
คลังแสงใกล้บ้านฮุนเซนระเบิดบาดเจ็บอย่างน้อย2คน
เกิดเหตุระเบิดที่คลังแสงซึ่งใช้เก็บอาวุธของหน่วยองครักษ์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน ทางการกัมพูชายืนยันฮุนเซนปลอดภัย ขณะที่พยานคนแรกที่รอดชีวิตจากเรือนจำโตน สะเลง เล่าอดีตอันโหดร้าย ที่นักโทษต้องเก็บแมลงกิน
ตำรวจกัมพูชาเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุระเบิดที่คลังแสงอาวุธแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านของนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นแถบชานกรุงพนมเปญ และใช้เป็นที่เก็บอาวุธขององครักษ์ประจำตัวของเขา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน โดยตำรวจนายหนึ่งที่โรงพยาบาลหลักในกรุงพนมเปญยืนยันว่ามีผู้รักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่นั่น 2 คน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิด และไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีฮุนเซนอยู่ที่บ้านพักหรือไม่ตอนเกิดระเบิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องนี้
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีรถพยาบาลอย่างน้อย 7 คันและรถดับเพลิงมากกว่า 10 คัน ผ่านด่านตรวจแห่งหนึ่ง ที่ตั้งห่างจากจุดเกิดเหตุ 4 กิโลเมตร ในขณะที่ตำรวจระบุว่ามีรถดับเพลิง 15 คันเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ และมีการปิดกั้นถนนไม่ให้รถอื่นผ่านเข้าออกในระยะ 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ ปัจจุบัน รายงานข่าวยังสับสน โดยตำรวจนายหนึ่งเปิดเผยว่าเกิดระเบิดที่คลังอาวุธของหน่วยองครักษ์ประจำตัวของนายฮุนเซ็น และว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน ขณะที่ทหารนายหนึ่งกล่าวว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นห่างจากคลังแสงเล็กน้อย โดยเกิดขึ้นบนรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยกระสุน และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน
เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายไม่ยอมเปิดเผยนาม เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลกับสื่อ และประเด็นความปลอดภัยเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีฯยิ่งเป็นประเด็นล่อแหลมเป็นพิเศษ หน่วยองครักษ์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีฮุนเซน มีที่ตั้งห่างประมาณ 100 เมตรจากอาณาบริเวณของบ้านพักของเขาที่มีการอารักขาอย่างแน่นหนา ที่จังหวัดกันดาล ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางใต้ 20 กิโลเมตร
ทางการกัมพูชายืนยันฮุนเซนปลอดภัย
รัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อคืนวาน ยืนยันว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นใกล้คลังแสงของฐานทัพตวลกระแสง ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพักของนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นในแถบชานกรุงพนมเปญเมื่อเวลา 19.30 น.วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น เกิดจากไฟลุกไหม้บนรถบรรทุกที่ขนกระสุนปืนจนทำให้เกิดการระเบิดขึ้นหลายระลอก ส่งผลให้คนขับรถและผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้มีอาการสาหัส ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นปลอดภัยดี ส่วนรถบรรทุกอย่างน้อย 9 คันติดไฟลุกไหม้
