว่าใครก็ได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด บางครั้งก็ยังไม่ได้ตรวจสอบ ก็อยากให้เห็นใจคนที่เขาถูกกล่าวว่าร้ายไปบ้าง เขาจะทำอย่างไร เขาจะมีโอกาสปกป้องตนเองหรือไม่ ในบางครั้งถ้าเราไปลงความเห็นว่าเขาดีหรือไม่ดีอย่างไร โดยไม่มีข้อพิสูจน์ จะทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้ ก็ขอเรียนทำความเข้าใจอีกครั้งว่า เราต้องการความสงบสุข เพื่อ คสช. จะได้แก้ไขปัญหา ปัญหาจริง ๆ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ท่านทราบอยู่แล้วว่ามีปัญหาอยู่ที่ไหน เราก็ทำทุกอย่างและกำลังอยู่ในกระบวนการก็มี ที่ตนได้พูดไปหลายครั้งแล้ว ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ต่าง ๆ มีทั้งนักวิเคราะห์ นักเขียน นักวิชาการต่าง ๆ บางครั้งผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันว่าท่านฟังเวลาเราพูดหรือไม่ คือข้อมูลต่าง ๆ ที่เราให้ไปท่านได้รับฟังหรือไม่ แต่รู้ว่าทุกท่านมีความห่วงใย มีความหวังดีกับประเทศชาติ แต่ขอให้กรุณาฟังเราบ้าง เพราะเราทำไปเราพยายามจะบอกท่านทุกครั้ง หากท่านไม่ฟังเลย จะไม่ได้เป็นการติเพื่อก่อ จะเป็นการติเหมือนจะทำลายกัน ในขณะที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย หรือทำไปยังไม่จบสิ้น อันนี้ก็ขอร้องอีกครั้ง คงไม่ได้หมายความทุกคน ทุกสื่อ เป็นเพียงส่วนน้อยมาก ตนถือว่าน้อยมาก วันนี้คงทำงานด้วยประสบการณ์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ส่วนวิทยุชุมชนก็เช่นเดียวกัน วันนี้เราก็พยายามที่จะให้มีการออกอากาศให้ได้โดยเร็ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหลาย ๆ อย่างที่เราทำอยู่ มีการทยอยเปิดเป็นตามลำดับ อะไรที่ยังเปิดไม่ได้ก็ขอให้เข้าใจว่ายังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ทำให้ถูกต้อง และเราก็จะเปิดให้

 

ระบุคสช.พร้อมเดินเครื่องผลักดันศก.ให้เดินหน้า

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงงานด้านเศรษฐกิจ  ว่า  สำหรับเรื่องของเศรษฐกิจในวันนี้ เรากระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่า เศรษฐกิจของเราจะโตขึ้นทั้งปี เพียงแค่ 1.5 % ซึ่ง คสช. ทราบดีจะพยายามผลักดันให้ได้เกิน 2 % เพราะฉะนั้นแนวทางที่เรามีอยู่ในปัจจุบันคือกระตุ้นเศรษฐกิจของคนรายได้น้อย ให้ธนาคารต่าง ๆ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาทำโครงการต่าง ๆ ที่จะให้กลุ่มประชาชนได้กู้ยืมเงินไปลงทุนให้มากขึ้น คงจะต้องกระตุ้นให้มากขึ้นนั้น และต้องรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้แข็งมากจนเกินไป มีการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้มีการชักชวนผ่านทุกช่องทางให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวให้มากขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การบริการต่าง ๆ ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ สำหรับการท่องเที่ยวทุกคนทราบดีว่า เป็นรายได้สำคัญของไทย คสช. ได้กำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อะไรที่เป็นอุปสรรค ปัญหา ก็ให้เสนอมา เพื่อเราจะได้แก้ไขต่อไป ส่วน​เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ วันนี้การตรวจสอบงบประมาณ ปี 2557 ก็ยังมีงบประมาณหลายงบประมาณของหลายกระทรวง ซึ่งยังไม่มีแผนงาน โครงการรองรับ ประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท เราจะนำแผนการโครงการงบประมาณต่าง ๆ เหล่านั้นมาดูอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรในแต่ละกระทรวงยังทำได้ช้า เราก็จะปรับงบประมาณตรงนี้ไปเพิ่มในแผนงาน โครงการ ที่ยังไม่สมบูรณ์และมีความเร่งด่วนสูง    

