
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แรงงานดิจิทัล
08 ก.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แรงงานดิจิทัล : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
โลกยุคดิจิทัลนอกจากจะมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างรวดเร็วแล้ว ยังส่งผลให้การดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นการดำเนินชีวิตประจำวันเช่น การเลือกงานทำ การตัดสินใจโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงงานที่ทำ คนในยุคดิจิทัลจะมีการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือก ที่แตกต่างไปจากคนยุคพ่อแม่มากทีเดียว
คนรุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อแม่ของคนยุคดิจิทัลในปัจจุบันนี้ จะเลือกประกอบอาชีพด้วยการหางานที่มีความมั่นคงเป็นอันดับแรก หากใครได้เข้าทำงานในสถานประกอบการที่ใหญ่โตมีชื่อเสียงและคิดว่ามีความมั่นคง เช่น งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ งานในบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียง เช่น ธนาคาร หรือบริษัทเอกชนที่มีเครือข่ายกว้างขวาง หรือเป็นบริษัทข้ามชาติมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศ หากคนรุ่นพ่อแม่ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานในองค์กรที่ได้กล่าวมา เกือบทั้งหมดจะตั้งหน้าทำงานไปจนถึงวันที่เกษียณอายุ
ในขณะที่คนยุคดิจิทัลจะเลือกสมัครเข้าทำงานด้วยค่าตอบแทนเป็นประการแรก แม้ว่าในค่าจ้างที่สูงจะมีการตั้งเงื่อนไขเอาไว้ ในระดับที่ตัวผู้สมัครเองก็รู้ว่ายากที่จะทำได้ตามเงื่อนไข แต่ก็ยังยินดีที่จะรับทำงานในตำแหน่งนั้นๆ ด้วยเหตุผลที่มักจะอ้างกันว่า “งานท้าทาย” หรือ “โอกาสมาถึงแล้วต้องคว้าไว้ก่อน ทำได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง” ฯลฯ
คนยุคดิจิทัลพร้อมที่จะโยกย้ายเปลี่ยนแปลงงานใหม่ทันทีที่ได้ข้อเสนอที่ถูกใจ หรือพร้อมที่จะลาออกทั้งที่ยังไม่มีงานใหม่รองรับ เพียงแค่เกิดความรู้สึกไม่พึงพอใจที่ทำงานเดิม หรือมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานเดิม เพราะเขาเหล่านั้นเชื่อว่าตนเองมีความสามารถหางานใหม่ทำได้ไม่ยาก ทั้งๆ ที่หลายคนตัดสินใจลาออกขณะที่ยังมีความจำเป็นต้องมีรายได้ต่อเนื่อง
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนวัยดิจิทัลคิดเอาเองว่าการหางานทำเป็นเรื่องง่าย ก็เพราะว่าการสมัครงานในทุกวันนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลางาน ไปกรอกหรือยื่นใบสมัครงานตามบริษัทห้างร้านที่หมายตา แต่สามารถทำขั้นตอนนั้นๆ ได้ด้วยตนเองขณะที่อยู่บ้านผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือส่วนใหญ่ทำขณะที่ยังนั่งทำงานอยู่ในที่ทำงานเดิมด้วยซ้ำ
แต่อยากจะขอเตือนผู้คนในวัยดิจิทัลทั้งหลายไว้ว่า แม้จะเข้าถึงการสมัครงานได้ง่ายด้วยคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่ผู้ว่าจ้างจะพิถีพิถันในการเลือกผู้สมัครมากขึ้น ด้วยว่าทุกคนใช้แบบฟอร์มใบสมัครและวิธีการกรอกข้อความเหมือนๆ กัน อีกทั้งมีผู้สมัครงานที่ใช้วิธีการที่ง่ายๆ แบบเดียวกันมากขึ้น เพียงแค่ประกาศรับสมัครงานตำแหน่งเดียวก็มีผู้ให้เลือกทางคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันรายแล้ว ดังนั้นหากไม่มีความโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งก็ยากที่จะหางานใหม่ทำได้ง่ายๆ
อีกประการหนึ่งคือโลกดิจิทัลปัจจุบันนี้ทำให้ผู้คนทั้งโลกรู้จักกันง่ายขึ้น บางครั้งการที่คนยุคนี้ใช้วิธีการระบายหรือเผยแพร่ความคิดของตนเอง ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรมโดยขาดความยั้งคิดว่านั่นคือการเปิดให้คนอื่นที่ทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับตนเองได้รับรู้ด้วย ก็ส่งผลไปถึงการสมัครหางานใหม่ทำด้วยเช่นกัน
ล่าสุดเมื่อบริษัทที่ผมทำงานประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำแหน่งหนึ่ง ก็มีคนหนุ่มสาวจำนวนนับร้อยส่งใบสมัครมาทางคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่ารายหนึ่งมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมาก แต่บังเอิญว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจรับคนเข้าทำงาน เคยไปอ่านพบข้อความที่เธอระบายถึงที่ทำงานเดิมในเฟซบุ๊ก เขาคนนั้นจึงไม่ผ่านการพิจารณาไปอย่างน่าเสียดาย ผมจึงเอาบทเรียนอันนี้มาบอกเล่าให้คนหนุ่มสาวยุคดิจิทัลได้คิดไตร่ตรองกันเอาไว้บ้างครับ
--------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แรงงานดิจิทัล : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



