
เปิดใจนักต่อสู้'วีระ'1,277วันผจญคุก'เขมร'
เปิดใจนักต่อสู้'วีระ สมความคิด' 1,277วันผจญคุก'เขมร'สู่แผ่นดินแม่ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยกมลชนก ทีฆะกุล
ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในเรือนจำเปรซอว์ ประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน สำหรับนายวีระ สมความคิด แกนนำภาคีเครือข่ายกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ หนึ่งในเหยื่อการเมืองที่ถูกทางการเขมรตั้งข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย เข้าพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และจารกรรมข้อมูล มาถึงวันนี้หลังจากได้รับอิสรภาพ นายวีระได้เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษทีมข่าวอาชญากรรมเนชั่นที่บ้านพักย่านถนนเสรีไทยอย่างหมดเปลือก ถึงความเป็นอยู่ที่ต้องถูกจองจำอยู่ในคุกเขมรตลอด 1,277 วัน กระทั่งวันที่ตนเองหวนคืนสู่แผ่นดินแม่อีกครั้ง
ตอนอยู่ในเรือนจำเปรซอว์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคุกที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แย่มาก สภาพความเป็นอยู่ที่นั่นของคุณวีระเป็นอย่างไร
คุกเขมรไม่เหมือนคุกบ้านเรา คุกเราดีกว่าเยอะ ของเขาสภาพไม่ดี สกปรก เข้าไปวันแรกต้องกินน้ำสกปรก แต่เพราะผมเป็นนักโทษกรณีพิเศษ ทางเรือนจำจึงจับแยกห้องออกจากคนอื่น จัดให้อยู่ร่วมกับนักโทษชาวกัมพูชาเพียง 1 คน ไว้มาคอยดูพฤติกรรมของผม ตอนนั้นทางเรือนจำเพิ่มความเข้มงวดมาก สั่งห้ามอ่าน เขียน พูด ปัญหาใหญ่ในตอนนั้นคือเรื่องการสื่อสาร จึงจำเป็นต้องใช้ภาษามือ ทำให้การแสดงความรู้สึกแทบไม่มีเลย ต้องใช้ธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่งสมาธิ เดินจงกรม เป็นประจำ ทำแบบนี้ทุกวัน ผมยังสอนให้นักโทษที่มาอยู่สวดมนต์ด้วย
"ยอมรับว่าแรกๆ รู้สึกอึดอัดมาก เพราะเรือนจำเข้มงวด หมดอิสรภาพ พอใช้ธรรมะเข้าช่วยก็ดีขึ้น อยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น เท่าที่เห็นนักโทษที่นั่นบางคนเครียดเเละเสียสติ เพราะทำใจไม่ได้ เสียคนตามสิ่งเเวดล้อมในคุกก็มี เพราะในคุกมีทั้งบุหรี่ ยาเสพติดก็หาง่ายมาก ถ้าใครมีเงินหาได้หมดในคุก พูดได้ว่าเงินเป็นใหญ่"
ชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่นของคุณวีระเป็นอย่างไร
ไม่ลำบากหรอก เพราะไม่ได้ยึดติดความสบายอยู่แล้ว ผมไม่ต้องทำงานเหมือนนักโทษคนอื่น เจ้าหน้าที่จะไม่มายุ่งกับผมเลย คนอื่นๆ เขาออกไปทำงาน ผมเป็นนักโทษชั้นดี (หัวเราะ) อีกอย่างเจ้าหน้าที่รู้ว่า ผมไม่ใช่อาชญากร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมือง ตั้งแต่วันแรก ผมเข้าไปในเรือนจำได้ขอผู้บัญชาการที่ดูแลเรือนจำว่า ที่เข้ามาในนี้ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นจะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดสิทธิ์แน่นอน ผู้คุมที่นี่จะมาใช้กำลังข่มเหงไม่ได้ คนของเรือนจำจะมาใช้กำลังข่มเหง ผมไม่ยอม ที่สำคัญอย่ามาเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าใจดี เกรงใจ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี ไม่ให้นักโทษคนไหนมาทำร้ายผม ในคุกมีนักโทษกัมพูชา เขาเป็นห่วงในเรื่องความคิดเห็นว่าผมมาแย่งดินแดนเขา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีวิธีการเอาตัวรอดในเรือนจำอย่างไร