              " ​เรื่องของการบริหารจัดการน้ำ คาดว่าจะสามารถปรับงบประมาณที่เหลือ ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สามารถจะปรับเพิ่มได้ประมาณหมื่นกว่าล้าน เพื่อไปดำเนินการเร่งด่วนใน ปี 2557 และต่อเนื่องในปี 2558 และเรื่องสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เราก็ให้ความสำคัญและความเร่งด่วนเช่นกัน วันนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อจะอนุมัติแผนงาน โครงการดังกล่าวบางส่วน " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว     

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบประมาณ ปี 2557 ซึ่งผมเรียนไปแล้วว่าเราใช้จ่ายไป ไตรมาสสุดท้ายในขณะนี้ หากใช้ไม่หมด แผนงานที่ค้างอยู่ เราจะนำไปผูกพันไว้ในปีงบประมาณปี 2558 เพื่อดำเนินการให้ต่อเนื่องในลักษณะการบูรณาการ ซึ่งการอนุมัติงบประมาณแผนงาน/โครงการ วงเงิน ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน ซึ่ง คสช. ได้อนุมัติไปบ้างแล้วนั้น เป็นการอนุมัติในกรอบของ ครม. เดิม ซึ่งปัจจุบันนั้น คสช. ทำหน้าที่อยู่ ทั้งนี้ คสช. ได้ปรับเปลี่ยนแผนงาน โครงการบางส่วน ที่เป็นปัญหาค้างคาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับในส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณของ คสช. ปัจจุบันงบประมาณที่ คสช. ใช้จ่ายเป็นหลัก คือ ค่าตอบแทนกำลังพล ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และงบปฏิบัติการบางส่วนเท่านั้น ในส่วนของการอนุมัติการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้น ก็คงเป็นไปตามแผนงานเดิมทั้งสิ้น ซึ่งได้ถูกบรรจุไว้ในการจัดทำงบประมาณประจำทุกปี    

              " การปฏิรูปในระยะที่ 1 และ 2 วันนี้เป็นขั้นการเตรียมการ โดย คสช. ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้ ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และให้ความรู้ ถกแถลงกันและยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ ระยะที่ 2 เมื่อมีรัฐบาลแล้วมีการจัดตั้งสภาปฏิรูป วิธีการคือการรับสมัครบุคคลทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสีย การเมือง คู่ขัดแย้ง นักวิชาการ การศึกษา พลังงาน เศรษฐกิจ สังคม สมาคมต่าง ๆ ตลอดจนผู้แทนแต่ละจังหวัด ซึ่งจะต้องมีครบทุกกลุ่ม เราจะได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ชี้ปรับโยกเก้าอี้ขรก.ระดับหัวแถวเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงการปฎิรูปการระบบราชการ ว่า เรื่องระบบราชการ เรียนว่าที่ผ่านมาเกิดความเสียหายอย่างมาก ในระบบราชการไทย ตนไม่อยากให้สังคมตำหนิ เจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการระดับผู้ปฏิบัติมากนัก ผู้รับผิดชอบควรจะเป็นฝ่ายบริหาร หรือหัวหน้าหน่วยงานระดับกระทรวงกรม หรือองค์กรระดับสูง ซึ่งอาจจะไม่ได้กำกับดูแลให้เป็นไปตามระบบ ระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงาน    

               " วันนี้ คสช.เข้าไปตรวจสอบแล้ว ใครจะผิด จะถูกอย่างไร ก็คงต้องพิสูจน์กันต่อไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ที่ผ่านมา อาจจะติดขัดด้วยระเบียบวินัยของข้าราชการ ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ที่ผมกล่าวไป เราจะต้องพยามยามไม่ให้เกิดขึ้นอีก จะต้องมีการปฏิรูปทุกระบบ ใครจะผิด จะถูก ก็ว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย สำหรับผมเอง ผมต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นหัวหน้าหน่วยงาน ในส่วนของผู้บัญชาการทหารบก กองทัพบก และปัจจุบันก็ คสช. ด้วย วันนี้ถึงแม้ว่าผมจะมอบหมายงานต่าง ๆ กระจายอำนาจไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ผมไม่สามารถจะปัดความรับผิดชอบอะไรได้ ก็ต้องทำงาน กำกับดูแล ให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ถ้าเราปฏิบัติงานตามระเบียบปฏิบัติประจำอย่างเดียว ก็ไม่ก้าวหน้า งานก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด รวมความถึงในเรื่องของการให้รางวัลคนดี ทำโทษคนไม่ดี ใช้พระเดช พระคุณ ควบคู่กันไป หลักการของผมคือนายต้องดูแลลูกน้อง ลูกน้องไม่จำเป็นต้องมาดูแลนาย " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว    

