
แสตมป์ดวงนี้แพงที่สุดในโลก
05 ก.ค. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : แสตมป์ดวงนี้แพงที่สุดในโลก
โลกของนักสะสมนั้นดูเหมือนว่าจะไม่มีขอบเขตสิ้นสุดในการแสวงหาของที่ต้องการมาเก็บไว้ในคอลเลกชั่นการสะสมของตนเอง ไม่ว่าจะต้องทุ่มเทแรงกาย และกำลังทรัพย์มากน้อยเพียงใด ขอให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเชยชมก็นับเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่แล้ว
ในบ้านเราการสะสมพระเครื่อง ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน มิเช่นนั้นพระดินผงทรงสี่เหลี่ยมจากวัดดังย่านฝั่งธนบุรีคงจะไม่มีค่าเช่าบูชากันถึงหลักสิบล้านดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ที่สำคัญการสะสมนั้นต้องได้ของแท้และหายาก จึงถือว่าเป็นของสะสมที่ "มีคุณค่า" เพียงพอต่อการลงทุน
และการสะสมของเหล่านี้ถือเป็นการลงทุนแบบหนึ่งที่เมื่อต้องการ ก็สามารถเปลี่ยนของสะสมทรงคุณค่าให้เป็นเงิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ ดังที่มีโฆษณาแลกพระเครื่องกับบ้านงามๆ หรือรถสวยๆ ปรากฏในไทยแลนด์แดนสยามกันมาแล้ว
ว่าถึงของสะสมระดับโลก ต้องยอมรับว่า แสตมป์นั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มของสะสมที่ทรงคุณค่า มีความต้องการสูง และเป็นการลงทุนที่ดี ยิ่งแสตมป์จากดินแดนห่างไกล ทั้งยังมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแสตมป์ดวงนั้นๆ อยู่ด้วย ยิ่งทำให้ราคาค่างวดของแสตมป์นั้นมากขึ้นตามไปด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้เอง มีการเปิดประมูลแสตมป์ราคาหนึ่งเซนต์ ของดินแดนบริทิช กายอานา โดยสำนักประมูลซอธบี้ส์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในระดับราคาที่น่าขนหัวลุก คือสูงถึง 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 285 ล้านบาท เท่านั้น!!!
เงินหลายล้านบาทแลกกับกระดาษสีชมพูม่วงขนาด 1 นิ้ว คูณ 1.25 นิ้ว ที่ถูกผลิตขึ้นในดินแดนโพ้นทะเล บริทิช กายอานา ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2399 โดยนายไปรษณีย์บริทิช กายอานา ที่ทนรอแสตมป์จากแผ่นดินใหญ่ไม่ไหวจึงตัดสินใจผลิตแสตมป์ออกใช้เองเป็นการชั่วคราว ในราคา 4 เซนต์ และ 1 เซนต์ ซึ่งแสตมป์ราคา 4 เซนต์จากการผลิตในชุดนี้ยังคงมีเหลืออยู่ในโลกอีกหลายดวง แต่แสตมป์ มูลค่า 1 เซนต์ที่ถูกนำออกประมูลในครั้งนี้ เชื่อกันว่าหลงเหลืออยู่ในโลกแห่งนักสะสมเพียงดวงเดียว
นอกจากนั้นแสตมป์ดวงนี้ยังมีประวัติศาสตร์หนุนหลังทำให้คุณค่าในตัวเพิ่มสูงขึ้นตามกาลเวลาและการประมูลในแต่ละครั้ง โดยแสตมป์ดวงนี้ถูกค้นพบโดยนักสะสมวัยเพียง 12 ปี เมื่อปี พ.ศ.2416 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนมือไปยังนักสะสมแสตมป์อีกหลายคน รวมทั้งนายจอห์น เอตูเร ดู ปองท์ ทายาทกิจการผลิตเคมีภัณฑ์ "ดูปองท์" ที่ประมูลแสตมป์ดวงนี้เมื่อปี 2523 ในราคา 935,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28 ล้านบาท
นายดู ปองท์ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เบื้องหลังแสตมป์ดวงนี้ เมื่อมหาเศรษฐีคนนี้ถูกตัดสินว่ากระทำฆาตกรรมนายเดวิด ชูลทซ์ นักกีฬายกน้ำหนักระดับโอลิมปิก เมื่อปี 2540 และถูกลงโทษจำคุก 13-30 ปี และระหว่างรับโทษจำคุกนายดู ปองท์ ก็เสียชีวิตเมื่อปี 2553 ในวัย 67 ปี
เรื่องราวของนายดู ปองท์ยังวุ่นวายขึ้นมาอีก เพราะพินัยกรรมที่นายดู ปองท์ ทำไว้ ระบุว่าให้มอบเงินได้จากการขายแสตมป์ที่เขาสะสมไว้จำนวน 20% ให้แก่กองทุนสัตว์ป่าระหว่างประเทศ และอีก 80% ให้แก่นายวาเลนติน จอร์ดานอฟ ดิมิทรอฟ อดีตนักกีฬามวยปล้ำ ซึ่งญาติๆของนายดู ปองท์ ไม่พอใจ และยื่นคำร้องขออำนาจศาลขัดขวางการดำเนินการตามพินัยกรรมของนายดู ปองท์
ประวัติศาสตร์ของแสตมป์ดวงนี้ที่นอกจากจะมีอายุเก่าแก่ มีสาเหตุของการผลิตที่แปลกประหลาด มีจำนวนเหลือน้อย ทั้งยังเชื่อมโยงกับคนดังในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาแสตมป์ดวงนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นแสตมป์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้จะไม่สูงมากเท่าที่สำนักประมูลซอธบี้ส์คาดไว้ที่ราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 300 ล้านบาทก็ตาม



