ข่าว

'พงศพัศ'ดีใจกลับสตช.คุมปราบยาเสพติด

'พงศพัศ'ดีใจกลับสตช.คุมปราบยาเสพติด

04 ก.ค. 2557

'พงศพัศ'ดีใจกลับสตช.คุมปราบยาเสพติด ยันสนองนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์เต็มที่ รรท.ผบ.ตร.ปัดแบ่งงานปูทางเก้าอี้ผบ.ตร. เชิญ'ประยุทธ์'ทำลายอาวุธปืน15ก.ค.นี้

               เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)และให้กลับไปปฏิบัติราชการที่ ตร. ว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ได้มาพบตนแล้ว วันนี้มีการพูดคุยกัน โดยตนมอบหมายให้มาช่วยดูแลงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เนื่องจากที่ผ่านมาได้ไปปฎิบัติหน้าที่ด้านยาเสพติดมาเป็นเวลากว่า 1 ปี มีความเชี่ยวชาญในเรื่องยาเสพติด โดยจะมาทำหน้าที่แทน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ซึ่งดูแลงานด้านยาเสพติด ทั้งนี้เนื่องจาก พล.ต.อ.สมยศ ดูงานด้านความมั่นคงอีกหน้าที่หนึ่งทุกวันนี้มีงานที่ดูแลอยู่มีเป็นจำนวนมาก
         
               ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตอนนี้ก็หมดหน้าที่ในตำแหน่ง เลขาฯปปส.แล้ว กลับมาทำงานที่ ตร. ซึ่งเหมือนบ้านเก่า การให้พ้นจากตำแหน่งตนก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย กลับมาตร.ก็มีงานต้องทำ ที่ผ่านมาก็ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งเลขาฯ ป.ป.ส.ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีในตอนนั้นอย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงตอนนี้ ทางคสช.เห็นความเหมาะสมให้กลับไปทำหน้าที่ที่ตร.ตามเดิม โดยเช้าวันนี้ตนได้รายงานตัวต่อ พล.ต.อ.วัชรพล แล้ว พล.ต.อ.วัชรพลก็ให้โอกาสทำงานด้านยาเสพติดต่อ

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ตนก็จะกำกับดูแลงานด้านยาเสพติดตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองหัวหน้าคสช. โดยจะนำประสบการณ์ เมื่อครั้งทำงานที่ปปส. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบูรณาการมาปรับใช้ให้งานป้องกันปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวทางการทำงานของตนจะเน้นที่การป้องกันปราบปรามยาเสพติดในชุมนุมต่อเนื่อง สกัดกั้นการแพร่ระบาดในชุมชน หมู่บ้าน นำผู้เสพเข้าสู่การบำบัด ผู้เสพ และผู้ค้าในชุมนุมเดิมที่บำบัดแล้ว ที่พ้นโทษแล้วจะมีการนำบัญชีมาเฝ้าระวังติดตามไม่ให้กลับไปเสพ หรือค้าซ้ำอีก โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 81,181 ชุมชน จะเริ่มปฏิบัติการทั้งเชิงป้องกันและปราบปรามทันที ประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย

               "จะให้ตำรวจชุมชน ตำรวจอาสา และตำรวจในสายปราบปรามเข้าไปเป็นกลไกหลักในการป้องกันปราบปราม บังคับใช้กฎหมายในเรื่องยาเสพติดอย่างเคร่งครัด การทำงานในปปส.ที่ผ่านมา ทราบดีว่าปปส.เป็นห่วงงานเชิงนโยบาย งานบูรณาการที่มีข้อจำกัดเรื่องกำลังคน ทำให้การป้องปราบทำได้ไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นเมื่อตนมากำกับงานของตร.ในด้านนี้ก็สามารถบริหารจัดการ นำกำลังตำรวจไปปฏิบัติงานด้านนี้ได้มากขึ้นและประสานงานกับปปส.ได้อย่างสอดคล้อง เพื่อปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง บรรลุเป้าหมายของคสช."  พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว


รรท.ผบ.ตร.ปัดแบ่งงานปูทางเก้าอี้ผบ.ตร.

               พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนต่อไปว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระบุไว้ว่า ช่วงเวลาการสรรหาจะเป็นช่วงปลายเดือน ก.ค. -ต้นส.ค.ของทุกปี ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30ก.ย.ซึ่งคาดว่าวาระการประชุม ก.ต.ช.ครั้งต่อไปจะมีการนำวาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร.เข้าที่ประชุมด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ว่าจะประชุมเมื่อไหร่
             
               พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตามกฎหมายแล้วพล.ต.อ.ทุกคนมีสิทธิ์ในการรับเลือก ส่วนตัวมองว่าคนที่จะมาเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป จะต้องเข้าใจความต้องการของประชาชน ซึ่งจากปัญหาความวุ่นวายของบ้านเมืองที่ผ่านมาต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนต้องการอะไร รอง ผบ.ตร ทุกคน มีโอกาสขึ้นมาเป็นผู้นำเพราะมีประสบการณ์แและมีความสามารถผ่านงานมาหลายรูปแบบ และนานกว่า 30-40 ปี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับโอกาส จังหวะและปัจจัยอื่น พร้อมยืนยันว่าการแบ่งงานรอง ผบ.ตร.ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการปูทางไปสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร.แต่เป็นการช่วยกันทำงาน ซึ่งงานบางงานอาจคาบเกี่ยวกันก็เป็นเรื่องที่ดีที่มาช่วยกันทำงานไม่ใช่เป็นเรื่องของความขัดแย้ง


เตรียมเชิญ'ประยุทธ์'ทำลายอาวุธปืน15ก.ค.นี้

              พล.ต.อ.วัชรพล  ได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำลายอาวุธปืน ของกลางที่คดีความสิ้นสุด พร้อมเปิดเผยว่า เตรียมเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.มาเป็นประธานในการทำลายอาวุธของกลางทั้งหมด กว่า 3 หมื่นรายการ ในวันที่ 15 กรกฎาคม นี้ หลังจากที่ไม่ได้มีการทำลายมากว่า 10 ปี ซึ่งจะใช้วิธีหลอมความร้อน ทั้งนี้ ยังกล่าวด้วยว่า การทำลายอาวุธครั้งนี้จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการนำกลับมาใช้อีก
         
              พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า สำหรับการทำลายอาวุธปืนของกลางไม่เกี่ยวกับ คำสั่งของ คสช.ที่มีคำสั่งให้ปราบปรามก่อนหน้านี้ เพราะเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งในส่วนอาวุธที่ยึดได้ตามคำสั่งของคสช.บางส่วนได้ส่งให้ตำรวจตรวจสอบเปรียบเทียบคดีแล้ว ซึ่งตำรวจก็ได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน