
10ปี'แคสสินี'นักสำรวจดาวเสาร์
05 ก.ค. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : 10 ปี 'แคสสินี' นักสำรวจดาวเสาร์
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ทางอวกาศของโลกอีกวันหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันครบรอบ 10 ปีการปฏิบัติการสำรวจดาวเสาร์และดาวบริวาร ที่อยู่ห่างจากโลกถึง 3,520 ล้านกิโลเมตร ของยานสำรวจอวกาศ แคสสินี-ฮอยเกนส์ (Cassini-Huygens) ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มยานอวกาศนักสำรวจที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการสำรวจดาวอังคารด้วยยานสำรวจ "มาร์ส โรเวอร์" และโครงการก่อสร้างสถานอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ตามมาในภายหลัง
ยานอวกาศแคสสินีเป็นผลงานการสร้างขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) แห่งสหรัฐอเมริกา องค์การอวกาศยุโรป (อีเอเอ) และองค์การอวกาศอิตาลี (เอเอสไอ) ที่ลงทุนสร้างยานสำรวจลำนี้และส่งขึ้นไปยังอวกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2540 หรือ 17 ปีที่แล้ว ยานแคสสินีใช้เวลาเดินทางจากโลกถึงดาวเสาร์ประมาณ 11 ปี เนื่องจากต้องโคจรในลักษณะซิกแซ็กรอบดาวดวงอื่นในระบบสุริยจักรวาลเพื่ออาศัยแรงเหวี่ยงส่งยานไปยังจุดหมายปลายทาง โดยเริ่มต้นหลังจากยานแคสสินีทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด ไททัน 4 บี ก็ต้องอาศัยแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์ ส่งให้ยานโคจรรอบดาวศุกร์ 2 รอบ ก่อนม้วนวงโคจรผ่านโลกมุ่งหน้าไปยังดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ในที่สุด
แต่ระหว่างการเดินทาง ยานแคสสินีก็ได้ใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพและเซ็นเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็ก และเซ็นเซอร์อื่นๆ ทำการสำรวจดาวเคราะห์ที่ยานเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างเงียบๆ ไม่ทำให้ดาวเคราะห์ที่ถูกสำรวจกระโตกกระตากแต่อย่างใด
เมื่อยานแคสสินีเดินทางถึงจุดหมายคือดาวเสาร์ ก็ได้ส่งกระสวยฮอยเกนส์ลงสำรวจพื้นผิวดาวเสาร์ และแคสสินีเองก็จะทำหน้าที่ส่งผ่านสัญญาณจากกระสวยฮอยเกนส์กลับมายังโลก
ยานแคสสินีแตกต่างจากยานสำรวจดาวเคราะห์ชั้นในตรงที่ไม่มีแผงพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากดาวเสาร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มาก พลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่มากพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้า ภายในยานอวกาศจึงติดตั้งเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเรดิโอไอโซโทป (Radio Isotope Thermoelectric Generators) หรือ RTGs ซึ่งอาศัยใช้พลังงานความร้อนที่ได้จากการแตกตัวของพลูโตเนียม-238
ระหว่างการโคจรรอบดาวเสาร์ ยานแคสสินีได้พบว่า แต่ละบริเวณของดาวเสาร์ไม่ได้หมุนรอบตัวไปพร้อมกัน บรรยากาศของดาวเสาร์มีพายุหมุน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับพายุเฮอริเคนบนโลก ยานแคสสินีค้นพบดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์เพิ่มขึ้น 7 ดวง ดวงจันทร์บางดวงโคจรอยู่ในวงแหวนของดาวเสาร์ และพบว่า พื้นผิวของดวงจันทร์เอ็นเซลาดุสมีน้ำพุ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโลก
ความรู้เกี่ยวกับดาวเสาร์และดาวบริวารที่ส่งมาจากยานแคสสินียังมีมาอย่างต่อเนื่อง ในภารกิจของยานที่ยังคงเดินหน้าต่อไปจนถึงปี 2560 ที่เป็นปีสุดท้ายที่นาซาและองค์การสำรวจอวกาศพันธมิตรจะใช้งานยานอวกาศที่มีเอกลักษ์ของตัวเองมากยิ่งเช่นนี้
ชื่อของแคสสินี ได้มาจากนายโจวันนี โดเมนีโก กัสซีนี นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ วิศวกร และโหราจารย์ชาวอิตาลี ผู้ค้นพบจุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดี ร่วมกับโรเบิร์ต ฮุค และยังเป็นผู้แรกที่ค้นพบดวงจันทร์ของดาวเสาร์ เมื่อราว 300 ปีที่แล้ว