ไม่ได้ทำอะไรมาก ผมอยู่ในคุกไม่ได้ยุ่งกับใคร แต่ต้องระวังตัว มันไว้ใจใครไม่ได้หรอก อย่าง 6 เดือนแรกที่เข้าไปอยู่ มีผู้คุมที่ย้ายมาใหม่เป็นหัวหน้าตึก ประวัติโหดเหี้ยม ถ้าคนไหนทำผิดระเบียบแค่เล็กน้อยจะถูกจับมานั่งกลางสนามใช้ไม้ใหญ่ตีจนสลบ วันนั้นผมลงมา เดินไปแล้วพูดว่า คุณทำเเบบนี้ไม่ได้ เรือนจำกัมพูชาขึ้นทะเบียนกาชาดสากล การลงโทษเเบบผิดมนุษยธรรม ทำไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย พอผู้คุมคนนั้นรู้ว่า ผิด ก็กลัว จนเวลาต่อมาก็ย้ายด่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะนักโทษที่นั่นเขาก็ไม่เคยรู้ พอมาบอกว่า เป็นสิทธิ ก็พากันมาขอบคุณ ทำให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ผู้คุมทั้งเกรงใจ ทั้งกลัว
"เขารู้ว่าผมเป็นคนเอาจริง เขารู้ประวัติผม ว่าผมอยู่ที่เมืองไทยเป็นยังไง ไม่มีใครกล้า เดินไปไหน ทั้งผู้คุมเเละนักโทษให้เกียรติผม อีกอย่างเขารู้ว่า ผมไม่ชอบคอร์รัปชั่น ไม่เคยเกะกะระราน เป็นมิตรกับนักโทษทุกคน จากทั้งหมด 4-5 ตึก ทุกคนอยากรู้จักผม เวลาเดินไปไหน เจอกันเขาก็มาทักทาย แนะนำตัว แต่พูดกันเยอะไม่ได้หรอก เมื่อเวลาผ่านไปก็ยอมให้พูดคุยบ้างนะ เพราะเขาเห็นแล้วว่า ผ่านเป็นปี มีเเต่คนรัก มีเพื่อน เพราะช่วยเหลือทุกคน ทั้งเรื่องยารักษาโรคหรือเงินซื้ออาหาร นักโทษคนไหนไม่มีเงิน อยากซื้อน้ำตาล เกลือ เอาไปทำกับข้าวกิน ผมให้ และแนะนำพวกเขาว่า การสูบบุหรี่มีโทษยังไง เขาไม่ค่อยสูบบุหรี่ให้ผมเห็น
ปรับตัวให้เข้ากับนักโทษคนอื่นอย่างไร
ตอนแรกเข้าไปก็กังวลมากว่าจะเข้ากับเขาได้เหรอ ในนั้นมีพวกขาใหญ่ จะมีมาเฟียผิวดำ พวกไนจีเรีย แอฟริกาใต้ เป็นพวกที่มียาเสพติด พวกนี้เป็นมาเฟียกลุ่มใหญ่ แต่ความโหดเหี้ยมมันใช้ได้ มีเงิน อำนาจ น่ากลัวมาก มีพวกเป็นร้อยคน เวลามีเรื่องกับนักโทษกัมพูชา ต้องหาพวกมาเยอะๆ ถึงจะสู้ไหว มีมาเฟียจีน และทางอเมริกาใต้ พวกนี้มียาเสพทั้งนั้น และมาเฟียกัมพูชาก็มี เราอยู่กับพวกอาชญากรแสบๆ แต่พอมารู้จักกับเรา พวกเขาก็เรียกเรา เรียกเราพ่อ เรียกลุงบ้างก็มี พอนักโทษคนอื่นเห็นว่า พวกขาใหญ่เคารพเราก็เลยเกรงใจตามไปด้วย แล้วก็ยิ่งไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเรา กลายเป็นว่า มีบารมีในคุก แต่ต้องระวังตัวนะ เพราะคุกนี้ เขาให้ทำกับข้าวกินเอง มีมีดได้ แต่ต้องเป็นคนมีเงินนะ ถึงจะมีมีดทำครัวไว้ทำกับข้าวได้ คิดนะ ถ้าเขาจะฆ่าเราก็ฆ่าได้ หรือจะแหกคุกรวมตัวกันยึดเรือนจำจะทำยังไง นักโทษ 3-4 พันคน เป็นพวกไม่กลัวตาย
เมื่อออกมาจากเรือนจำแล้ว หลังจากนี้จะทำอะไรต่อ
ได้ออกมาจากคุก กลับบ้าน ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก ความที่อยู่กับปัจจุบันจนชินตั้งแต่ในคุก เเม้เเต่นาทีถูกปล่อยตัว ไม่ตื่นเต้น เพียงรู้ว่า วันที่รอคอยมาถึงเเล้ว เเต่รู้สึกดีขึ้น เพราะมีสติกับปัจจุบันจนชิน รับได้หมด เคยผ่านมาหมดเเล้ว หลังจากนี้ก็คงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ทำงานที่ยังค้างอยู่ หลายอย่างเลย ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่เครียดแล้ว ไม่ติดใจอะไร มันผ่านไปแล้ว
