
"อภิสิทธิ์"ย้ำท่าทีรัฐบาลไทยสงวนสิทธิ์พระวิหาร
"อภิสิทธิ์" ย้ำท่าทีรัฐบาลไทย ยังสงวนสิทธิ์เรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ชี้ มีคนพยายามแปลงสาร บิดเบือน ให้เกิดปัญหาชายแดน ยัน "สุเทพ"ไปกัมพูชา ไม่ได้คุยเรื่องปัญหานี้ ปชป. จวก พท. อย่าสร้างความสับสน เหตุ เทพเทือก ไปเยือนเขมร ย้ำ ครม.สมัย สมัคร ทำ
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) ถนนพิษณุโลก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเรื่องปราสาทพระวิหารให้ถือเป็นฝันร้ายว่า คำพูดของนายสุเทพ หมายความว่า จากการที่ไปพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซ็นนั้น ได้ยืนยันตรงกับเมื่อครั้งที่เขาได้คุยกับสมเด็จฮุนเซ็น ซึ่งมีความหมายว่า ปัญหานี้ ต้องไม่เป็นปัญหาที่กระทบกับความร่วมมือในปัจจุบัน และอนาคตในเรื่องอื่น ๆ
อีกทั้งเรามีกลไกและข้อตกลงในการแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่แล้ว และแนวปฏิบัติก็มีจุดยืนของแต่ละฝ่ายซึ่งเป็นผลพวงจากอดีต ไม่ได้หมายความว่า เป็นเรื่องที่ไม่มีใครดูแลผลประโยชน์ของชาติตัวเอง
“ช่วงที่คุณสุเทพ ไปกัมพูชา ไม่ได้มีการคุยกันถึงเรื่องปราสาทพระวิหาร โดยพูดกันว่า วันนี้ไม่ได้คุยเรื่องนี้ เพราะถือว่า เรื่องนี้เป็นผลมาจากอดีต ผมพบนายกฯฮุนเซ็น 3-4 ครั้ง ทุกครั้งท่านพูดขึ้นมาเองว่า เรื่องนี้ มันเป็นปัญหาที่เรารับมาจากอดีต ขอให้เราคุยกันเรื่องปัจจุบันและอนาคต ส่วนเรื่องนั้นที่มีกลไกหรืออะไร ก็ดำเนินการกันไป ซึ่งหมายความว่ามีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี) มีบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) ที่จะดำเนินการ และขอให้แก้ด้วยสันติวิธี เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่าไปตกเป็นเหยื่อของคนที่พยายามสร้างประเด็นนี้ขึ้นมา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะกลายเป็นว่ารัฐบาลไทยกำลังยินยอมกัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี และไม่มีเปลี่ยนแปลงเลย เขายืนยันว่า ทั้งตอนที่เป็นฝ่ายค้านและเป็นรัฐบาล จุดยืนของเขายังเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ต้องระวัง เพราะมีผู้นำคำพูดไปอ้างหรือบิดเบือน และพยายามพูดให้เกิดปัญหาระหว่าง 2 ประเทศ แต่ความเข้าใจระหว่าง 2 ฝ่ายยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
ส่วนกรณีของปราสาทพระวิหารนั้น เรายังมีท่าทีเหมือนเดิม โดยขอให้ย้อนกลับไปดูทุกคำพูดของเขา ที่บอกว่าประเทศไทยต้องเคารพ และปฏิบัติตามมติของศาลโลก แต่ไทยได้สงวนสิทธิ์ไว้ ซึ่งเป็นไปตามธรรมนูญศาลโลก หมายความว่า ถ้ามีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ซึ่งสามารถที่จะทำให้มีการทบทวนคดีดังกล่าว เราจะยังดำเนินการ นี่คือจุดยืนที่เขาพูดมาตลอด
สำหรับการสงวนสิทธิ์ของไทย ที่ต้องมีข้อมูลใหม่นั้น คนที่ทำงานในเรื่องนี้ ยังติดตามอยู่ตลอด โดยในแง่ประเด็นทางกฎหมาย เขาได้ให้นโยบายกับกระทรวงการต่างประเทศไว้ ซึ่งก็กำลังดำเนินการกันอยู่
“ไม่มีใครไปพูดว่า จะไปบุกทวงปราสาทพระวิหาร เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่า ต้องระวัง เพราะมีบางคนบางฝ่ายพยายามที่จะทำให้เกิดปัญหาชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านขึ้นมา ผมยืนยันว่า รัฐบาลไทยรักษาสิทธิ์ของประเทศไทยไว้เหมือนเดิมทุกประการ และแปลกที่คนที่พูดนั้น เคยไปสร้างปัญหาเอาไว้ กลับยังไม่ทราบอีกว่า เราต้องมาไล่ตามแก้ปัญหาให้ท่าน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ต่อข้อถามถึงการมอบหมายให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปยื่นจดหมายต่อคณะกรรมการมรดกโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) เพื่อขอให้ทบทวนการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราได้ยื่นประเด็นและความเห็นของเราไปแล้ว เพื่อให้กรรมการรับทราบความคิดเห็นของเรา รวมถึงเราได้แสดงความห่วงใยว่า สิ่งที่เขากำลังดำเนินการไปนั้น จะกระทบในแง่สันติภาพและความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งนี้ เขากำลังรอนายสุวิทย์ รายงานกลับมา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการมรดกโลก ก็ต้องไปพิจารณาขั้นตอนที่กัมพูชาต้องดำเนินการ ซึ่งเขาทราบสถานะในตอนนี้ว่า เดิมจะมีการดำเนินการพิจารณาคำขอของกัมพูชาในปีนี้ แต่ได้มีการขอเลื่อนการพิจารณาการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ไปเป็นปีหน้า จากนั้น นายสุวิทย์ จะรายงานขั้นสุดท้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราจะยังให้ความเห็นว่า ทำอย่างไรไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันอีก
เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวมาแล้วหรือไม่ว่า ได้มีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดอยู่ในกรอบการเจรจา ซึ่งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมีการประชุมกันหลายรอบแล้ว
ปชป.เฉ่งพท.อย่าสร้างความสับสนกรณีเขาพระวิหาร
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวหากรณีการแก้ปัญหาเขาพระวิหารของรัฐบาลว่า มีการสร้างความสับสน กรณีการไปเยือนกัมพูชาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ไปพูดเรื่องกรณีข้อพิพาทเรื่องเขตแดน ซึ่งจริง ๆ แล้วคำกล่าวของนายสุเทพ ได้พูดถึงคำวินิจฉัยของศาลโลก เป็นเรื่องที่รัฐบาลปัจจุบันแยกออกจากการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก
“ปัญหาที่สืบเนื่องมาจากถึงปัจจุบัน คือมติคณะรัฐมนตรีทั้งชุด สมัยที่นายนพดล ปัทมะ เป็นรมว.ต่างประเทศ ที่ได้นำสองเรื่องนี้มาปนกัน จนทำให้เกิดปัญหา และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติครม.สมัยนั้น ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า การทำผิดรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วม เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลผูกพันจนมาถึงรัฐบาลนี้"
อย่างไรก็ตาม กรณีการปักปันเขตแดนนั้น พรรคสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล ที่แยกเรื่องนี้ออกจากการขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งเป็นเรื่องการจัดการพื้นที่ ทางมรดกโลกไม่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียดินแดนแต่อย่างใด และไม่อยากให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้เรื่องนี้มาบิดเบือน โจมตีใส่ร้ายทางการเมือง