ตำรวจระบุว่ามีรถดับเพลิง 15 คันเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยดับไฟไหม้ และมีการปิดกั้นถนนไม่ให้รถอื่นผ่านเข้าออกในระยะ 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ
พยานคนแรกรอดชีวิตจากเรือนจำโตน สะเลงเผยต้องเก็บแมลงกิน
นายวัน นัธ หนึ่งในผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน จากเรือนจำชื่อกระฉ่อนโตน สะเลง หรือ เอส-21 ในยุคที่เขมรแดงเรืองอำนาจ ได้ร่ำไห้ในวันนี้ ระหว่างที่เขาขึ้นให้การต่อศาลพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามเขมรแดงว่า เขารอดชีวิตมาได้ เพราะเขาวาดภาพชวนเชื่อให้นายพอล พต
นายวัน นัธ วัย 63 ปี ยังได้บรรยายถึงความหิวโหยที่ผลักดันให้นักโทษต้องกินแมลง ที่ร่วงลงมาจากเพดานในห้องขังในเรือนจำ และเขาก็อดอยากจนคิดไปถึงขั้นจะกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน เขาเป็นผู้รอดชีวิตคนแรก ที่ให้การในระหว่างการพิจารณาคดีนายเค็ง เก็บ เอียบ หรือ สหายดุจ ผู้บัญชาการเรือนจำโตน สะเลง ที่ถูกกล่าวหาว่า ควบคุมการทรมานและการกำจัดประชาชน 15,000 คน ที่ผ่านเข้ามายังเรือนจำแห่งนี้ นายวัน นัธ กล่าวว่า ตอนที่เขาไปถึง สภาพภายในเรือนจำ ไร้ซึ่งมนุษยธรรมและมีอาหารน้อยมาก เขายังคิดเลยว่า การได้กินเนื้อมนุษย์ด้วยกันยังจะดีเสียกว่า
ด้านสหายดุจ ได้นั่งตัวงออยู่ภายในเก้าอี้ของเขา ขณะมองอดีตนักโทษเล่าย้อนเหตุการณที่เขาเดินทางไปถึงเรือนจำโตน สะเลง ที่เขาถูกถ่ายภาพ ถูกถอดเสื้อผ้า และถูกพันธนาการร่วมกับนักโทษคนอื่น ๆ นักโทษแต่ละคนจะได้รับข้าวต้มประมาณคนละ 3 ช้อนชาในแต่ละมื้อ ทำให้
บางคนต้องกินแมลง แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะแมลงตกอยู่ห่างจากตรงที่เขาถูกล่ามเอาไว้
นายวัน นัธ กล่าวว่า เขาสูญเสียเกียรติภูมิ แม้แต่สัตว์ยังได้รับอาหารอย่างเพียงพอ ถ้าพวกผู้คุมพบว่าเราเก็บแมลงมากิน ก็จะถูกตี แต่พวกนักโทษก็แอบทำกัน มีนักโทษที่ถูกล่ามถัดจากเขาเสียชีวิตในช่วงเดือนแรกของการถูกจองจำ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาถูกเรียกตัวให้ลงบันไดไป
ข้างล่าง เขาอ่อนแรงจนต้องพยุงให้ยืนหรือเดิน ซึ่งเขาคิดว่าความตายกำลังใกล้เข้ามา แต่เขากลับได้รับแจ้งให้ไปทำหน้าที่วาดภาพขนาดใหญ่ของคนที่เขาไม่รู้จัก ซึ่งก็คือนายพอล พต ผู้ปกครองกัมพูชา ระหว่างปี 2518 - 2522 เขาทราบดีกว่า ถ้าวาดออกมาไม่ดี จะเจอกับปัญหาใหญ่หลวง ซึ่งเขาเครียดมาก มันเป็นสถานการณ์ความเป็นและความตาย
มีช่างแกะสลักคนหนึ่งถูกลากไปทรมาน เพราะฝีมือไม่ดี ส่วนตัวเขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของกัมพูชา และศาลได้นำภาพเขียนวิธีการทรมานต่าง ๆ ของเขามาแสดง ที่รวมถึงภาพนักโทษถูกเฆี่ยนตี ถูกจับกดน้ำ และถูกถอดเล็บด้วยคีม นายวัน นัธกล่าวว่า แม้จะพยายามลืม แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังตามหลอกหลอนเขา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มานั่งในศาล เพื่อเล่าประสบการณ์อันเลวร้ายของเขา
ศาลยังได้แสดงภาพสเก็ตช์ ที่เขาถูกนำตัวมาจากครอบครัว และถูกทรมานด้วยไฟฟ้า ผู้คุมเฆี่ยนตีนักโทษและแย่งลูกวัยทารกไปจากพวกเขา ซึ่งนายวัน นัธ กล่าวว่า เขามักจะได้ยินเสียงกรีดร้องของพ่อแม่ที่พยายามแย่งลูกคืนจากผู้คุม