แรงใจจากครอบครัวกำลังใจให้ "วีระ"
การกลับมาของนายวีระ สมความคิด แกนนำภาคีเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ หลังถูกกักขังในเรือนจำประเทศกัมพูชา มานานกว่า 3 ปี 6 เดือน ทำให้การรอคอยของครอบครัวสิ้นสุดลง ความสุขและรอยยิ้มกลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลา 3 ปี 6 เดือนนั้น ผู้ที่ตั้งตารอไม่แพ้นายวีระ คือ นางพิศอำไพ สมความคิด ภรรยาคู่ชีวิตของเขา
รู้สึกยังไงกับการรอคอย 3 ปี 6 เดือน จบลงแล้ว
ดีใจมาก มันเร็วมาก ตอนแรกยังไม่เชื่อ บอกเจ้าหน้าที่ว่า ขอให้ได้เห็นคุณวีระออกมายืนอยู่ที่สถานทูตก่อนถึงจะเชื่อ ซึ่งคุณวีระออกมาได้จริงๆ ครอบครัวก็รอมานาน 3 ปี 6 เดือนมันนานมากสำหรับคนคนหนึ่ง ที่ผ่านมาครอบครัวพยายามยื่นเรื่องขอให้พิจารณาให้คุณวีระออกมาจากคุก ตั้งแต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย จนมาถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คุณวีระก็ได้ออกมา
ครอบครัวไปเยี่ยมไปดูแล อาทิตย์ละ 1 วัน เพราะเรือนจำเขามีเวลาให้แค่นี้ ดิฉันเอาอาหารไปให้ เครื่องเทศ เครื่องแกงต่างๆ ไปให้คุณวีระทำกับข้าว เพราะคุณวีระกินอาหารในเรือนจำไม่ได้ เพราะกินมังสวิรัติ ช่วงแรกลำบากหน่อย เพราะคุณวีระทำไม่เป็น แต่ก็เรียนรู้ เอายารักษาโรคไปด้วย เพราะในเรือนจำก็รู้ๆ กันว่าสกปรก ดิฉันกลัวเขาจะป่วย ต้องไปดูแล แต่เขาสัญญาว่า จะอยู่และออกมาจากเรือนจำให้ได้ ดิฉันก็ต้องดูแลเขาอย่างดีเท่าที่จะทำได้ บางทีคุณวีระสั่งให้เอามาเผื่อนักโทษในนี้ เพราะเขาเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ ทุกครั้งที่ไปต้องสรุปข่าวสารบ้านเมือง ไปเล่าให้ฟังว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง บ้านเมืองเป็นยังไงบ้างด้วย เพราะเรือนจำไม่ให้อ่าน เขียน พูด ทำได้เพียงทักทายเล็กๆ น้อยๆ พวกเราทำเบบนี้ตลอด
ตอนที่คุณวีระถูกคุมขังในฐานะคนใกล้ชิดสังเกตเขาหรือไม่ว่ามีพฤติการณ์อย่างไรบ้าง
ช่วงแรกรู้สึกว่าเขาเครียด เพราะถูกขังแล้ว ยังจำกัดความคิด ไม่ให้พูด ไม่ให้เขียนอะไร คิดดูว่าเวลาคนมีความทุกข์ยังได้ระบาย แต่นี่เขาไม่ได้ระบายเลย เขาใช้ธรรมะเข้าช่วย ด้วยความที่เคยบวช ก็รู้สึกว่าดีขึ้น เจ้าหน้าที่สถานทูตถามว่า พวกคุณจะทำได้เหรอไปเยี่ยมทุกอาทิตย์ ดิฉันตอบเลยว่า ทำได้ซิ ถ้าคุณวีระไม่ได้ทำในเรื่องที่ผิด ไม่ได้เป็นอาชญากร ทำเรื่องร้ายแรง สิ่งที่เขาทำเพราะปกป้องดินแดนของชาติ ถ้าคุณวีระเป็นอาชญากรครอบครัวจะไม่ไปเยี่ยม แต่นี่ไม่ใช่ เราต้องไปเพื่อให้กำลังใจตลอด พอได้กลับมา เราเห็นว่า มีแต่คนยินดี ฉันก็ดีใจ และขอบคุณมาก
ได้กลับมาอยู่กับพร้อมหน้าอีกครั้งชีวิตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ
หลังจากนี้ไม่มีอะไรพิเศษ คุณวีระสัญญาว่า จะให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น โดยใช้เวลาที่ขาดหายไปกว่า 3 ปี 6 เดือน พวกเราคงทำงานต่อไป ใช้ชีวิตปกติอยู่กันเป็นครอบครัวให้มากขึ้น
................
(หมายเหตุ : เปิดใจนักต่อสู้'วีระ สมความคิด' 1,277วันผจญคุก'เขมร'สู่แผ่นดินแม่ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยกมลชนก ทีฆะกุล)