               หัวหน้าคสช. กล่าวต่อว่า ระบบการบริหารราชการ ระหว่าง ฝ่ายการเมือง กับ ข้าราชการ จำเป็นต้องมีการปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง บุคลากร คุณภาพ ความซื่อสัตย์ รวมไปถึงรูปแบบการปฏิบัติงาน หน้าที่ พันธกิจ ความริเริ่ม การมุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ การประเมินคุณภาพ ฯลฯ ต้องยอมรับกันว่า คนดีนั้น ย่อมมีมากกว่าคนที่ไม่ดี เราต้องใช้คนดีในการทำงาน หากทำไม่ได้ ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไป จนกว่าจะได้คนดี ซื่อสัตย์ สุจริต จริง ๆ การปรับย้ายข้าราชการในปัจจุบัน ระดับ 10 - 11 จำเป็นต้องใช้อำนาจ คสช. เนื่องจากปัจจุบันไม่มี ครม. ทั้งนี้เป็นการปรับย้ายเพื่อความเหมาะสม ฉะนั้นเรื่องการปรับย้ายในระดับที่ต่ำกว่า จะเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานเป็นการภายในที่ต้องรับผิดชอบ

               "​การปรับย้ายข้าราชการในปัจจุบัน ระดับ 10 - 11 จำเป็นต้องใช้อำนาจ คสช. เนื่องจากปัจจุบันไม่มี ครม. ทั้งนี้เป็นการปรับย้ายเพื่อความเหมาะสม ฉะนั้นเรื่องการปรับย้ายในระดับที่ต่ำกว่า จะเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานเป็นการภายในที่ต้องรับผิดชอบ คสช. ไม่ได้มุ่งหวังจะสืบทอดอำนาจ หรือเปลี่ยนกลุ่มผลประโยชน์แต่ประการใด คสช. พยายามแก้ไขเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริต คอร์รัปชั่น ซึ่งก็เป็นการยากที่จะคัดสรรคนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับสมัยใด/ยุคใด เข้ามาบริหารราชการได้เลย เพราะเป็นการปฏิบัติงานตามระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) ตามข้อบังคับของทุกหน่วยงาน ถ้าเราตั้งใหม่ไป แล้วทำงานไม่ดีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาในปัจจุบัน การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานจะต้องมีความสัมพันธ์ทางการบังคับบัญชา ซึ่งการปกครองหรือบังคับบัญชาคนนั้นจะเกี่ยวข้องกัน 3 ส่วนคือ ผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และผลสัมฤทธิ์จะไปตกอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ดังนั้นถ้าระบบดีแล้ว อะไรก็จะดี องค์กรที่ดีจะต้องมี “ความริเริ่ม รวดเร็ว รอบคอบ มีคุณธรรม และจริยธรรม ทั้งบุคลากร และองค์กรทุกองค์กร ขอยืนยันว่า คสช. จะพยายามสร้างระบบ สร้างข้าราชการ สร้างคนให้แข็งแรง เป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ได้ หรือเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 ระบุมอบ"ศธ."พัฒนาบุคลากร-ระบบการศึกษาทั้งระบบ

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาบุคลากร  การเตรียมพร้อม สู่อนาคตของประเทศไทย หลักการของผมคือ รัฐต้องดูแลคนทุกวัย ทั้ง เด็ก เยาวชน วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนชรา อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง จะต้องมีการวางแผน เตรียมความพร้อม สร้างความคิดที่เป็นระบบ มีเหตุมีผล นึกถึงประเทศชาติก่อน สร้างจิตสำนึก อุดมการณ์ ความรักชาติ เยาวชน นักศึกษา จะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่งดงาม เพื่อจะร่วมกันสร้างอนาคต เราสามารถจะสร้างอนาคตของประเทศได้ โดยไม่ต้องทำลายอดีตอันงดงามของเราทั้งสิ้น เพื่อให้เป็นไปตามการเจริญเติบโตของยุคสมัยในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตเรามีความงดงามมากมาย ไม่จำเป็นต้องทำลาย    

               "ผมได้รับรายงานว่า สถานีวิทยุบางแห่งไม่เปิดเพลงเคารพธงชาติ หรือเพลงสรรเสริญ พระบารมี ผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม ตรวจสอบแล้ว ขอร้องว่าอย่าให้มีการกระทำผิดดังกล่าว เพราะอาจจะต้องถูกระงับการออกอากาศ เพราะถือว่าไม่เคารพกฎกติกาของสังคมในปัจจุบัน"หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติระบุ    

               หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวว่า  การศึกษาหาความรู้นั้น ก็จะได้มาจากหลายทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนในสถานศึกษา หรือเรียนด้วยตนเอง และการไขว่คว้าหาความรู้จากภายนอก ผมมีแนวความคิดว่า ทั้งผู้ปกครอง ครู เด็ก จะต้องมีส่วนสัมพันธ์กัน การสอนในห้องเรียน ขอให้เป็นหลักมากกว่าการสอนพิเศษ ลดค่าใช้จ่ายของเด็กและผู้ปกครองลง เพราะทำให้เกิดความเดือดร้อน โรงเรียนมีค่าใช้จ่ายในการเรียนสูง อุปกรณ์ราคาแพง และมีการเรียนพิเศษเพิ่มเติม ทำให้เด็กเป็นภาระในการเรียน 2 ช่วงเวลา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในระบบการศึกษาของไทยเป็นอย่างยิ่ง ผมได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการปรับแก้ทั้งระบบ ฉะนั้นเราต้องสร้างความผูกพันกันให้ได้ระหว่างครู - ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน จะต้องมีความหวังดีต่อกัน ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ต้องปรับตัวเข้าหากัน ผู้ใหญ่ก็ต้องเปิดโลกทรรศน์ตัวเองให้มากขึ้น หาเวลาให้ได้ในการดูทีวี อ่านหนังสือ ติดตามข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่รู้ว่าคนอื่นไปถึงไหนกันแล้ว ก็จะลืมคนอื่น ลืมประเทศชาติ มองถึงแต่ตนเอง คิดเองก็คิดไม่ได้     

               หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวว่า บางครั้งการเอาแบบอย่างต่างประเทศ เช่น ในทีวี หนังสือนิตยสาร ฯลฯ ถือว่าเป็นการลดเวลาของเราที่ไม่ต้องคิดมาก เพียงแต่นำมาประยุกต์ใช้ว่า จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองของเราได้ ข้อสำคัญคือทุกคนต้องคิดให้พ้นตัวเองก่อน แบ่ง/เฉลี่ยตามความเหมาะสม ตามขีดความสามารถของตนเอง คือสถานะของตัวเอง และสิ่งที่ตัวเองจะต้องมีต่อสังคมภายนอกด้วย ผู้ที่มีโอกาสคือคนที่มีฐานะ ต้องคิดให้มาก จะได้ช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างแท้จริง ส่วนคนมีรายได้น้อย โอกาสน้อย ก็ต้องเริ่มคิด เริ่มมีส่วนในสังคม จะเป็นผู้รับอย่างเดียวไปตลอดไม่ได้ ท่านต้องพร้อมที่จะเป็นผู้ให้และผู้รับให้ได้ในอนาคต    หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวว่า​ การศึกษา ได้มุ่งเน้นให้มีการนำเทคโนโลยีในเรื่องการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และอินเตอร์เน็ต ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ริเริ่มไว้แล้ว เพื่อกระจายไปยังสถานศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้นในพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล โดยให้มีการปรับปรุงครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
 

ระบุตั้ง Super Board เพื่อปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้รัดกุมขึ้น

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวต่อว่า การปรับปรุงการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ วันนี้ทราบดีว่า สังคมให้ความสนใจ การปรับเปลี่ยนรายชื่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ขอเวลาให้รัฐวิสาหกิจได้ทำงานสักระยะหนึ่ง หากทำงานไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนใหม่ได้ ในวันนี้จะหาใครที่ไม่เคยทำงานให้กับใครเลยค่อนข้างยาก หากนำผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ก็จะทำให้เกิดความเสียหาย สิ่งสำคัญคือ เราต้องควบคุมให้ได้ ให้อยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่สร้างความร่ำรวยแก่ตนเองและพวกพ้อง ประชาชนเดือดร้อน และไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าที่ควร คสช. พยายามปรับปรุงให้คนไม่ดีที่มีอยู่น้อย กลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคมให้ได้ เราคงไม่สามารถจะปรับคนทุกคนออกไป ทั้งคนที่เราไม่พอใจ ไม่ชอบ ได้ทั้งหมด     

               พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า  การจัดตั้ง Super Board วัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดนโยบาย และมีมาตรการควบคุมการบริหารงานของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น มิได้มุ่งหวังจะไปทำให้การประกอบธุรกิจ เกิดความเสียหายหรือการรวบผลประโยชน์อะไรต่าง ๆ มาสู่ คสช. เราต้องการให้มีมาตรการควบคุม ในเรื่องของความโปร่งใส และความเหมาะสมของผลประโยชน์ที่เกิดแก่ประชาชน ประเทศชาติ ในระยะต่อไปจะต้องปรับปรุงจัดระบบสัดส่วนผลประโยชน์ที่เกิดกับรัฐ กับผู้ถือหุ้น และประชาชน ให้ชัดเจนมากกว่าเดิม    

               พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการปรับโครงสร้างพลังงานของไทยนั้น วันนี้ยังมีความซับซ้อนมากพอสมควร ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการหารือ และการหามาตรการหรือข้อตกลงที่จะต้องดำเนินการต่อไป วันนี้ประชาชนเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ต้องฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และปรับเข้าหากัน มีหลักการ เหตุผล จากข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันก่อน เพื่อให้การดำเนินการเป็นที่ยอมรับ ถูกต้องเหมาะสม ประเทศชาติและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง วันนี้ คสช. กำลังพิจารณาในเรื่องราคาของพลังงาน เพื่อใช้เป็นการชั่วคราว ก่อนมีการปรับปรุงโครงสร้างทั้งระบบในระยะต่อไป



ระบุชุดตรวจสอบเช็กยอดจำนำข้าวพบหายไป 8 - 9 หมื่นกระสอบ

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า ? การแก้ปัญหา ทุจริต คอร์รัปชั่น ปัจจุบันนั้น กระบวนการตรวจสอบเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น โดย คสช. ได้ดำเนินการไปได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว หากพบว่ามีแผนงาน/โครงการ ของหน่วยงานใดมีความผิดปรกติ หรือมีมูลก็จะรีบนำเข้าสู่กระบวนการต่อไปโดยทันที ปัจจุบันเราได้พิจารณาคัดสรรคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อดำเนินการต่อไปในการตรวจสอบโครงการทุกโครงการที่มีปัญหา  เรื่องโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ได้เริ่มมีการตรวจสอบมาบ้างแล้ว มีบางส่วนที่พบว่า มีข้าวหายไป 8 ถึง 9 หมื่นกระสอบ มูลค่า ประมาณ 60 - 70 ล้านบาท วันนี้จะต้องเร่งตรวจสอบให้ได้โดยเร็ว โดยชุดตรวจสอบที่ คสช. ได้จัดตั้งไว้ประมาณ 100 กว่าชุด จะเข้าตรวจสอบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งมีการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังก่อน วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ว่ามีความถูกต้องเพียงใด ดำเนินการคู่ขนานไปด้วย ส่วนการแก้ปัญหาทั้งระบบนั้น จะไปดำเนินการในระยะที่ 2 ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน



เน้นกวาดล้างอาวุธสงครามพบความเชื่อมโยงจากอดีต-ปัจจุบัน


               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าเรื่องอาวุธสงคราม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ยังคงปฏิบัติงานต่อเนื่อง มีการจับกุมได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน จากการสอบสวนพบว่า มีความเชื่อมโยง มีบุคคลที่เกี่ยวข้องมากมายจากอดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งกรณีโมเดลในจังหวัดต่าง ๆ ตามที่เป็นข่าว และในพื้นที่อื่น ๆ อีกด้วย อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพูดคุยในโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่หมุนเวียนอาวุธมาสร้างภาพการจับกุมหรือไม่ ขอเรียนว่าเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างได้มาจากการสืบสวน สอบสวน และยังมีเป็นจำนวนมาก ข้อมูลดังกล่าวมาจากผู้ที่ถูกจับกุมทั้งสิ้น ได้มีการสืบสวน ค้นหา และได้ตรวจพบตลอดในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ขอให้มั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เร็ว ๆ นี้ ก็จะมีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวขึ้นเพิ่มเติมอีก แล้วจะสรุปให้ทราบเป็นระยะ ๆ ทั้งจำนวน ผู้ต้องหา อาวุธสงครามที่พบ ตลอดจนขบวนการที่เกี่ยวข้อง วันนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน กำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม และจะนำข้อมูลที่ได้มาให้ทุกท่านได้ทราบต่อไป